คดีฆาตกรรม ที่นำไปสู่จุดจบของรัฐบาลสโลวะเกีย

  • 22 กรกฎาคม 2018
A candle-lit vigil for Jan Kuciak and Martina Kusnirova in Krakow on 2 March 2018 Image copyright AFP/Getty Images

โต๊ะทำงานของ ยาน คูเซียก ยังถูกเก็บไว้ในสภาพเดิม จากวันที่เขาลุกออกจากโต๊ะทำงานครั้งสุดท้าย บนโต๊ะของเขามีหนังสือวางอยู่เล่มหนึ่ง มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับ กลุ่มมาเฟียเอ็นดรังเกตา ('Ndrangheta) ของอิตาลี

นักข่าวสืบสวนวัย 27 ปีคนนี้ กำลังทำงานให้กับเว็บไซต์ข่าว Aktuality.SK และสกู๊ปข่าวชิ้นนี้เองที่มีส่วนล้มรัฐบาลของประเทศสโลวะเกีย บ้านเกิดของเขา

แต่คูเซียกไม่มีโอกาสได้รับรู้ เพราะเขาและคู่หมั้นถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านของพวกเขาในหมู่บ้านเวลกามาซา ไม่ไกลจากบราติสลาวา เมืองหลวงของประเทศ

โยงใยขององค์กรอาชญากรรมอิตาลี

ยาน คูเซียก ได้ค้นพบข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า โยงใยขององค์กรอาชญากรรมอิตาลีนั้นกว้างไกลกว่าแค่ในภูมิภาคทางตอนใต้ของประเทศ และมันเกี่ยวข้องกับทั้ง มาเฟีย มือปืนรับจ้าง นักการเมือง และกระบวนการฟอกเงินขนาดใหญ่

Image copyright AFP/Getty
คำบรรยายภาพ ก่อนลาออกจากตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีฟิโก (กลาง) แถลงข่าวว่ารัฐบาลจะมอบเงินรางวัล ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเคียง ให้กับผู้ที่สามารถช่วยไขคดีฆาตกรรมครั้งนี้ได้

ชาวสโลวะเกียตอบสนองทันทีที่ข่าวคดีฆาตกรรมของคูเซียกและคู่หมั้นวัยเดียวกันของเขา แพร่กระจายออกไป

เมื่อเดือนมีนาคม เกิดการประท้วงครั้งใหญ่บนท้องถนนในกรุงบราติสลาวา ซึ่งนำไปสู่จุดจบของรัฐบาลที่นำโดย นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก

รายงานสืบสวนของคูเซียกที่ถูกตีพิมพ์ภายหลังที่เขาเสียชีวิต เปิดโปงอิทธิพลของมาเฟียเอ็นดรังเกตา ('Ndrangheta) ในสโลวะเกีย

ไม่เพียงเท่านั้น คูเซียกยังได้ค้นพบความเชื่อมโยงทางธุรกิจที่ชัดเจน ระหว่างนายอันโตนิโน วาดาลา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มเอ็นดรังเกตา กับที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาล 2 คน

ซึ่งทำงานให้กับนายกรัฐมนตรีฟิโก ถึงแม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าฟิโกรับรู้ถึงสายสัมพันธ์ดังกล่าว

ระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษาอาวุโสทั้งสองคนต่างลาออกจากตำแหน่งชั่วคราว และปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้เกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมอัน "น่าสยดสยอง" ครั้งนี้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นบ้านพักของนายวาดาลา ขณะที่เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

นายอันโตนิโน วาดาลา อ้างว่าเขาเป็นเพียงนักธุรกิจคนหนึ่ง แต่ผลจากบทความเปิดโปงในครั้งทำให้ทางการสโลวะเกียก็ส่งเขากลับไปยังอิตาลีเพื่อเผชิญข้อหาลักลอบนำเข้าโคเคน นอกจากนี้ในสโลวะเกียเอง เขายังถูกตั้งข้อหาว่าทำการฉ้อฉลเพื่อรับเงินอุดหนุนจากสหภาพยุโรป ซึ่งนายวาดาลาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ในขณะที่การติดตามหาฆาตกรผู้สังหารคูเซียกและ มาร์ตินา คูชนิโรวา คู่หมั้นของเขา ยังดำเนินต่อไป

ข้อมูลของคูเซียกระบุว่านายวาดาลา เป็นสมาชิกของตระกูลวาดาลา ที่อยู่ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ โบวา มารินา ในเมืองภูมิภาคคาลาเบรีย ทางตอนใต้ของอิตาลี

ตระกูลวาดาลา เป็น 1 ใน 150 ตระกูลที่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายอาชญากรรมเอ็นดรังเกตา

จุดเริ่มต้นของอาณาจักรมาเฟีย

โบวา มารินา เป็นเมืองขนาดเล็กติดชายทะเล ที่คนสูงอายุพักผ่อนหลบแดดในวันหยุดด้วยการนั่งดื่มตามบาร์ต่าง ๆ หรือนอนใต้ร่มของต้นปาล์มหรือซุ้มเฟื่องฟ้าตามสวนสาธารณะ

คำบรรยายภาพ เมืองโบวา มารินา อยู่ภายใต้เงาของเอนดรังเกตามาอย่างยาวนาน

อาคารสีชมพูใหญ่ในเมืองเป็นศาลากลางซึ่งไม่ได้เปิดใช้งานมาหลายปีแล้ว หลังจากรัฐบาลสั่งพักงานสภาท้องถิ่น เพราะเชื่อว่ามันถูกแทรกแซงโดยกลุ่มมาเฟีย

กว่า 140 ปี เอ็นดรังเกตา เป็นผู้คุมอำนาจที่แท้จริงในโบวา มารินา โดยผ่านตระกูลวาดาลา และลิบรีส์

เอ็นดรังเกตา เริ่มต้นจากการรวมตัวของเหล่าโจรปล้นชิง ในช่วงหลังการรวมชาติอิตาลีในปี 1871 จนมาถึงปัจจุบันได้กลายเป็นกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม ที่ถูกมองว่าเป็นที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ซึ่งคาดว่ามีสมาชิกรวมกว่า 10,000 คน

เครือข่ายนี้ควบคุม 80% ของโคเคนจากอเมริกากลางที่ถูกลักลอบเข้าสู่ยุโรป ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 9 แสนล้านยูโรต่อปี (ราว 35 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ พวกเขายังลักลอบค้ามนุษย์ อวัยวะ และยักยอกเงินจากกองทุนของสหภาพยุโรปและรัฐบาลท้องถิ่นอีกด้วย

ก่อนหน้านี่้ บีบีซีพบข้อมูลที่ระบุว่า เครือข่ายเอ็นดรังเกตา กำลังใช้ธุรกิจในกรุงลอนดอนเป็นสถานที่ฟอกเงินจำหนวนหลายหมื่นล้านยูโร ที่เป็นผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย โดยได้รับความช่วยเหลือจาก "ตัวกลาง" อย่างเช่น ทนายและนักบัญชี

หน่วยงานของทั้งสหราชอาณาจักรและอิตาลี ได้ร่วมมือกันสืบสวนกิจกรรมของกลุ่ม เอ็นดรังเกตา ซึ่ง นิโคลา กรัตเตรี ผู้พิพากษาและอดีตอัยการผู้มีชื่อเสียงด้านการปราบปรามมาเฟีย เรียกว่าเป็นองกรค์ระดับโลก

คำบรรยายภาพ ผู้พิพากษากรัตเตรี เตือนว่าเครือข่ายเอ็นดรังเกตามีศักยภาพที่จะทำลายระบบเศรษฐกิจโลกได้

"กลุ่มเอ็นดรังเกตา มีรากฐานจากความเชื่อมโยงทางครอบครัวและสายเลือด ซึ่งทำให้ยากจะเจาะเข้าไป" ผู้พิพากษากรัตเตรี ผู้เคยตัดสินลงโทษมาเฟียมาแล้วกว่า 6,000 คนตลอดระยะเวลาการทำงาน 35 ปี กล่าว

"เอ็นดรังเกตา ห้ามเข้า"

ป้ายบนศาลากลางของเมืองคอนโดฟูริ ที่ติดกับ โบวา มารินา มีข้อความเขียนเอาไว้ว่า "เอ็นดรังเกตา ห้ามเข้า"

สภาท้องถิ่นและศาลากลางของเมืองคอนโดฟูริ เผชิญชะตากรรมเดียวกัน คิือ ถูกรัฐบาลสั่งยุติบทบาทชั่วคราว หลังกลุ่มมาเฟียพยายามแทรกแซงเพื่อหวังจะชนะสัญญาสัมปทาน

นายซัลวาตอร์ มาฟริซี นายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองนี้ เป็นนักรณรงค์ต่อต้านมาเฟียแถวหน้า เขาชี้ว่าองค์กรอาชญากรรมเป็นอุปสรรคของความเจริญก้าวหน้าของเมือง

"คนมีฝีมือที่สุดของเราต้องถูกบังคับให้ย้ายออกจากเมืองที่แสนงดงามแห่งนี้ นี่มันเกิดจากปัญหาหลักของเรา เกิดจากภาระอันหนักอึ้งบนไหล่ของพวกเรา ซึ่งนั่นก็คือพวกเอ็นดรังเกตา"

หน่วยตำรวจที่เป็นกำลังหลักในการปราบปรามมาเฟียของอิตาลี ประเมินว่า เครือข่ายของเอ็นดรังเกตา ปฏิบัติการใน 50 ประเทศทั่วโลก และพวกเขากำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรเพื่อสืบสวนกิจกรรมฟอกเงินในกรุงลอนดอนของเครือข่ายนี้

"เรามีหลักฐานเกินพอที่จะสันนิษฐานว่า ลอนดอนเป็นหนึ่งในสถานที่ที่พวกเขาเอาเงินมาลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์" พ.ต.อ. เอมิลิโอ ฟิโอรา ของอิตาลีกล่าว

หน่วยปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติของสหราขอาณาจกัร ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการสืบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ได้บอกกับบีบีซีว่า เครือข่ายอาชญากรรมนั้นฟอกเงินเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านปอนด์ในลอนดอน โดยส่วนมากเป็นการดำเนินการผ่านโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อน

Image copyright Getty Images

หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรและการลดภัยคุกคาม เอ็มมา สมิธ กล่าวว่า พวกนักวิชาชีพที่ทุจริตมีส่วนช่วยกลุ่มอาชญากรรมในการฟอกเงินในลอนดอน

"กรุงลอนดอน เป็นศูนย์กลางทางการเงินหลักขนาดใหญ่ มันจึงเป็นธรรมดาที่จำนวนธุรกรรมทางการเงินเข้าออกจะมีปริมาณมหาศาลในทุก ๆ วัน ส่วนหนึ่งในจำนวนนั้นซึ่งเป็นธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย" สมิธกล่าว

ผู้พิพากษา นิโคลา กรัตเตรี เรียกร้องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก รับมือกับภัยจากกลุ่มเอ็นดรังเกตา อย่างจริงจัง

"ถ้าหากเงินจำนวนนับหมื่นล้านยูโร ที่พวกเอ็นดรังเกตาได้มาจากการขายโคเคน กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจโลก พวกเขาสามารถทำให้เศรษฐกิจพังพินาศและทำลายประชาธิปไตยได้ด้วย" กรัตเตรี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม