ยอดผู้ติดโรคหัดในยุโรปสูงเป็นประวัติการณ์

  • 21 สิงหาคม 2018
Baby with measles Image copyright SPL

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยมีจำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดสูงเป็นประวัติการณ์ในยุโรป ผู้เชี่ยวชาญชี้เพราะคนฉีดวัคซีนน้อยลง

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2018 มีผู้ติดเชื้อโรคหัดในยุโรปแล้วมากกว่า 41,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 37 ราย ในขณะที่ปีที่แล้ว มีผู้ติดเชื้อเพียง 23,927 ราย และ 5,273 ในปีก่อนหน้านั้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่านี่เป็นผลจากการที่คนไปฉีดวัคซีนน้อยลง โดยยูเครนและเซอร์เบียเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดที่สุดในยุโรป

หน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษระบุว่า การระบาดของเชื้อในอังกฤษเกิดจากการเดินทางไปยุโรปและนำเชื้อกลับมา โดยโรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายผ่านการไอและจาม โดยปกติแล้ว การติดเชื้อจะอยู่ที่ระหว่าง 7 ถึง 10 วัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะสามารถหายเป็นปกติได้ แต่เชื้อโรคนี้ก็สามารถทำให้เกิดอาการรุนแรงอื่น ๆ ได้ เช่น ภาวะสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, อาการชักจากไข้, โรคปอดบวม และ ตับอักเสบ

ที่เมืองไทย กรมควบคุมโรค รายงานว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 19 กรกฎาคม 2561 พบผู้ป่วยโรคหัด 1,316 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ 15-24 ปี (26.98%) และพบในภาคกลางมากที่สุด

ที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้ตั้งเป้าการกำจัดโรคหัดในไทยให้สำเร็จภายในปี 2563 โดยเน้นรณรงค์ให้วัคซีนกลุ่มเสี่ยงในปี 2562 เนื่องจากยังคงพบผู้ป่วยโรคหัดในประเทศไทยมากขึ้นในปี 2559-2560 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการออกระเบียบให้นักเรียนได้รับวัคซีนก่อนเข้าเรียนด้วย

วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน หรือ MMR สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ โดยสำนักบริการสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) แนะนำให้เด็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนประมาณช่วงวันเกิดปีแรก และอีกครั้งก่อนเข้าโรงเรียน

ดร.เนเดร็ต เอมิโรกลู จากองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำล้วนเสี่ยงต่อการติดเชื้อไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหน และทุก ๆ ประเทศต้องช่วยกันเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยฉีดวัคซีนคนให้มากที่สุด

ไม่นานมานี้ วุฒิสภาอิตาลีเพิ่งลงคะแนนเสียงยกเลิกกฎหมายที่บังคับให้เด็กทุกคนต้องฉีดวัคซีนก่อนเริ่มเข้าโรงเรียน นั่นหมายความว่าพ่อแม่จะไม่โดนปรับเงินหากไม่พาลูกไปฉีดวัคซีน

อาการโรคหัด

  • น้ำมูกไหล จาม
  • ไข้สูง เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ
  • ตาแดง มีน้ำตาคลอ
  • มีจุด ๆ สีเทาในปาก
  • มีตุ่มนูนสีแดงซึ่งอาจขึ้นติดกันเป็นแถบ จะเริ่มบริเวณไรผมประมาณ 2-4 วันหลังจากเกิดอาการแรก ๆ และค่อย ๆ กระจายไปทั่วหัว คอ และทั่วร่างกาย

ดร. แมรี แรมซี จากสาธารณสุขอังกฤษระบุว่า กรณีส่วนใหญ่เป็นเด็กและวัยรุ่นที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนตอนเด็ก และแนะนำให้ผู้ที่ไม่แน่ใจไปตรวจกับแพทย์ ก่อนที่จะเดินทางไปประเทศที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคอยู่