“ฉันพบนักรบไอเอสที่เคยข่มขืนฉันในเยอรมนี”

  • วิคตอเรีย บิสเซ็ท & ลูซี ดอเซ็ท
  • บีบีซี นิวส์
อัชวัก
คำบรรยายภาพ,

อัชวักบอกกับบีบีซีว่า "เหลือเชื่อ" กับสิ่งที่เธอพบในเยอรมนี

วัยรุ่นชาวยาซิดีที่ถูกขายไปเป็นทาสของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือไอเอส เล่าเรื่องราวอกสั่นขวัญแขวนผ่านบีบีซี หลังเธอหลบหนีไปที่เยอรมนี ก่อนต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่จับตัวเธอไปบนท้องถนน

อัชวัก มีอายุเพียง 14 ปี ในตอนที่นักรบไอเอสเข้าโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรัก รวมถึงชุมชนสำคัญของชาวยาซิดี ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเคิร์ด

พวกเขาจับผู้หญิงนับพันไปแล้วบังคับให้เป็นทาสบำเรอกาม รวมถึงอัชวักซึ่งถูกขายให้ชายที่ชื่อ อาบู ฮูมัม ในราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,300 บาท)

เธอถูกข่มขืนและทำร้ายร่างกายแล้วซ้ำเล่า กระทั่ง 3 เดือนต่อมา เธอหลบหนีออกมาได้ ก่อนเดินทางไปประเทศเยอรมนีพร้อมกับแม่และพี่ชาย

หลายเดือนต่อมา เธอได้ยินใครบางคนเรียกชื่อเธอในขณะเดินอยู่บนถนนหน้าซูเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง

"ระหว่างทางกลับไปโรงเรียน รถยนต์คันนั้นมาจอดประชิดตัวฉัน เขานั่งอยู่ที่เบาะหน้ารถคันนั้น และถามฉันด้วยภาษาเยอรมันว่า 'คุณใช่อัชวักไหม' ฉันกลัวสุดขีดจนสั่นไปทั้งตัว ก่อนบอกปัดไปว่าไม่ใช่ คุณคือใคร" อัชวัก ย้อนประสบการณ์ระทึกให้บีบีซีฟัง

"ผมรู้ว่าคุณคืออัชวัก และผม.. อาบู ฮูมัม" ชายคนนั้นตอบกลับเธอ

เธอเล่าต่อว่า หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปิดฉากสนทนากับเธอด้วยภาษาอารบิกและบอกว่าอย่าโกหกเขา

"ผมรู้จักคุณ และรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตคุณในเยอรมนี" อัชวักอ้างถึงคำพูดของอาบู

เธอคิดว่ามันเป็นเรื่อง "เหลือเชื่อ" ที่จะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นกับเธอในเยอรมนี

"ฉันจากครอบครัวและบ้านเกิด เดินทางไปที่เยอรมนีเพื่อลืมความเจ็บปวดและความทุกข์ใจ แต่สุดท้ายสิ่งที่ฉันได้รับคือการพบหน้านักรบไอเอสที่ฉันเคยตกเป็นทาสทางเพศของเขา และเขาก็รู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับฉันด้วย"

คำบรรยายภาพ,

พ่อของอัชวักเล่าให้บีบีซีฟังว่ายังมีญาตินับสิบคนหายตัวไป

"มันพุ่งตรงไปเสียดแทงใจคุณ"

อัยการเยอรมนีกล่าวว่า อัชวักรายงานเหตุที่เกิดขึ้นให้ตำรวจทราบหลังผ่านเหตุระทึกมา 5 วัน เธอเล่าทุกอย่างให้พนักงานสอบสวนฟัง รวมถึงประสบการณ์ในอิรักซึ่งเป็นบาดแผลในใจของเธอ เจ้าหน้าที่ร่างภาพใบหน้าบุคคลต้องสงสัย และบอกเธอให้ติดต่อกลับหากตำรวจทันทีหากเจออาบู ฮูมัม อีกครั้ง

เธอยังแนะนำตำรวจให้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ที่ซูเปอร์มาเก็ต แต่ดูเหมือนสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น

"ฉันรอตลอดทั้งเดือน แต่ไม่ได้รับข่าวใด ๆ" อัชวักกล่าว

ด้วยความกลัวว่าจะต้องปะหน้านักรบไอเอสอีกครั้ง และความหวังจะมีโอกาสกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพี่น้องผู้หญิงอีก 4 คนที่ได้รับการช่วยเหลือให้หนีออกจากไอเอสเช่นกัน อัชวักเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก เธอหวังว่าจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น

"ถ้าคุณไม่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้ คุณจะไม่มีทางรู้วามันเป็นอย่างไร... มันพุ่งตรงไปเสียดแทงใจของคุณ" และว่า "เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกข่มขืนโดยไอเอส คุณไม่อาจจินตนาการได้เลยว่ามันเป็นอย่างไรเมื่อทั้งคู่ต้องพบกันอีก"

"นี่ไม่ใช่กรณีเดียว"

ฟรอยเคิล คูเลอร์ โฆษกหญิงของศาลสูงเยอรมนี กล่าวว่า ตำรวจได้ใช้ความพยายามทุกวิถีทางในการค้นหา อาบู ฮูมัม โดยใช้ภาพร่างใบหน้าของเขา และคำให้การของอัชวัก แต่ไม่สามารถคลำไปถึงตัวนักรบไอเอสได้

เดือน มิ.ย. ปีเดียวกัน ตำรวจติดต่ออัชวักอีกครั้งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวน ทว่าเธอเดินทางกลับไปประเทศอิรักเสียแล้ว

อย่างไรก็ตามนักกิจกรรมในเยอรมนีชี้ว่า กรณีของอัชวัก ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น

ดุเซน เทกกาย นักกิจกรรมและผู้ก่อตั้ง Hawar.Help องค์กรที่ตั้งอยู่ในเบอร์ลินซึ่งมีบทบาทในการรณรงค์เพื่อสิทธิของชาวยาซิดี ระบุว่า เธอได้ยินเรื่องราวหลายกรณีที่ผู้หญิงชาวยาซิดีลี้ภัยต้องมาเจอนักรบไอเอสในเยอรมนี

แม้แต่อัชวักก็บอกเองว่า เธอได้ยินเรื่องราวทำนองเดียวกันจากเด็กหญิงชาวยาซิดีคนอื่น ๆ ที่หนีรอดจากเงื้อมมือของนักรบไอเอสมา

"ฉันไม่มีทางจะกลับไปเยอรมนีอีก"

อัชวักกลับไปใช้ชีวิตในค่ายผู้ลี้ภัยชาวยาซิดี เธอต้องการศึกษาต่อ แต่ขณะเดียวกันเธอและครอบครัวก็อยู่ระหว่างวางแผนออกจากอิรักด้วย

"เราหวาดผวาแนวร่วมของไอเอส" พ่อของอัชวักกล่าวกับบีบีซี

ประสบการณ์ในเยอรมนีส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อเด็กสาว "ต่อให้โลกถล่มลงมา ฉันก็ไม่มีทางจะกลับไปเยอรมนีอีก" อัชวักกล่าว

ครอบครอบของเธออยู่ระหว่างยื่นเรื่องขอลี้ภัยไปอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เช่นเดียวกับชาวยาซิดีอีกหลายคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพิเศษที่เปิดให้กับผู้หญิงที่ถูกไอเอสลักพาตัวไปเป็นทาสบำบัดกาม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เด็กหญิงและเด็กชายชาวชาวยาซิดีกำลังสวดมนต์และร้องเพลง

ใครคือชาวยาซิดี?

  • กลุ่มที่มีความเชื่อทางศาสนาเก่าแก่ราว 4,000 ปีในยุคก่อนอิสลาม รากเง้าความเชื่อมาจากศาสนาเทวนิยมในอาณาจักรเปอร์เซีย ก่อนผสมผสานพิธีกรรมบางอย่างของศาสนาคริสต์ อิสลาม และยูดาย เข้าไป
  • เป็นผู้มีเชื้อสายเคิร์ด อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรักเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงประเทศอิหร่าน ซีเรีย และตุรกี
  • ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทั้งเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์
  • ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของไอเอส เนื่องจากเป็นอิรักที่ไม่ใช่มุสลิม จึงถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก "นอกรีต"
  • มีการประเมินว่าชาวยาซิดีราว 70,000-500,000 คน ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยในสงครามไอเอส