เลือกตั้งกัมพูชา: ประชาธิปไตยในความกลัว?

  • 27 กรกฎาคม 2018
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
คนกัมพูชาหวังเห็นอะไรจากการเลือกตั้งครั้งนี้

ท่ามกลางแรงกดดันจากพรรครัฐบาลให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ ชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งตกอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว แม้ว่าพวกเขาต้องการความเปลี่ยนแปลง

ป้ายหาเสียงสีฟ้าที่เป็นสีของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ปรากฏใบหน้าคู่ของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี และ เฮง สัมริน ประธานรัฐสภา ติดอยู่บนป้ายโฆษณากลางแจ้งขนาดใหญ่สามารถเห็นได้ชัดจากทางยกระดับใจกลางกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา

โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชาในวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. ป้ายหาเสียงหลากชนิดของ CPP ติดอยู่ตามเสาไฟ หน้าบริษัทต่าง ๆ รวมถึงสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้ด้านหลังของรถหรือร้านค้าต่าง ๆ เสมือนว่าเป็นเพียงพรรคเดียวที่ลงสมัครเลือกตั้ง แม้ว่ามีอีก 19 พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

Image copyright AFP PHOTO / TANG CHHIN SothyTANG
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีฮุนเซนหาเสียงโค้งสุดท้าย - 27 กค.

หลังจากที่ศาลสูงสุดมีคำสั่งยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) เมื่อ พ.ย. ที่ผ่านมา พรรครัฐบาลไร้คู่แข่งสำคัญ และประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล ถูกกดดันให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ท่ามกลางการข่มขู่จากรัฐบาลว่า ใครก็ตามที่รณรงค์การคว่ำบาตรการเลือกตั้ง จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชายวัย 39 ปีรายหนึ่งในจังหวัดกัมปอต ทางภาคใต้ของประเทศ บอกกับบีบีซีไทยผ่านล่ามว่า เขาจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง "เพียงแค่ให้มีหมึกติดอยู่ที่นิ้ว"

"คนจะได้เห็นว่าผมไปลงคะแนนเสียงจริง ๆ ไม่งั้นอาจจะมีคนคิดว่าผมคว่ำบาตรการเลือกตั้งและต่อต้านรัฐบาล ผมกลัวจะมีปัญหา กลัวโดนจับ" เขาบอกกับบีบีซีไทย โดยปฏิเสธที่จะระบุชื่อจริง หรือแม้กระทั่งอาชีพ เนื่องจากกลัวว่ารัฐบาลจะตามตัวเขาได้

หมึกทรงพลัง

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แกนนำพรรค CNRP ที่ส่วนใหญ่ลี้ภัยออกนอกประเทศ ได้ออกโครงการ "นิ้วสะอาด" เพื่อรณรงค์ให้ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งงดออกเสียงเพื่อเป็นการประท้วง

"CPP ต้องการความชอบธรรมผ่านจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ผู้สนับสนุนของ CNRP มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรม และสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ว่าไม่มีความชอบธรรมคือจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิที่น้อย" เจ้าชายสีโสวัฒน์ โทมิโก อดีตสมาชิกพรรค CNRP ตรัสกับบีบีซีไทยเป็นภาษาอังกฤษ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เจ้าชายสีโสวัฒน์ โทมิโก อดีตสมาชิกพรรค CNRP

ต่อมารัฐบาลและคณะกรรมการเลือกตั้งแห่งชาติ (NEC) ได้ออกมาเตือนว่าการรณรงค์คว่ำบาตรการเลือกตั้งถือว่าผิดกฎหมาย และจะดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนการกระทำดังกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้สั่งซื้อหมึกลบไม่ได้ 51,000 ขวดจากอินเดีย ในวงเงิน 800,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 25.6 ล้านบาท) เพื่อป้องกันประชาชนลงคะแนนเสียงซ้ำ

"รัฐบาลกัมพูชาพยายามอย่างหนักในการกดดันให้คนไปใช้สิทธิ พวกเขาบอกได้ว่าใครลงคะแนนแล้ว โดยดูจากหมึกที่เปื้อนนิ้ว" ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชีย องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวที่เวทีแถลงข่าวในกรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

"มันเป็นเรื่องตลกร้ายที่มาตรการป้องกันการลงคะแนนเสียงซ้ำถูกนำมาใช้ตรวจตราและตอบโต้ผู้ไม่ไปลงคะแนน"

Image copyright AFP/Gett Images
คำบรรยายภาพ รัฐบาลกัมพูชาได้สั่งซื้อหมึกลบไม่ได้ 51,000 ขวดจากอินเดีย เพื่อป้องกันประชาชนลงคะแนนเสียงซ้ำ

โรเบิร์ตสันกล่าวว่า ฮิวแมนไรท์วอทช์ได้รับรายงานว่าหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นข่มขู่ประชาชนที่ไม่ไปเลือกตั้งว่าจะไม่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงบริการของรัฐ เช่น การแจ้งเกิด หรือการต่ออายุบัตรประชาชน ส่วนนายจ้างก็ขู่ลูกจ้างว่าจะไล่ออกจากงานหากไม่ไปเลือกตั้ง

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้งในปี 2556 ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการโกง ทว่า พรรค CNRP กลายเป็นพรรคคู่แข่งที่สำคัญของพรรครัฐบาล สามารถคว้าเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนฯ ได้ถึง 55 ที่นั่ง ในขณะที่พรรค CPP ของรัฐบาลได้เพียง 68 ที่นั่ง

"คนกัมพูชาต้องการความเปลี่ยนแปลง พวกเขาต้องการเสรีภาพและความยุติธรรม" เจ้าชายสีโสวัฒน์ตรัสกับบีบีซีไทย

ยิ่งนาน ยิ่งแย่

วรรณา* หญิงทำความสะอาดรายหนึ่ง ในจังหวัดพระตะบอง ทางตอนตะวันตกของประเทศ คือตัวอย่างหนึ่งของชาวกัมพูชาที่ต้องการเปลี่ยนผู้นำประเทศ

วรรณาไม่ยอมเปิดเผยชื่อจริงกับบีบีซีไทย เนื่องจากกลัวภัยคุกคามจากรัฐบาล เธอเลือกรับข่าวสารจาก VOA ภาคภาษาเขมร แทนการเสพจากสื่อในประเทศ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ป้ายหาเสียงของพรรคประชาชนกัมพูชาเห็นเด่นชัดในทุกที่ ส่วนป้ายหาเสียงพรรคอื่น ๆ อีก 19 พรรคแทบมองไม่เห็นเลย

"VOA เผยแพร่ข่าวสารที่เชื่อถือได้และเป็นกลาง ต่างจากสื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เชียร์รัฐบาล" เธอกล่าวกับบีบีซีไทยผ่านล่าม

สิบปีที่เธอสนับสนุนพรรค CPP วรรณาหันไปสนับสนุนพรรค CNRP จนกระทั่งปี 2551 หลังจากที่เธอรู้จักกับสม รังสี หัวหน้าพรรค และเชื่อว่าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศในทางที่ดีขึ้น

"ฉันต้องการความเปลี่ยนแปลง ไม่อยากให้ฮุน เซนอยู่ในอำนาจอีกต่อไป" หญิงวัย 38 ปี กล่าว "มันบ้ามากที่เขายังอยู่ในอำนาจมาได้นานขนาดนี้ แม้ว่ามีคนพยายามดิ้นรนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ใครก็ทำอะไรไม่ได้ ประเทศนี้ช่างเละจริง ๆ"

เธอจะมั่นใจว่าพรรค CPP จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะไปใช้สิทธิออกเสียง โดยอาจจะเลือกที่จะไม่กาช่องใดเลย

Image copyright AFP Photo/TANG CHHIN SOTHY
คำบรรยายภาพ เวทีหาเสียงใหญ่

วรรณากล่าวว่า ตั้งแต่สมเด็จฮุน เซนเป็นผู้นำประเทศ สภาพเศรษฐกิจของกัมพูชาเปลี่ยนไปในทิศทางที่แย่ลง คนจำนวนมากต้องออกไปหางานทำในต่างประเทศ เนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยเงินเดือนที่ต่ำ โดยเธอเองเพิ่งจะได้รับการเพิ่มเงินเดือนเป็น 170 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5,700 บาท) เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับเงินเดือนเพียง 130 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,300 บาท) เมื่อเริ่มทำงานที่นี่เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา

"ปัญหาพวกนี้เป็นลูกไม้ของรัฐบาล เป็นการทำให้ประชาชนตกที่นั่งลำบาก คิดแต่เรื่องปากท้อง ทำให้ไม่มีเวลามานั่งคิดว่าใครเป็นคนบริหารประเทศหรือคิดเรื่องเรื่องการเมือง" เธอกล่าว

การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม

ในเดือนกรกฎาคม 2557 กัมพูชาได้ผ่านกฎหมาย 3 ฉบับที่ แซม ซาริฟี เลขาธิการของคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) มองว่าเป็นการทำให้ตุลาการขาดความเป็นอิสระ และไม่สามารถถ่วงดุลอำนาจบริหาร ทำให้ฝ่ายบริหารได้เข้ามามีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ อิสรภาพและเสรีภาพในการแสดงออกได้ถูกห้ามปราม และฝ่ายตุลาการไม่สามารถที่จะปกป้องสิทธิของพลเมืองในกัมพูชา

"ประทศนี้กำลังเคลื่อนเข้าสู่การปกครองแบบพรรคเผด็จการพรรคเดียว...สิ่งที่เกิดขึ้นในกัมพูชาตอนนี้คือการละเมิดหลักนิติธรรมอย่างสิ้นเชิง และมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ การกระทำของฮุนเซนที่ต่างหากที่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ ไม่ใช่ [การกระทำ] ของฝ่ายค้าน"

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ นายเกิม โซะคา หัวหน้าพรรค CNRP ถูกบุกจับกุมที่บ้านพักเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว จากข้อหากบฏ สมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐฯ กระทำการอันเป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาล ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริง เขาอาจถูกจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections หรือ ANFREL) เป็นหนึ่งในองค์กรและภาคประชาสังคมที่ตัดสินใจไม่ส่งตัวแทนสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากไม่ยอมรับว่าเป็นการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ขาดพรรคฝ่ายค้านหลัก ทำให้คนจำนวนมากตัดสินใจที่จะไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเองก็ได้ตัดสินใจว่าจะไม่ส่งตัวแทนสังเกตการณ์การเลือกตั้งดังกล่าวเช่นกัน

แม้ว่าหน่วยงานที่กำกับการเลือกตั้งของกัมพูชาระบุว่ามีผู้สังเกตการณ์เกือบ 80,000 คนจากในประเทศ แต่ชันดานี วาตาวาลา ผู้อำนวยการ ANFREL กล่าวว่า ในจำนวนนั้น เกินครึ่งหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพรรค CPP

"จากองค์กรทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตจาก NEC เพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ไม่มีองค์กรใดเลยที่มีความเป็นอิสระหรือมีทักษะในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ... ดังนั้นข้อมูลที่กลุ่มเหล่านี้จะให้ในระหว่างและภายหลังการเลือกตั้งจะไม่น่าเชื่อถือ และมีเพียงเพื่อสนับสนุน CPP" เธอกล่าว

"ไม่มีความยุติธรรมในกัมพูชา"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่บริเวณศาลเพรียอองดองกา ที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามพระราชวังในกรุงพนมเปญ มีผู้คนมาเดินเล่นและวิ่งออกกำลังกายในยามเย็น หนึ่งในนั้นคือสาริต* นักธุรกิจวัย 65 ปี ที่พักจากการวิ่งมานั่งพักอยู่ริมน้ำ

ในการเลือกตั้งปี 2536 เขาเคยลงคะแนนเสียงให้พรรคฟุนซินเปก ซึ่งก่อตั้งโดยสมเด็จพระนโรดม สีหนุ แต่แล้วก็ผิดหวังในการบริหารประเทศของพรรคดังกล่าว จึงเปลี่ยนไปสนับสนุนพรรค CNRP

"กัมพูชาไม่มีความยุติธรรมเลย ถ้าคุณรวย คุณชนะ ถ้าคุณจน คุณตาย" เขากล่าว

น้ำเสียงของทั้งล่ามและสาริตแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่มีการถามถึงความคิดเห็นของเขาต่อสมเด็จฮุน เซน หนึ่งในนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในโลก ถึง 33 ปี แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวของผู้คนในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องการเมืองอย่างเปิดเผย ซึ่งบีบีซีไทยเองก็ได้พบเห็นจากการสุ่มสัมภาษณ์ประชาชนหลายสิบคนตามท้องถนนในหลายจังหวัดของกัมพูชา โดยบางรายบอกว่าจะไม่ขอพูดเรื่องการเมือง และคนส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะบอกว่าตนสนับสนุนพรรคการเมืองใด

และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่ม Politikoffee ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่สนใจเรื่องสังคม การเมือง และประชาธิปไตย ยกเลิกงานเสวนาเรื่องอิทธิพลสังคมและการเมืองจีนต่อกัมพูชา โดยประกาศผ่านเฟซบุ๊กของกลุ่มเพียง 2 วันก่อนงานเริ่ม

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ บริเวณศาลเพรียอองดองกาตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามพระราชวังในกรุงพนมเปญ มีผู้คนมาเดินเล่นและออกกำลังกายยามเย็น

สาริตกล่าวว่า เขาไม่รู้สึกว่าความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นตั้งแต่สมเด็จฮุน เซน ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

"ผมทำธุรกิจขนส่งถั่วเหลืองและข้าว และมักจะมีตำรวจหยุดรถเพื่อไถเงิน นับวันผมยิ่งจนมากขึ้น" เขากล่าว

แม้ว่าเขาหวังที่จะเห็นคนอื่นมาบริหารประเทศ แต่เขาก็ไม่รู้จะเลือกพรรคไหน เนื่องจากพรรค CNRP ที่เขาเคยสนับสนุนถูกยุบไปแล้ว ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์นี้ แต่ก็ยังมีความหวังว่าประเทศชาติจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

"กัมพูชาไม่สามารถอยู่รอดด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นในที่สุดเขา [สมเด็จฮุน เซน] ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อการเปลี่ยนแปลง" เขากล่าว

"CNPR ไม่ได้เป็นบิดาของประชาธิปไตย"

Image copyright TANG CHHIN Sothy / AFP
คำบรรยายภาพ ผู้สนับสนุนของพรรครัฐบาลตัดผมเป็นชื่อย่อของพรรค

ในขณะที่ พาย สีพัน โฆษกของรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้มิได้มีเพียงพรรคเดียว เพราะมีพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมถึง 19 พรรค และประชาชนก็มีสิทธิที่จะก่อตั้งพรรค รวมทั้งสามารถที่จะหย่อนบัตรเลือกตั้งเลือกใครก็ได้ตามที่ต้องการ

"ประชาธิปไตยของกัมพูชา นั้นเป็นของประชาชน และประชาชนก็สามารถที่จะเลือกพรรคการเมืองที่พวกเขาศรัทธาหรือเชื่อมั่นได้" เขาตอบคำถามของบีบีซีไทยและเสริมด้วยว่า "CNRญ ไม่ได้เป็นบิดาของประชาธิปไตยแต่อย่างใด ก็เป็นเพียงแค่พรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง"

เขายังอธิบายอีกว่า การที่ CNRP นั้นถูกสั่งยุบพรรคโดยศาลสูงซึ่งมีพื้นฐานมาจากแรงจูงใจของพวกเขาเอง และพื้นฐานของกฎหมายของกัมพูชา

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เลือกตั้งกัมพูชา: ผู้นำฝ่ายค้านเรียกร้องคว่ำบาตรเลือกตั้งที่ "หลอกลวง"

"ทุกคนสามารถมีเสรีภาพ และสิทธิตามกฎหมายที่จะไปหรือไม่ไปหย่อนบัตรได้ ยกเว้นแต่ว่าพวกเขาจะขัดขวางกระบวนการเลือกตั้ง"

นอกจากนี้เขาก็ระบุไปในทำนองว่าสถานการณ์ประชาธิปไตยของกัมพูชาน่าจะดีขึ้น เพราะในปีนี้มีพรรคเข้ามารับสมัครเลือกตั้งถึง 20 พรรค เทียบกับ 8 พรรคในปี 2013

----------------------------------------------------

*ชื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัยของแหล่งข่าว