4 "อาวุธ" จีนอาจตอบโต้สงครามการค้ากับสหรัฐฯ

  • 3 สิงหาคม 2018
Donald Trump and Xi Jinping Image copyright AFP

ที่ผ่านมา สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายังจำกัดอยู่แค่มาตรการภาษี ชาติมหาอำนาจทั้งสองต่างขู่กันไปมาว่าจะคว่ำบาตรทางการค้าระหว่างกัน ตั้งแต่ ม.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีจีนด้วยมาตรการจำกัดสินค้าจากจีนหลายร้อยชนิด ฝ่ายจีนก็ตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทว่า หากข้อพิพาทการค้าลุกลามไปกว่านี้

มหาอำนาจแห่งเอเชียยังมี "อาวุธ" อีก 4 ประเภทที่จะใช้กดดันพญาอินทรีย์

1.กดดันบริษัทสหรัฐฯ

มีหลายวิธีที่จะสามารถกดดันบริษัทสหรัฐฯ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากในกระบวนการภาษีศุลกากร กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้น หรือทำให้บริษัทต่างชาติเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นหากมาดำเนินธุรกิจในจีน

"ในอดีต จีนเคยทำแบบนี้นี้มาก่อน และเห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ทำให้บริษัทอเมริกันกังวล" แมรี เลิฟลี อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ กล่าวกับบีบีซีภาคภาษาสเปน

"แต่กลยุทธ์นี้จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียหาย ทำให้แนวโน้มที่ผู้ส่งออกจะลงทุนในตลาดจีนและสหรัฐฯ น้อยลง นอกจากนี้ ยังจะทำให้เกิดการแข่งขันน้อยลง ทำให้ราคาสูงขึ้น และทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกน้อยลงอีกด้วย"

Image copyright Getty Images

2.โดดเดี่ยวสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีจีนสามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ต่างจากประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่มีเวลาบริหารงานอย่างจำกัด นั่นหมายความว่าผู้นำจีนไม่ได้มีความกดดันที่จะบริหารงานให้ได้ผลลัพธ์อย่างทันทีทันใด ในเรื่องการค้า ผู้นำจีนสามารถค่อย ๆ รวบรวมเครือข่ายประเทศอื่น ๆ ให้เป็นพันธมิตรและทิ้งให้สหรัฐฯ อยู่อย่างโดดเดี่ยว

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เห็นได้จากที่จีนได้เริ่มสร้างสัมพันธ์และดำเนินข้อตกลงกับประเทศในยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา ในช่วงที่ผ่านมา บ้างเชื่อว่าจีนสามารถจะเป็นผู้นำในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งไม่ได้หยุดดำเนินการไปในขณะนี้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนการสนับสนุนของสหรัฐฯ ไป

เหตุผลหนึ่งที่เครือข่ายพันธมิตรใหม่อาจเกิดขึ้นได้คือ จีนไม่ใช่เพียงประเทศเดียวที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แคนาดาและเม็กซิโก ล้วนตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน และเป็นสมาชิก TPP ด้วย

3.ลดค่าเงินหยวน

หากจีนอยากจะตอบโต้สหรัฐฯแบบซึ่งหน้า รุนแรง ก็อาจเลือกใช้การลดค่าเงินหยวนได้ ค่าเงินหยวนที่อ่อนลงจะทำให้ราคาสินค้าส่งออกของจีนถูกลง ได้เปรียบในการแข่งขัน และจะทำให้ราคาสินค้าอเมริกันแพงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่โดนภาษีนำเข้าสูง

ทว่า แม้กลยุทธ์ปรับค่าเงินจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นี่อาจจะเป็นดาบสองคมได้ การกะเก็งในตลาดเงินตราว่าจะเกิดการลดค่าเงิน อาจส่งผลให้มูลค่าหยวนลดลงต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจทำให้ระบบการเงินของจีนไร้เสถียรภาพในที่สุด

ค่าเงินหยวนที่ต่ำลงจะทำให้มาตรการภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯมีผลกระทบต่อจีนลดลง อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็อาจจะตอบโต้โดยเพิ่มอัตราภาษีขึ้นไปอีก

Image copyright Reuters

4.ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นมูลค่ารวม 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่าจีนอาจลดการถือครองพันธบัตรเพื่อเป็นการตอบโต้ในอนาคต

การขายพันธบัตรออกมามาก ๆ จะทำให้ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน ทำให้มูลค่าพันธบัตรลดลงมาก และทำให้ต้นทุนในการกู้ของบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐฯ สูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในที่สุด

Image copyright Getty Images

ข่าวที่เกี่ยวข้อง