หยุดทดลองใช้ไวอากราช่วยทารกในครรภ์เติบโต หลังตายแต่แรกเกิด 11 ราย

  • 25 กรกฎาคม 2018
A father cradles the tiny feet of his five-day-old baby girl

การทดลองใช้ยาไวอากราเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต้องยุติลงอย่างกะทันหัน หลังมีทารกในกลุ่มทดลองเสียชีวิตแต่แรกเกิดมากถึง 11 ราย

การทดลองทางการแพทย์ดังกล่าวมีขึ้นที่โรงพยาบาลทั้งหมด 11 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมด้วย โดยเดิมมีแผนจะทำการทดลองในระยะยาวไปจนถึงปี 2020 แต่ต้องมายุติลงเสียก่อนหลังพบว่ายาไวอากราอาจเป็นสาเหตุทำลายปอดของทารกจนเสียหายและถึงแก่ชีวิตได้

ก่อนหน้านี้มีการทดลองใช้ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil ) หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อการค้าว่า "ไวอากรา" ซึ่งเป็นยาเสริมสมรรถนะทางเพศ มาช่วยกระตุ้นการเติบโตของทารกในครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องการเจริญของรกผิดปกติ เนื่องจากไวอากราจะทำให้การสูบฉีดไหลเวียนของกระแสเลือดในร่างกายดีขึ้น

ทารกในครรภ์ที่มีการเจริญของรกไม่สมบูรณ์เต็มที่ จะพลอยทำให้ร่างกายของทารกไม่เติบโตเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งถือเป็นความผิดปกติร้ายแรงที่ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษา ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ และมีโอกาสรอดชีวิตน้อย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil ) รู้จักกันแพร่หลายในชื่อการค้าว่าไวอากรา

อย่างไรก็ตาม เคยมีการทดลองใช้ยาไวอากราแก้ไขภาวะนี้มาแล้วในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ปี 2010 แต่การทดลองครั้งก่อน ๆ สรุปผลว่า ยาไวอากราไม่มีประโยชน์ต่อการเติบโตของทารกในครรภ์แต่อย่างใด ทำให้แพทย์ต้องมองหายาที่ช่วยยืดระยะเวลาการตั้งครรภ์ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเด็กที่มีภาวะผิดปกติดังกล่าวกันต่อไป

ในการทดลองครั้งนี้มีหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 93 คนได้รับยาไวอากรา ในขณะที่หญิงมีครรภ์อีก 90 คนได้รับยาหลอก ซึ่งในเวลาต่อมาพบว่าทารก 20 คนที่เกิดจากหญิงกลุ่มดังกล่าวมีปัญหาเรื่องปอดแต่แรกเกิด โดยนับเป็นทารกที่แม่ได้รับยาไวอากราถึง 17 ราย แต่ในจำนวนนี้เสียชีวิตไป 11 ราย ในเวลาต่อมา

ศ. ซาร์กโค อัลฟิเรวิก ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลของสหราชอาณาจักรระบุว่า ไม่เคยพบเหตุทารกเสียชีวิตในการทดลองใช้ยาไวอากราครั้งก่อน ๆ และจะต้องมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการทดลองครั้งนี้ให้ได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม