ยูโกะ ฟูจิอิ:หัวหน้าโค้ชยูโดบราซิล ผู้ท้าทายความไม่เท่าเทียมทางเพศในวงการกีฬาโลก

  • 24 กรกฎาคม 2018
ตอนนี้ก็ยากแล้วจะทุ่มเธอให้ลงไปนอนกับพื้นได้
คำบรรยายภาพ ด้วยความมุ่งมั่น ยูโกะกลายเป็นโค้ชยูโดแถวหน้าของโลก

เมื่อยูโกะ ฟูจิอิไปเรียนยูโดครั้งแรกเมื่อราวสามสิบปีก่อน เด็กผู้ชายคนหนึ่งจับเธอทุ่มลงเสื่อทั้งตัว ทำให้เธอไม่อยากจะไปเรียนยูโดอีกเลย

วันนี้ ในวัย 35 ยูโกะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่โดยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า โค้ช ให้กับทีมชาติชายของบราซิล ซึ่งเป็นทีมยูโดอันดับต้น ๆ ของโลก

ในโลกของกีฬาอาชีพที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงที่ได้เป็นหัวหน้าโค้ชแม้จะเป็นทีมหญิงก็ตามเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก และยิ่งในบราซิลซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายอย่างมาก การเป็นหัวหน้าโค้ชในทีมยูโดชายก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้

การแต่งตั้งยูโกะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และก็น่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับผู้หญิงในวงการกีฬาอาชีพ ไม่ใช่แต่เฉพาะยูโดเท่านั้น

ในวงการกีฬาบราซิล ผู้หญิงไม่ได้รับการยอมรับนับถือเอาเสียเลย ฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของประเทศ ไม่มีที่ยืนให้ผู้หญิง ผู้เล่นฟุตบอลหญิงที่เก่งกาจอยาง มาเรีย ไวเอรา ดา ซิลวา ได้รับการชื่นชมน้อยมากในบราซิลต่างกับนักฟุตบอลชายลิบลับ

คำบรรยายภาพ ยูโกะ ในวัย 35 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าโค้ชของทีมบราซิลชายที่มีนักยูโดท็อปเทนของโลกหลายคน

ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เคยเป็นโค้ชทีมฟุตบอลหญิงก็ถูกไล่ออกหลังถูกจ้างยังไม่ถึงปี ทำให้ลูกทีมพากันประท้วงอย่างหนัก แต่ก็ไม่มีใครสนใจ

สหพันธ์ยูโดบราซิลผู้ตัดสินใจว่าจ้างยูโกะบอกว่านี่อาจจะเป็นแรงหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

"ยูโกะเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในการยกระดับบทบาทของผู้หญิงในวงการกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยูโดเป็นศิลปะการป้องกันตัวเองที่ผู้หญิงถูกกีดกันมาตลอดประวัติศาสตร์ของกีฬานี้" เนย์ วิลสัน ผู้บริหารของสหพันธ์กล่าว

"การที่เราเลือกยูโกะมาเป็นหัวหน้าโค้ชสำหรับทีมชายทำให้วงการยูโดโลกแปลกใจ ผมเชื่อว่าสหพันธ์หรือทีมกีฬาอื่น ๆ ในบราซิลจะทำตามในไม่ช้า"

ทุ่มสุดตัว

ยูโกะกล่าวว่าเธอต้องการที่จะถ่ายทอดทุกสิ่งที่เธอมีให้แก่ทีม

เธอบอกว่าสไตล์การโค้ชของเธอจะมุ่งสนใจไปที่การพัฒนาบุคคล "ฉันไม่สอนสไตล์ยูโดของฉันให้กับนักกีฬา ฉันทำงานกับพวกเขาโดยดูที่พละกำลังและจุดอ่อนของพวกเขา"

"ฉันไม่เคยคิดเรื่องผู้ชายเทียบผู้หญิงอะไรนั่นเลย"

เจฟเฟอร์สัน ดอส ซานทอส ซึ่งเป็นนักยูโดของทีมบราซิลในรุ่นหนัก 73 กิโลกรัม เป็นคนหนึ่งที่ฝึกสอนโดยยูโกะ

เขาบรรยายว่า "เธอเป็นคนเอาใจใส่ เก่งทางด้านเทคนิคและรายละเอียดอื่น ๆ และเป็นโค้ชที่เก่งกาจอย่างมาก"

"ถ้าคุณถามคำถามหนึ่งคำถามเธอ เธอจะให้คำตอบ 30 คำตอบ ผมรู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าเธอจะมาเป็นหัวหน้าโค้ชของเรา"

รู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้

"แบบนั้นแหละ" ยูโกะพูดภาษาปอร์ตุกีส ซึ่งใช้กันในบราซิลกับลูกศิษย์ระดับเยาวชนของเธอ และบางครั้งเธอก็เข้ามาและแสดงท่าทุ่มให้ลูกศิษย์ดู

"เธอจะต้องรู้สึกให้ได้ว่าข้อต่อตรงไหนของคู่ต่อสู้ที่อ่อนแรงลง และใช้มันมาควบคุมคู่ต่อสู้"

หลังจากการสาบานตัวเข้าเป็นนักกีฬายูโด แม่ของยูโกะก็กระตุ้นให้เธอเล่นกีฬานี้มาตลอดและเป็นแรงผลักดันให้ยูโกะประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักกีฬาเยาวชนในญี่ปุ่น จนเธอได้รับทุนจากวิทยาลัย

เธอมาสนใจการเป็นโค้ชก็เมื่อพยายามหาทางที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ ความสามารถทางด้านยูโดอันเป็นเลิศทำให้เธอได้ไปสอนยูโดที่มหาวิทยาลัยแห่งบาธ และต่อมาก็เป็นทีมของสหราชอาณาจักร

เพิ่มความเชื่อมั่น

คำบรรยายภาพ "ฉันไม่เคยคิดเรื่องความแตกต่างระหว่างชายหญิง"

ยูโกะพบว่าการเป็นโค้ชนั้นยากเย็นยิ่งในระยะแรก เธอบอกว่าเธอรู้สึกแย่เมื่อถูกเด็ก ๆ ถามซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ยุทธวิธีของเธอคืออะไร

แต่คำถามเหล่านั้นก็ทำให้เธอหันมาศึกษายูโดในมุมที่ต่างออกไปจากเดิม โดยเน้นที่เทคนิคมากขึ้น รวมทั้งลงรายละเอียดไปที่ท่ายืนมากขึ้น และทำให้เธอรักการเป็นโค้ช

หลังจากรวมงานกับทีมของสหราชอาณาจักรสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2012 ความสามารถของเธอก็เข้าตาทีมบราซิล ซึ่งจ้างเธอไปเป็นผู้ช่วยโค้ชทางด้านเทคนิคทั้งสำหรับทีมหญิงและชาย ซึ่งเธอมีโอกาสได้ฝึกสอนราฟาเอลลา ซิลวา ที่ได้เหรียญทองในโอลิมปิกที่ริโอ

คำบรรยายภาพ ราฟาเอลลา ซิลวา เหรียญทองยูโดหญิง จากโอลิมปิกที่ริโอ ภายใต้การฝึกสอนของยูโกะ

ยูโกะบอกว่าเธอรู้สึกประหม่าเมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นโค้ชทีมชาย "ฉันรู้สึกเขินที่จะเป็นโค้ชให้ผู้ชาย และก็ไม่รู้ว่าประสบการณ์โค้ชของฉันที่ผ่านมาจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาหรือไม่"

"โค้ชของฉันทั้งหมดเป็นผู้ชาย นั่นเป็นประเพณีที่เป็นมา แต่ถ้ามีใครที่มีความสามารถ ก็ควรจะได้โอกาส"

หลังจากการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ช ผู้หญิงในวงการกีฬายูโดต่างก็ออกมาสนับสนุนเธออย่างมาก ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องแบกรับภาระแห่งความสำเร็จนี้ และเห็นว่าไม่เฉพาะแต่ยูโดเท่านั้น กีฬาอื่น ๆ ก็ให้พื้นที่แก่ผู้หญิงน้อยมาก

"หากว่าฉันสามารถมาเป็นหัวหน้าโค้ชในประเทศที่ให้คุณค่าแก่ความแข็งแกร่งของชายอย่างบราซิล ฉันก็คิดว่ามันเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง และประตูอีกหลายบานจะเริ่มเปิดขึ้นมา" ยูโกะกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง