สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรอิหร่านเต็มรูปแบบวันนี้

File photo showing US President Donald Trump speaking to reporters after declaring his intention to abandon the Iran nuclear deal (8 May 2018)

ที่มาของภาพ, Reuters

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ระบุ สหรัฐฯ เตรียมดำเนินมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบวันนี้ หลังจากถอนตัวข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านก่อนหน้านี้

มาตรการคว่ำบาตรในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ การค้าทอง และโลหะชนิดสำคัญ ๆ ของอิหร่าน จะเริ่มต้นเวลา 00.01 น. ของวันนี้ (7 ส.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น. ตามเวลาไทย โดยนายทรัมป์เชื่อว่าการกดดันทางด้านเศรษฐกิจจะกดดันให้อิหร่านทำข้อตกลงใหม่ และหยุดการกระทำที่ "มุ่งร้าย"

ด้านประธานาธิบดีฮัสซาน รูฮานี ของอิหร่าน บอกว่า การกระทำดังกล่าวเป็น "สงครามจิตวิทยา" โดยปฏิเสธผ่านทางช่องโทรทัศน์ของอิหร่านว่าจะไม่มีการเจรจาพูดคุยในช่วง "นาทีสุดท้าย"

"เราสนับสนุนวิถีการทูตและการเจรจาเสมอ... แต่การเจรจาต้องอาศัยความซื่อสัตย์" นายรูฮานี กล่าว

นายทรัมป์เตือนว่าจะมี "ผลกระทบร้ายแรง" หากบุคคลหรือกลุ่มคนใดฝ่าฝืนการคว่ำบาตรนี้

ด้านสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งร่วมลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2015 ต่างก็แสดงความเสียใจอย่างมากต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของทั้ง 3 ประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันโดยบอกว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์เป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงโลก

คำบรรยายวิดีโอ,

ช่วงเดือน ก.ย. 2560 อิหร่านได้ประกาศทดสอบขีปนาวุธ "โครัมชาร์" ได้สำเร็จ ท้าทายแรงกดดันจากสหรัฐฯ

นายทรัมป์ เรียกข้อตกลงฉบับนี้ว่า ข้อตกลงแห่งความ "หายนะ" และ "เสียสติ" ทั้งยังไม่ยอมรับรองต่อสภาคองเกรสถึง 2 ครั้งว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามข้อตกลงจริง

ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้วว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน "เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่แย่ที่สุด และเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายเดียวมากที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ เคยลงนามมา" และเตือนว่า ภายในไม่กี่ปี อิหร่านจะสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังกล่าวอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงหลายครั้ง และสัญญาว่าจะร่วมมือกับรัฐสภาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหลายจุดในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงข้อที่เปิดทางให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลังปี 2025

นายทรัมป์ต้องการให้จำกัดโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร ให้ควบคุมโครงการพัฒนาขีปนาวุธมากขึ้น และจัดการกับอิทธิพลที่ "เลวร้าย" ของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น การสนับสนุนการทำสงครามตัวแทนในภูมิภาคซึ่งเป็นภัยต่อชาติตะวันตกที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ,

ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี

คว่ำบาตรอะไรบ้าง?

  • การซื้อ หรือได้มาของธนบัตรดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรัฐบาลอิหร่าน
  • การค้าทองและโลหะมีค่าอื่น ๆ ของอิหร่าน
  • แกรไฟต์ อลูมิเนียม เหล็ก ถ่านหิน และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในกระบวนการทางอุตสาหกรรม
  • การซื้อขายที่มีความเกี่ยวข้องกับเงินเรียลของอิหร่าน
  • กิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกตราสารหนี้ของรัฐบาลอิหร่าน
  • ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของอิหร่าน

จากนั้นในวันที่ 5 พ.ย. มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่มีแนวโน้มสร้างความเสียหายมากขึ้น มีดังต่อไปนี้:

  • ผู้ประกอบการในส่วนท่าเรือ พลังงาน การขนส่งทางเรือ และการผลิตเรือ ของอิหร่าน
  • การซื้อขายที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปิโตรเลียมของอิหร่าน
  • การติดต่อซื้อขายระหว่างองค์กรทางการเงินต่างชาติกับธนาคารกลางของอิหร่าน

นายทรัมป์ระบุในแถลงการณ์ว่า เขารู้สึกยินดีที่บริษัทนานาชาติหลายบริษัทได้ประกาศว่าจะหยุดการดำเนินการในตลาดอิหร่านแล้ว และหลายประเทศได้แสดงท่าทีว่าจะลดหรือยกเลิกการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้เชิญชวนให้ทุกประเทศทำตามขั้นตอนดังกล่าวเพื่อกดดันให้อิหร่านต้องเลือกว่าจะหยุดพฤติกรรมที่ "ข่มขู่" และทำให้เกิดความไม่มั่นคงและกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลก หรือว่าจะยืนยันทางเลือกที่จะนำไปสู่ความโดดเดี่ยวทางด้านเศรษฐกิจ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ,

อิหร่านได้ซื้อเหรียญทองมาเก็บไว้มากขึ้น นับจากสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์

ปฏิกิริยาจากนานาประเทศเป็นอย่างไรบ้าง?

ถึงขณะนี้ทางการอิหร่านยังไม่มีการตอบโต้โดยตรง แต่นายโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ระบุก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐกำลัง "ถูกโดดเดี่ยว" พร้อมบอกด้วยว่าเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงการเจรจากับใครบางคนที่ได้ฉีกข้อตกลงซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าจะบรรลุผล

"ใครสามารถเชื่อได้ว่านายทรัมป์จริงจังกับการพูดคุย" เขาตั้งคำถาม

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมกับหัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) โดยระบุว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ที่กำลังดำเนินการกันอยู่เป็นเรื่อง "สำคัญ" สำหรับความมั่นคงของโลก

พวกเขายังเปิดเผยถึง "ข้อบังคับสกัดกั้น" (blocking statute) ที่จะช่วยปกป้องบริษัทยุโรปที่ไปลงทุนทำธุรกิจกับอิหร่านไม่ให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลนายทรัมป์ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ได้กังวลเป็นพิเศษกับความเคลื่อนไหวนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอิหร่านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นับจากสหรัฐฯ ถอนตัวจากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อเดือน พ.ค. โดยได้รับความเสียหายเกือบร้อยละ 80 ของมูลค่าเศรษฐกิจทั้งหมด