เบอร์เบอร์รี เผากระเป๋า, เสื้อผ้า และน้ำหอม รวมมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท

  • 20 กรกฎาคม 2018
Model on Burberry catwalk Image copyright Getty Images

เบอร์เบอร์รี แบรนด์สินค้าแฟชั่นตลาดบนของอังกฤษ ทำลายสินค้าที่เหลือค้างสต็อก ทั้งเสื้อผ้า, เครื่องประดับ และน้ำหอม รวมมูลค่า 28.6 ล้านปอนด์ หรือ ราว 1,247 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว เพื่อปกป้องแบรนด์ของตัวเอง

รวมแล้วสินค้าที่ถูกทำลายทิ้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีมูลค่ามากกว่า 90 ล้านปอนด์ หรือราว 3,927 ล้านบาท

บริษัทแฟชั่นต่าง ๆ รวมถึง เบอร์เบอร์รี ทำลายสินค้าที่เหลือตกค้าง เพื่อป้องกันการถูกขโมย หรือนำไปขายต่อในราคาที่ถูก

เบอร์เบอร์รี ระบุว่า พลังงานที่เกิดจากการเผาสินค้าเหล่านี้ถูกกักเก็บไว้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

"เบอร์เบอร์รี มีกระบวนการที่ระมัดระวัง ในการทำให้มีสินค้าที่เราผลิตเหลือน้อยที่สุด หลายโอกาสที่จำเป็นต้องทำลายสินค้าเหล่านั้น เราก็ทำด้วยความรับผิดชอบ และเราจะหาทางในการลดจำนวนสินค้าที่เหลือตกค้างลง และนำไปประเมินมูลค่าใหม่" โฆษกของทางบริษัท กล่าว

เบอร์เบอร์รี ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในดัชนี FTSE 100 ของตลาดหลักทรัพย์ในกรุงลอนดอน ระบุว่า ปีที่แล้ว เป็นปีที่ผิดปกติ เพราะต้องทำลายน้ำหอมจำนวนมาก หลังจากที่ลงนามในข้อตกลงฉบับใหม่กับบริษัทโคตี้ (Coty) ของสหรัฐฯ

ขณะที่โคตี้กำลังเก็บรวบรวมสินค้าไว้เพื่อการจัดจำหน่าย เบอร์เบอร์รีต้องทำลายผลิตภัณฑ์เก่ามูลค่า 10 ล้านปอนด์ หรือราว 436 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นน้ำหอม

มาเรีย มาโลน ผู้บรรยายเกี่ยวธุรกิจแฟชั่นที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิทัน กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เบอร์เบอร์รีพยายามอย่างหนักในการทำให้แบรนด์ของตัวเองกลับมามีความพิเศษอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับช่วงที่พวกปลอมแปลงสินค้า "ทำตามทุกอย่างที่ทำได้"

เธอบอกว่า การทำลายสินค้าที่เหลือตกค้างเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้

"เหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนี้ คือเพื่อที่จะได้ไม่มีของราคาถูกเต็มตลาดไปหมด พวกเขาไม่อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเบอร์เบอร์รีตกไปอยู่ในมือของคนที่นำไปขายลดราคา และทำให้มูลค่าของแบรนด์ตกต่ำลง" มาโลน กล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เบอร์เบอร์รี พยายามทำให้แบรนด์ของตัวเองมีความพิเศษมากขึ้น

เบอร์เบอร์รี ไม่ใช่บริษัทเพียงแห่งเดียวที่ต้องรับมือกับสินค้าหรูตกค้าง

ริชมอนด์ (Richemont) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์คาร์เทียร์ (Cartier) และมองต์บลังก์ (Montblanc) ต้องซื้อคืนนาฬิการวมมูลค่า 480 ล้านยูโร หรือประมาณ 18,756 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ ระบุว่า ส่วนประกอบบางชิ้นของนาฬิกาเหล่านั้นจะถูกนำกลับไปใช้งานใหม่ แต่ส่วนมากจะถูกทิ้ง

ด้านนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่พอใจต่อการจัดการกับสินค้าที่เหลือตกค้างเหล่านี้

ลู เยน โรลอฟฟ์ จาก กรีนพีซ กล่าวว่า "ทั้งที่มีราคาสูง เบอร์เบอร์รีได้แสดงให้เห็นว่าไม่มีความเคารพในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง รวมถึงความยากลำบาก และทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ไปในการผลิตสินค้า"

"จำนวนสินค้าตกค้างที่เพิ่มมากขึ้นบ่งชี้ว่า มีการผลิตมากเกินไป และแทนที่จะลดการผลิตลง พวกเขากลับนำเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีไปเผาทิ้ง"

"มันเป็นเคล็ดลับที่สกปรกของอุตสาหกรรมแฟชั่น เบอร์เบอร์รีเป็นเพียงแค่ส่วนยอดของกองปัญหามหึมาที่โผล่มาให้เราเห็น" เธอกล่าว

ความย้อนแย้งของแฟชั่น

ทิม แจ็กสัน หัวหน้าวิทยาลัยแฟชั่น มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ คาลโดเนียน (Glasgow Caledonian University) วิทยาเขตกรุงลอนดอนของอังกฤษ กล่าวว่า บริษัทแฟชั่นหรูหลายแห่ง อย่างเช่น เบอร์เบอร์รี เผชิญกับความย้อนแย้งในตัวเอง

เขากล่าวว่า เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจ พวกเขาต้องขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าต้องเสี่ยงกับ "การลดความเป็นตัวเองลง และการทำให้สินค้าเหลือตกค้าง"

"ไม่มีทางที่พวกเขาจะแก้ปัญหานี้ได้"

เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เบอร์เบอร์รี ประกาศการปรับปรุงภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อ "กระตุ้น" ผลิตภัณฑ์ของตัวเองในช่วงหลายปีข้างหน้า

นั่นรวมถึงการทำให้แบรนด์เบอร์เบอร์รีขึ้นไปสู่ตลาดบน, ปิดร้านที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเล "ยุทธศาสตร์ " และสร้าง "ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ" ของสินค้าหนังที่หรูหรา

นอกจากนี้ ยังมีการตัดลดต้นทุนลง ซึ่งช่วยทำให้กำไรเพิ่มมากขึ้น

ปีงบประมาณการเงินที่สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาของเบอร์เบอร์รี ทางบริษัทรายงานผลกำไรที่ 413 ล้านปอนด์หรือราว 18,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ขณะที่ยอดขายแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยอยู่ที่ 2,700 ล้านปอนด์ หรือราว 1.18 แสนล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม