โคฟี อันนัน: อดีตเลขาธิการยูเอ็นที่โลกจดจำ

  • 18 สิงหาคม 2018
โคฟี อันนัน Image copyright AFP

นายโคฟี อันนัน คือชายผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวแอฟริกันผิวดำคนแรกที่ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ เขาคือหนึ่งในนักการทูตผู้เป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ จากการอุทิศตนทำงานส่งเสริมด้านสันติภาพ และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี/เอดส์

นายอันนันเกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 1938 ที่เมืองกุมาซี ในเขตอาณานิคมโกลด์โคสของอังกฤษ หรือประเทศกานาในปัจจุบัน เขาเป็นบุตรของครอบครัวผู้มีอันจะกินและมีการศึกษาดี และมีคู่แฝดหญิงที่ชื่ออีฟัว อัตตา

ข้อมูลจากกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงประวัตินายอันนันไว้ว่า เขาเป็นคนที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รวมไปถึงภาษาท้องถิ่นของแอฟริกา นายอันนันเข้าเรียนที่ University of Science and Technology เมืองกุมาซี และสำเร็จการศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์จาก Macalester College เมืองเซนต์ปอล รัฐมินเนโซตาของสหรัฐฯ ในปี 1961 จากนั้นได้ศึกษาต่อในสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ Institute of International Affairs เมืองเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างปี 1961-1962 และสำเร็จปริญญาโทสาขาการบริหารจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) เมื่อปี 1972

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
โคฟี อันนัน นักการทูตผู้เป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

เส้นทางนักการทูตยูเอ็น

นายอันนันเริ่มต้นทำงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการสหประชาชาติ โดยเข้าทำงานด้านงานบริหารและงานงบประมาณขององค์การอนามัยโลก ในปี 1962

เขาได้ร่วมงานในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งแอฟริกาในกรุงอาดดิสอาบาบา ของเอธิโอเปีย และเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองเจนีวา

จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอีกหลายตำแหน่งที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ รวมถึงกิจการด้านทรัพยากรมนุษย์ งานงบประมาณและการเงิน และงานด้านการรักษาสันติภาพ

ผลงานโดดเด่นของเขาในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ การปฏิบัติงานรักษาสันติภาพในตำแหน่งรองเลขาธิการยูเอ็น ซึ่งดูแลเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนกว่า 70,000 คนที่ปฏิบัติงานให้สหประชาชาติทั่วโลก และดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อดูแลยูโกสลาเวีย ในระหว่างปี ค.ศ. 1995 - 1996 รวมทั้งการดูแลส่งคณะเจ้าหน้าที่สหประชาชาติกว่า 900 คน กลับจากอิรักจากกรณีความขัดแย้งระหว่างอิรักและคูเวต

Image copyright PA

รอยด่างในอาชีพ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่นายอันนันกำกับดูแลงานด้านรักษาสันติภาพนั้น ได้เกิดเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาเมื่อปี 1994 และการสังหารหมู่ชาวมุสลิมในบอสเนียภายในเขตที่ยูเอ็นกำหนดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในปี 1995

เหตุการณ์ทั้ง 2 กรณีทำให้นายอันนัน และหน่วยงานรักษาสันติภาพภายใต้การดูแลของเขาถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากมีการเปิดเผยว่าหน่วยงานของเขาเพิกเฉยต่อข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งมีเนื้อหาเตือนว่ากำลังมีการวางแผนก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ซึ่งในวาระครบรอบ 10 ปีเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว นายอันนันได้กล่าวยอมรับความผิดพลาดของตนเอง

Image copyright Reuters

เลขาธิการยูเอ็นชาวแอฟริกันผิวดำคนแรก

นายอันนัน เข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นคนที่ 7 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1997 สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวแอฟริกันผิวดำคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งระหว่างดำรงตำแหน่ง นายอันนันได้แสดงบทบาทสำคัญหลายด้าน เช่น การมุ่งมั่นปฏิรูปยูเอ็นให้มีประสิทธิภาพ การผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชน การตั้งเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ และความพยายามในการนำยูเอ็นให้ใกล้ชิดกับภาคประชาสังคมมากยิ่งขึ้น

ส่วนด้านการรักษาสันติภาพ นายอันนัน ได้มีบทบาทเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทระหว่างประเทศ ทั้งกรณีอิรัก ปี 1998 กรณีไนจีเรีย ปี 1999 กรณีอิสราเอล - เลบานอน ปี 2000 รวมไปถึงการรักษาสันติภาพในลิเบียและติมอร์-เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก ส่งผลให้ยูเอ็นมีบทบาทเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพให้แก่โลก

การทำงานด้านการรักษาสันติภาพเหล่านี้ ทำให้นายอันนันและยูเอ็นได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2001 และในปีถัดมา รัฐสมาชิกสหประชาชาติได้มีมติให้นายอันนัน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น ต่อเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งนายอันนันได้เดินหน้าเสริมสร้างสันติภาพและมนุษยธรรมในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องจวบจนครบวาระในปี 2006

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ หลังพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น นายอันนัน ยังคงทำงานส่งสันติภาพ เช่น การเป็นทูตพิเศษของยูเอ็น เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในซีเรีย

หลังพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น ประชาคมนานาชาติยังคงให้การยอมรับนายอันนัน ในการปฏิบัติภารกิจด้านการรักษาสันติภาพและการส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ทูตพิเศษของยูเอ็นและสันนิบาตอาหรับ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างสันติภาพในซีเรีย รวมทั้งเป็นประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐบาลเมียนมาเพื่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งในรัฐยะไข่ เมื่อปีที่แล้ว

ความสัมพันธ์กับไทย

เมื่อปี 2006 นายอันนัน ในฐานะเลขาธิการยูเอ็นขณะนั้น ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP Human Development Lifetime Achievement Award) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรไทยมาโดยตลอดรัชสมัย อันเป็นรางวัลเกียรติยศที่ยูเอ็นริเริ่มขึ้นมาใหม่ในปีนั้นเพื่อเทิดพระเกียรติเป็นกรณีพิเศษ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

Image copyright UNDP Thailand
คำบรรยายภาพ นายอันนัน ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อปี 2006

ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต นายอันนันได้แถลงการณ์ แสดงความเสียใจอย่างอย่างยิ่งต่อการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ผู้ทรงเป็นดั่งหลักชัยและที่พึ่งพิงของพสกนิกรในยามบ้านเมืองประสบกับความวุ่นวาย และความเปลี่ยนแปลงทุกด้านในสังคมไทยตลอดรัชสมัยของพระองค์

ช่วงเวลาสำคัญของ โคฟี อันนัน

1938: เกิดที่เมืองกุมาซี ในกานา

1962: เริ่มทำงานให้ยูเอ็นในเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

1965: สมรสกับนางติติ อลาคิจา มีบุตรชาย-หญิง 2 คน

1984: สมรสกับนางนัน ลาเกอร์เกรียน หลังจากหย่าขาดจากภรรยาคนแรก 1 ปีก่อนหน้านั้น

1991: คู่แฝดหญิงเสียชีวิต

1993: เป็นหัวหน้าปฏิบัติการรักษาสันติภาพยูเอ็น

1997: ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการยูเอ็น

2001: ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ

2006: พ้นวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็น 2 สมัย

2012: เป็นประธาน The Elders องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน

2018: ถึงแก่กรรมอย่างสงบ หลังล้มป่วยเป็นเวลาสั้น ๆ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะมีอายุ 80 ปี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายอันนัน สมรสกับนางนัน ภริยาคนที่ 2 เมื่อปี 1984

ข่าวที่เกี่ยวข้อง