ย้อนรอยแผนลอบสังหารลวงโลกของยูเครน

  • 23 กรกฎาคม 2018
ย้อนรอยแผนสังหารลวงโลก

ข่าวเรื่องการลอบสังหาร อาร์เคดี บับเชนโก นักข่าวผู้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียอย่างแหลมคม เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2018 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเทศ แต่หลังจากนั้นโลกก็ต้องตกตะลึงเมื่อเขาปรากฎตัวในงานแถลงข่าวที่จัดโดยรัฐบาลยูเครน และบอกว่าเป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้น

การลอบสังหารจอมปลอมนี้ถูกวางแผนโดยหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน ที่บอกว่าทำขึ้นเพื่อเปิดโปงแผนลอบสังหารคนอีกหลายสิบคน โดยที่หน่วยงานนี้เชื่อว่าผู้บงการคือรัสเซีย

โจนาห์ ฟิชเชอร์ นักข่าวบีบีซีที่ประจำอยู่ในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน สืบสวนเรื่องราวนี้และนำมาเผยว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวพันกับแผนสังหารจอมปลอมนี้

มือปืน

คำบรรยายภาพ โอเลกซี ซิมบาเลียก

"ผมคือมือสังหารอาร์เคดี บับเชนโก" ซิมบาเลียกแนะนำตัวพร้อมเสียงหัวเราะ

"เขาบอกผมว่ามีแผนลอบสังหาร และมีคนอยากจะจ่ายเงินเพื่อให้แผนดำเนินไปได้" ซิมบาเลียกเล่าถึงตอนที่ได้รับการว่าจ้าง และบอกว่า"ผมก็ตกลงอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณไม่ตกลงกับข้อเสนอแบบนี้ อาจแปลว่าคุณจะต้องตายเอง"

ซิมบาเลียกยิ้มกว้าง เขาดูอารมณ์ดีและไม่เหมือนคนที่จะมาพัวพันเรื่องการวางแผนลอบสังหารจอมปลอมที่ทำให้ทั้งโลกต้องตกตะลึงนี้เลย

ปลายเดือนพฤษภาคม 2018 ข่าวเรื่องการลอบสังหารนักข่าวรัสเซีย อาร์เคดี บับเชนโก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก ภาพที่บับเชนโกนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดในอพาร์ทเมนท์ของเขาในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจไปในทำนองที่ว่าอาจเป็นฝีมือของรัสเซียอีกแล้วหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการวางยาพิษอดีตสายลับรัสเซียพร้อมกับลูกสาวในลอนดอนมาแล้ว และก็มีหลายประเทศเรื่องนี้ไปหยิบยกเป็นประเด็นพูดคุยในคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติด้วย

แต่ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น อาร์เคดี บับเชนโกก็ปรากฎตัวในการแถลงข่าว เขาขอโทษต่อสื่อมวลชนและภรรยาของเขา ที่ต้อง "แกล้งตาย"

จากนั้นเรื่องราวก็เผยออกมาว่าการลอบสังหารครั้งนี้เป็นฝีมือของหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน ที่เรียกย่อๆว่า เอสบียู โดยบอกว่าการจัดฉากเป็นความพยายามที่จะเปิดโปงบทบาทของรัสเซียในการลอบสังหารทางการเมืองหลายครั้ง

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้ทีบับเชนโกวิพากษ์วิจารณ์ตลอดมา

หากว่ามือปืนไม่ใช่โอเลกซี ซิมบาเลียก บับเชนโกก็น่าจะต้องตายไปจริง ๆ แล้ว

แต่เขาเป็นใครกันแน่ถึงได้มารับบทมือปืนในแผนลอบสังหารลวงโลก ในเฟซบุ๊กของเขามีภาพเขาสมัยครั้งยังบวชเป็นพระในศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ นอกจากนั้นก็มีภาพเขาใส่ชุดพราง มีปืนอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตอนที่เขาเป็นอาสาสมัครสู้รบในเขตยูเครนตะวันออก เพื่อสนับสนุนกองทัพรัฐบาลยูเครนในการรบกับพวกกบฎ ที่หนุนหลังโดยรัฐบาลรัสเซีย และสงครามในยูเครนตะวันออกนี้ดำเนินติดต่อกันมาสี่ปีแล้ว

เมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ซิมบาเลียกได้รับการติดต่อจากคนที่เขารู้จักในยูเครนตะวันออก ชื่อว่า บอรีส เฮอร์แมน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธ

"ผมได้รับการติดต่อจากบอรีสให้ฆ่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนรัสเซีย"

"เขาบอกว่าผมว่าคนเหล่านั้นทำงานต่อต้านยูเครน พวกนั้นเป็นศัตรูของเรา ควรจะถูกกำจัด และมีคนจำนวนหนึ่งที่ลงขันกันให้งานสำเร็จ"

"แน่นอน ผมตอบตกลง" ซิมบาเลียกยักไหล่ แล้วอธิบายว่าบอรีสเลือกเขาเพราะเห็นว่าเขาน่าจะปั่นหัวได้ง่าย และไม่นานข้อมูลของเป้าหมายแรกก็ถูกส่งมา แต่ก่อนหน้านั้นซิมบาเลียกได้ติดต่อเอสบียู หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนไว้แล้ว

คำบรรยายภาพ วาซีล ฮรีทซัก หัวหน้าของเอสบียู

วาซีล ฮรีทซัก หัวหน้าของเอสบียูกล่าวว่า "เมื่อเราได้ข้อมูล เราก็เริ่มวางแผน... เราบอกเขาว่าควรจะต้องทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ และควรต้องทำอย่างไรเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแผนสังหาร"

ซิมบาเลียกต้องบันทึกทุกเรื่องขณะที่ติดต่อกับบอรีส เฮอร์แมน "ผมเรียกเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และบอรีส เฮอร์แมนบอกว่าเขาจะเรียกเพิ่มอีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับค่าเบียร์ของเขา" ซิมบาเลียกเล่าพร้อมรอยยิ้ม

เงินจำนวนแรกถูกนำส่งในรถนอกห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งซิมบาเลียกบันทึกภาพการพบครั้งนี้ด้วยกล้องที่ซ่อนไว้

เมื่อมีการจ่ายเงินครั้งแรก เอสบียูก็ตัดสินใจติดต่อบับเชนโก และก็เริ่มวางแผนแสดงละครเรื่องการลอบสังหาร

"เราได้ข้อมูลว่ามีหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหวเช่นนี้ในยูเครน และการฆ่า(บับเชนโก)เป็นเพียงการนำร่องแผนการลอบสังหารเป้าหมายอีกหลายคน" หัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครนกล่าว

"มีเพียงการวางแผนเช่นนี้จะทำให้เราได้รายชื่อเป้าหมายทั้งหมด" ฮรีทซักยืนยันความสำคัญของแผนการ"เราจะต้องรู้ว่ามีใครเกี่ยวพันและสั่งการอาชญากรรมร้ายแรงเช่นนี้"

เป้าหมาย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บับเชนโกยืนอยู่หน้ารถถังของกองทัพจอร์เจีย ในเซาธ์ ออสซีเทีย ปี 2008

อาร์เคดี บับเชนโกเป็นใครแล้วทำไมจึงมีคนหมายหัวเขา นี่น่าจะเป็นคำถามสำคัญสำหรับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

บับเชนโกเกิดในรัสเซีย เขาถูกเกณฑ์เข้าร่วมกองทัพรัสเซียและหลังจากนั้นก็ถูกส่งไปรบในเชเชน จากนั้นก็ผันตัวเองเป็นนักข่าวสงครามในจอร์เจีย และยูเครน

เขามีโอกาสได้เห็นรัสเซียเข้าไปแทรกแซงในยูเครนตะวันออกด้วยตาตนเอง รวมทั้งกรณีผนวกไครเมียที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้เขาเริ่มรายงานข่าวรวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินอย่างแหลมคมตลอดเวลา

"เขา (ปูติน) คือผู้บุกรุก" บับเชนโกกล่าว

"เป็นเผด็จการที่อยู่ในโลกของตัวเองโดยสิ้นเชิง เขาอยากจะเป็นเหมือนนโปเลียน พยายามรวบรวมดินแดนรัสเซีย"

ในช่วงต้นปี 2017 บับเชนโกมีศัตรูมากมายและได้รับการข่มขู่เอาชีวิตด้วย เนื่องจากมุมมองของเขาในการรายงานข่าวรวมทั้งสิ่งที่เขาเขียนในโซเชียล มีเดีย จนทำให้เขาต้องพาครอบครัวหนีมาจากรัสเซียไปอยู่ที่สาธารณรัฐเช็กก่อน จากนั้นก็ย้ายไปอิสราเอล และในที่สุดก็มาที่ยูเครน

บับเชนโกเป็นผู้ที่เรียกร้องให้คว่ำบาตรต่อรัสเซีย รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพด้วย เขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจรจาใด ๆ กับ "รัฐก่อการร้ายของปูติน"

โอลกา บับเชนโก

คำบรรยายภาพ โอลกา บับเชนโก

ต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากประชุมกับเอสบียูแล้ว บับเชนโกก็กลับบ้านไปหาโอลกา ภรรยาของเขา เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้ภรรยาฟัง

"ฉันอยากจะหนีไป ไปซ่อนตัว เอาทั้งสามีและลูกหนีไป แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน อาจจะเป็นเกาะห่างไกลสักแห่งหนึ่ง" ภรรยาบับเชนโกเล่าให้นักข่าวบีบีซีฟัง "ฉันถามเขาว่าแล้วเราจะต้องทำอย่างไร อาร์เคดีตอบฉันว่าเขาตัดสินใจแล้วว่า เราจะต้องจับพวกสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ให้ได้"

จากนั้น บับเชนโกถูกบังคับให้เก็บตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนเตรียมแผนลอบสังหารนี้ขึ้น บับเชนโกต้องกระจายข่าวออกไปว่าเขาเจ็บขาเพื่อดูสมจริงว่าทำไมเขาต้องอยู่แต่ในอพาร์ทเมน์ตลอดเวลา

วันที่ 29 พฤษภาคม คำสั่งก็ออกมาว่าให้เดินหน้าปฏิบัติการทุกอย่างไปได้

วันจัดฉาก

Image copyright Ukrainian Security Service
คำบรรยายภาพ ภาพบับเชนโกนอนจมกองเลือด ที่ได้มาจากหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน

ซิมบาเลียกเล่าว่า วันนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรพิเศษ "ผมกินซุปเสร็จ เรียกแท็กซีออกไปเพื่อยิงบับเชนโก"

บับเชนโกเล่าว่าเขาถูกแต่งหน้าให้เหมือนกับคนเสียเลือดไปมาก แล้วก็ต้องอมเลือดหมูไว้ในปาก จากนั้นก็แกล้งทำเป็นโดนยิง ล้มลงแล้วก็ไอเพื่อให้เลือดพุ่งออกมาจากปาก ทีมแต่งหน้าเอาลิ่มเลือดหมูมาแปะที่จมูกเขาพร้อมคำขอโทษว่าจำเป็นต้องทำ ซึ่งเขาก็บอกว่าตามสบาย "หน้าที่ของคุณ ส่วนหน้าที่ผมก็นอนตรงนี้"

ส่วนโอลกาก็ต้องเล่นให้สมบทบาทเมียผู้ตกใจและโศกเศร้า "เวลานั้นฉันก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้ดูสมจริงเป็นธรรมชาติมากที่สุด"

ในขณะที่ซิมบาเลียกบอกว่า "ผมเห็นอะไรเมื่อเปิดประตูเหรอ ผมเห็นชายนอนจมกองเลือดอยู่ ทุกอย่างดูเหมือนจริงมาก ช่างแต่งหน้าทำได้ดีมาก" แล้วเขาก็อวยพรให้บับเชนโกที่นอนจมกองเลือดมีสุขภาพดี ซึ่งบับเชนโกก็ตอบมาว่า "อย่าทำให้ผมหัวเราะ เพราะผมถูกยิงตายแล้ว มันจะทำให้เลือดที่แห้งแล้วแตกเป็นรอย"

ซิมบาเลียกออกไปจากอพาร์ทเมนท์ โอลกาเรียกตำรวจและรถพยาบาล ร่างของบับเชนโกถูกนำออกไปจาก "ที่เกิดเหตุ"

รายชื่อในแผนลอบสังหาร

มีใครอีกบ้างในแผนลอบสังหารนั้น วาซีล ฮรีตซัก หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงยูเครน บอกว่าในแผนนั้นมีเป้าหมายอยู่ 47 ราย เป็นทั้ง นักข่าว, นักเคลื่อนไหวทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งรายชื่อพลเมืองของรัสเซียเองด้วย

"เรายังได้ข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของหน่วยเฉพาะกิจของรัสเซียในเขตแดนของเรา" หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของยูเครนกล่าว

เอสบียูกล่าวว่ารายชื่อดังกล่าวได้มาจากโทรศัพท์ของบอรีส เฮอร์แมน ผู้ที่ถูกจับหนึ่งวันหลังมีการจัดฉากการลอบสังหาร ซึ่งทางเอสบียูก็บอกด้วยว่ารายชื่อเหล่านี้เพิ่งถูกส่งให้เขาจากคนที่อยู่ในรัสเซีย ภายหลังข่าวการตายของบับเชนโกแพร่ออกไป

คนแรกที่อยู่ในรายชื่อสังหารก็คือ ไอเดอร์ มุซห์ดาเบฟ ซึ่งเป็นนายของบับเชนโก ที่ให้งานแก่เขาในสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในยูเครน มุซห์ดาเบฟก็ต้องเข้ารับการคุ้มครองจากรัฐทันทีที่ได้รับทราบรายงานนี้

คำบรรยายภาพ ไอเดอร์ มุซห์ดาเบฟ

อย่างไรก็ตาม มีคนที่อยู่ในรายชื่อหลายคนหาว่ารัฐบาลยูเครนปลอมรายชื่อขึ้นมาเพื่อบังคับให้พวกเขาต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล

หนึ่งในนั้นก็คือ โซเนีย คอชกิน เธอเชื่อว่ารายชื่อลอบสังหารก็ปลอมเช่นกัน เพราะว่าเธอไม่มีส่วนสัมพันธ์ใด ๆ กับรัสเซียแม้แต่น้อย นอกจากนี้เธอก็เชื่อว่าคนอีก 16 คนที่อยู่ในรายชื่อก็ไม่มีสายสัมพันธ์กับรัสเซียใด ๆ ทั้งสิ้นและถูกเพิ่มรายชื่อเข้าไปเพราะรัฐบาลอยากจะให้พวกเขากลัว

"เป้าหมายหลักก็คือการทำให้กลัว เพราะเมื่อเวลาเรากลัว เราจะเปลี่ยนพฤติกรรม" คอชกินกล่าว "เมื่อหวาดระแวง ก็จะไม่คิดว่าจะไปสัมภาษณ์ใคร จะเขียนความคิดเห็นอะไรลงในเฟซบุ๊ก ก็คิดแต่ว่าจะทำยังไงถึงจะรอดจากการปองร้าย ทำอย่างไรก็จะปลอดภัย"

"ฉันคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ผลอะไรออกมา มันก็แค่การทำให้คนกลัวเท่านั้น" เธอกล่าว

อย่างไรก็ตามทางเอสบียูยืนยันว่ารายชื่อดังกล่าวเป็นของจริง

ปฏิกริยาของรัสเซีย

ทางฝ่ายยูเครนบอกว่าหน่วยงานข่าวกรองของรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยผ่านชายที่ชื่อ ไวยาเชสลาฟ ไพโววาร์นิก ซึ่งเป็นชาวยูเครนแต่กำเนิด ตอนนี้อาศัยอยู่ในรัสเซีย ซึ่งหน่วยงานข่าวกรองของยูเครนบอกว่าเขานี่แหละเป็นผู้เล่นสำคัญ เป็นทั้งผู้ส่งผ่านคำสั่ง ทำรายชื่อสังหาร รวมทั้งให้เงินแก่บอรีส เฮอร์แมน

มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ทางการรัสเซียไม่ได้เกี่ยวกับกรณีของอาร์เคดี บับเชโกแม้แต่น้อย "เขาเป็นอิสระในโลกเสรี เขาจะทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ"

นอกจากนี้เธอยังกล่าวอีกว่า ต่อไปนี้จะไม่มีใครเชื่อถือรัฐบาลยูเครนอีกต่อไปจากสิ่งที่รัฐบาลยูเครนในครั้งนี้

Image copyright Vyacheslav Pivovarnik's social media
คำบรรยายภาพ ไวยาเชสลาฟ ไพโววาร์นิก

บทสุดท้าย

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารจอมปลอมนี้ ชีวิตของพวกเขาเปลียนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

ซิมบาเลียก มือปืนบอกว่าเขาวางแผนจะเขียนหนังสือเพื่อเล่าเบื้องหลังการจัดฉาก และยังบอกอีกว่า "สงครามในประเทศเรายังไม่ยุติ ผมจะไม่ไปทำอย่างอื่น ผมจะกลับไปสู่สงคราม เพื่อจะมีชีวิตอยู่ เพื่อทำงาน เพื่อรบ"

สำหรับอาร์เคดี และโอลกา บับเชนโก ยูเครนไม่ใช่ที่ปลอดภัยต่อไปอีกแล้ว

"ฉันเป็นกังวลมาก" โอลกาบอก "ฉันไม่รู้สึกปลอดภัย แม้ตอนนี้เราจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ฉันไม่รู้สึกว่าจะปลอดภัยเลย วันหนึ่งเราคงจะต้องออกไปที่อื่น ๆ ที่เราไม่ได้รับการคุ้มครอง และมันต้องเกิดขึ้น แต่ตอนนี้เราก็ยังมองไม่เห็น"

ส่วนตัวอาร์เคดี บับเชนโกเองเขาก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเป็นนักข่าว จึงถูกโจมตีเรื่องจรรยาบรรณและจริยธรรมอย่างมาก แต่เขาก็ยืนยันว่าถ้าเขาปฏิเสธไม่ทำเรื่องนี้ "จะต้องมีคนตาย และพวกเครือข่ายจ้างวานก็จะไม่ถูกเปิดโปงออกมา"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง