เหตุใดน้ำท่วมในรัฐเกรละถึงทำให้คนตายมหาศาล

  • 21 สิงหาคม 2018
น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี

มหาอุทกภัยในรัฐเกรละ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 350 คนแล้วนับจากเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บีบีซีพาไปหาคำตอบว่าเหตุใดยอดผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ถึงพุ่งสูงขนาดนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในรัฐเกรละสร้างความเสียหายในระดับสูงสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้ปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมเริ่มลดลงและหน่วยกู้ชีพกู้ภัยเริ่มเข้าพื้นที่ได้แล้ว แต่ประชาชนหลายพันคนก็ยังถูก "ปล่อยเกาะ" ให้อยู่กลางมวลน้ำมหาศาล

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลท้องถิ่นควรเตรียมแผนรับมือได้ดีกว่านี้ เพราะหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น รัฐบาลได้ออกรายงานเพื่อเตือนว่ารัฐเกรละว่ามีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ "ไร้ประสิทธิภาพที่สุด" ในบรรดารัฐต่าง ๆ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยได้คะแนนเพียง 42 คะแนน ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 12

ขณะที่สามอันดับแรกที่มีการบริหารจัดการดี ได้แก่ รัฐคุชราต ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ ได้ 79 คะแนน รองลงมาคือ รัฐมัธยประเทศ อยู่ทางภาคกลาง ได้ 69 คะแนน และรัฐอานธรประเทศ อยู่ทางภาคใต้ ได้ 68 คะแนน

ผ่านไปหนึ่งเดือน สถานการณ์ของรัฐเกรละก็ได้ยืนยันสิ่งที่รายงานชี้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นบ้านเรือนประชาชนจมน้ำในรัฐเกรละ

เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญระบุตรงกันว่า น้ำท่วมในรัฐเกรละจะไม่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างขนาดนี้ หากเจ้าหน้าที่ได้ระบายน้ำจากเขื่อนอย่างน้อย 30 แห่ง ลงสู่แม่น้ำ 44 สายที่ไหลพาดผ่านรัฐ

"มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ถ้ามีการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนล่วงหน้า แทนที่จะรอน้ำเต็มเขื่อน จนไม่มีทางเลือกอื่น แล้วก็ต้องปล่อยน้ำออกมา" ฮิมานชู ทักกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำในเครือข่ายเขื่อน แม่น้ำ และประชาชนแห่งเอเชียใต้ กล่าว

มวลน้ำมหาศาลที่ท่วมเต็มพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นผลจากการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน 80 แห่งพร้อมกัน

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นสพ. เดอะ ไทม์ ออฟ อินเดีย ระบุว่ามีเฮลิคอปเตอร์ทหาร 23 ลำร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย
Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชายคนนี้นอนรอการเคลื่อนย้ายทางอากาศเพื่อไปรักษาตัว

"เห็นได้ชัดว่าเขื่อนขนาดใหญ่ในรัฐ เช่น เขื่อนอิดักกี และเขื่อนอิดามาลายา ได้เปิดประตูระบายน้ำออกมาตอนที่รัฐเกรละกำลังจมน้ำแล้ว นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายขึ้น" ทักกะ กล่าว

เขาเสริมด้วยว่า ผู้บริหารจัดการเขื่อนมีเวลาเพียงพอในการปล่อยน้ำช่วงที่สภาพพื้นที่ยังแห้งอยู่ ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดความเสียหายบางประการได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวบ้านกว่า 3.53 แสนคน ต้องอพยพไปอยู่ตามศูนย์บรรเทาทุกข์กว่า 3 พันแห่งทั่วประเทศ

ในการประเมินของรัฐบาลกลางเมื่อต้นปีนี้ พบว่า รัฐเกรละเป็นหนึ่งใน 10 รัฐที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการเกิดน้ำท่วม นอกจากนี้ในการบริหารจัดการของรัฐยังถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตาม "ขั้นตอนที่จำเป็น" เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากอุทกภัย

ขณะเดียวกันรัฐบาลกลางก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีนี้ด้วย เนื่องจากรัฐเกรละไม่ได้รับการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจากคณะกรรมการกลางด้านน้ำ (Central Water Commission: CWC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ

"มหาอุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และการปล่อยน้ำในเขื่อนมหาศาล ทำให้เกิดคำถามเรื่องการพยากรณ์สถานการณ์น้ำท่วมและการเตรียมแผนรับมือของ CWC" ทักกะ กล่าว

"เราตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ได้คาดการณ์อย่างจริงจังว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้น มีแค่การติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในรัฐเกรละเท่านั้น"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประชาชนกว่า 350 คนในรัฐเกรละ ต้องสังเวยชีวิตในอุทกภัยในห้วง 2 เดือนเศษ

ในขณะที่รัฐไม่ได้เตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเพียงพอ ฝนที่มีปริมาณสูงกว่าปกติมากได้ถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง

เจมส์ วิลสัน ที่ปรึกษาด้านน้ำของรัฐบาลเกรละ บอกกับบีบีซีว่า "มันเป็นหายนะที่เกิดขึ้นในรอบ 100 ปี และไม่มีใครทำนายได้ว่าปริมาณน้ำฝนจะมากขนาดนี้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราไม่ได้เตรียมรับมือกับภัยพิบัติในระดับขนาดนี้"

เขายืนยันว่า รัฐบาลท้องถิ่นมีการบริหารจัดการน้ำท่วมทุกปี แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ และบังคับให้พวกเขาต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อน

Image copyright Reuters

ในเวลาเพียงสองเดือนครึ่ง ปริมาณน้ำฝนสะสมในรัฐเกรละเพิ่มมากกว่าร้อยละ 37 ซึ่งเท่ากับปริมาณของฝนตลอดฤดูมรสุมของปีก่อน ๆ แต่ก็ยังเหลือช่วงเวลาอีกเกือบสองเดือนที่จะสิ้นสุดมรสุม

ฝนที่ถล่มลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดดินโคลนถล่ม คร่าชีวิตประชาชนจำนวนมาก นักสิ่งแวดล้อมเรียกร้องให้ผู้ตัดไม้ทำลายป่ารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บางพื้นที่ของรัฐเกรละที่จมใต้น้ำในครั้งนี้ เพราะพื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบที่เป็น"เครื่องป้องกันทางธรรมชาติ" ของอุทกภัยได้หายไป เนื่องจากการขยายตัวของเมือง และการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ไม่เพียงผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ประชาชนก็พยายามช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงของพวกเขา เช่น หมูตัวนี้

เหตุฝนถล่มอย่างหนักในปี 2015 ทางตอนใต้ของเมืองเชนไน คร่าชีวิตประชาชนไปอย่างน้อย 70 คน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผังเมืองที่เลวร้าย

ทว่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหายนะจากมหาอุทกภัยในรัฐเกรละได้เพิ่มอีก "มิติใหม่" ของภัยพิบัติ นั่นคือ อันตรายจากเขื่อน

หากรัฐไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอ และปริมาณฝนตกยังคงเพิ่มมากขึ้น ดังนี้นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก "มหาภัยพิบัติ" ในระดับนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าหนึ่งครั้งในรอบศตวรรษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง