วานิลลา : เถาไม้เลื้อยราคาแพง

  • 18 สิงหาคม 2018
ผู้ปลูกตัดฝักวานิลลา Image copyright Fellipe Abreu and Henrique G Hedler
คำบรรยายภาพ ฝักวานิลลาสีเขียวก่อนถูกนำไปตากแห้ง

ที่หมู่บ้านแอมบานิซานา ชายขอบอุทยานแห่งชาติมาโซลา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ เกษตรกรผู้ปลูกวานิลลาอย่าง ลีออน ชาร์ลส์ ต้องถือมีดพร้า คอยจับตาเฝ้าระวังทั้งวันทั้งคืนไม่ให้หัวขโมยมาลักลอบตัดฝักวานิลลาอวบอิ่มไปขาย

สภาพภูมิอากาศซึ่งมีความชื้นสูง มีร่มเงา และอุณหภูมิกำลังพอดี ช่วยให้ต้นวานิลลาที่นี่เติบโตอย่างสมบูรณ์ วานิลลาจากมาดากัสการ์ เป็นพืชที่ใช้แต่งกลิ่นซึ่งมีราคาสูง ฝักวานิลลาแต่ละเถา เมื่อนำไปตากแห้งแล้วสามารถขายได้ราคาสูงถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 5,000 บาท) จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ปลูกต้องทำทุกทางรวมทั้งประทับตราชื่อ หรือกระทั่งซีเรียลนัมเบอร์ ไว้บนฝักวานิลลาที่ยังคาอยู่บนเถา เพราะแม้จะนำไปตากแห้งแล้วก็ยังเหลือร่องรอยแสดงให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ

Image copyright Fellipe Abreu and Henrique G Hedler
คำบรรยายภาพ ผู้ปลูกวานิลลาต้องจับอาวุธคอยเฝ้าระวังผลผลิตของตัวเอง

ลีออน เข็ดเสียแล้วกับการถูกหัวขโมยมาฉกเอาฝักวานิลลาของเขาไปทั้งสวนเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เขาไปปลูกข้าวในที่ดินซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก

"ผมสูญเสียทุกอย่าง ไม่มีเงินแม้จะส่งลูกไปโรงเรียน"

ยังถือเป็นโชคที่ลีออน และครอบครัวไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายด้วย อย่างที่เกิดขึ้นในกรณีอื่น ๆ

คำบรรยายภาพ ฝักวานิลลาที่ประทับตราชื่อเจ้าของ

ตัดไปที่กรุงลอนดอน ร้านขายไอศกรีม Oddono ในย่านเซาท์เคนซิงตัน ซึ่งประกาศตัวเป็นร้านไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เมื่อปีที่แล้วทางร้านไม่มีไอศกรีมรสวานิลลาขาย

"ลูกค้าถึงกับตะลึงตอนที่ผมบอกว่าเราไม่มีไอศกรีมวานิลลาขาย" คริสเตียน ออดโดโน ผู้จัดการร้านเล่า

"ผมต้องอธิบายลูกค้าว่าไม่อยากจะขายไอศกรีมคุณภาพแย่ และไม่อยากใช้สารเคมีแต่งกลิ่นผสมในไอศกรีม ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจ"

Image copyright Fellipe Abreu and Henrique G Hedler

นักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตกลิ่นวานิลลาสังเคราะห์ได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยสกัดมาจากวัตถุดิบ อาทิ น้ำมันดิน เยื่อไม้ รำข้าวหรือแม้แต่ขี้วัว แต่ในปัจจุบันวานิลลาสังเคราะห์ส่วนใหญ่ทำจากสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งอาจมีราคาถูกกว่าฝักวานิลลาแท้ถึง 20 เท่า

สารวานิลลินที่ได้จากฝักวานิลลามีรสชาติและคุณภาพแตกต่างกันไปตามพื้นที่ปลูก ไม่ต่างจากไวน์ แต่วานิลลาจากมาดากัสการ์นั้นมีกลิ่นหอมหวานและมีรสปะแล่มคล้ายเหล้ารัม นี่เป็นเหตุผลให้ผู้ผลิตไอศกรีมชอบวานิลลาจากมาดากัสการ์มากกว่าที่อื่น

Image copyright Fellipe Abreu and Henrique G Hedler

ในมาดากัสการ์ มีผู้ปลูกวานิลลามากถึง 80,000 ราย ในขณะที่ช่วงสิบปีมานี้ราคาวานิลลาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อห้าปีที่แล้ว วานิลลา 1 กิโลกรัม มีราคาราว 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในปีนี้ ราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งแพงกว่าโลหะเงินเสียอีก แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาปรับตัวลดลงมาเล็กน้อย เหลือ 515 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ 1 กิโลกรัม

วานิลลาเป็นกล้วยไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก แต่มีผู้ปลูกที่นั่นน้อยกว่าในมาดากัสการ์ ขณะที่อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศผู้ปลูกวานิลลารายใหญ่ นอกจากการดูแลรักษาตามปกติแล้ว เกษตรกรยังต้องบรรจงผสมเกสรดอกวานิลลาด้วยมือเพื่อให้เกิดเป็นผล ซึ่งก็คือฝักวานิลลาที่ข้างในเต็มแน่นไปด้วยเมล็ดจิ๋วสีดำที่เห็นกันในเนื้อไอศกรีมคุณภาพดี ฝักวานิลลาจะแก่เต็มที่ สุกพร้อมเก็บเกี่ยวหลังจากนั้นอีก 9 เดือน จากนั้นยังต้องนำไปตากแห้งจนฝักเปลี่ยนจากสีเขียวเต่งตึงเป็นสีน้ำตาลเข้มเหี่ยวย่น ซึ่งจะให้กลิ่นหอมแรง

ผู้ปลูกวานิลลาหลายคนในมาดากัสการ์เร่งรีบตัดฝักวานิลลาเพื่อหลีกเลี่ยงหัวขโมย นั่นทำให้คุณภาพของวานิลลาลดลง แต่รายที่สามารถดูแลผลผลิตไปได้ตลอดรอดฝั่ง ราคาที่แพงขึ้นของวานิลลาช่วยเปลี่ยนชีวิตของชาวบ้านในหมู่บ้านแอมบานิซานา พวกเขามีเงินสร้างบ้านที่ก่อด้วยอิฐ แทนบ้านไม้ และยังส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนดี ๆ ได้

อย่างไรก็ดี ราคาวานิลลาที่พุ่งสูงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น มีการถางป่าเพื่อนำพื้นที่ไปปลูกวานิลลา ซึ่งนั่นจะส่งผลในระยะยาวต่อการเพาะปลูกวานิลลาเอง เพราะผืนป่าให้น้ำฝน ความชื้น และสร้างสภาพดินที่เหมาะสมในการปลูกวานิลลา หากต้นไม้ลดจำนวนลงสิ่งนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย และนั่นจะส่งผลต่อคุณภาพและชื่อเสียงของวานิลลาจากมาดากัสการ์อย่างเลี่ยงไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง