มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรเรียกร้องเปลี่ยนกฎวีซ่าให้ นศ. อยู่ทำงานต่อได้ 2 ปีหลังเรียนจบ

  • 5 กันยายน 2018
Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มหาวิทยาลัยหลายแห่งระบุว่า สหราชอาณาจักรกำลังมีความน่าดึงดูดนักศึกษาต่างชาติลดลง

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงระบบวีซ่า เพื่ออนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาแล้วสามารถพำนักและทำงานต่อได้ 2 ปี

องค์กรยูนิเวอร์ซิตีส์ยูเค (Universities UK) ระบุว่า หากไม่มีการแก้ไขระบบวีซ่า นักศึกษาต่างชาติ จะเลือกไปศึกษาต่อในประเทศอื่น อย่าง สหรัฐฯ, แคนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งงานวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ออสเตรเลีย ขึ้นมาแซงหน้าสหราชอาณาจักร ในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุดเป็นอันดับสองแล้ว

ค่าใช้จ่ายของนักศึกษาต่างชาติสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหราชอาณาจักรราว 2.6 หมื่นล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท

รัฐบาลระบุว่า ขณะนี้ไม่มีการจำกัดจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่มาอย่างถูกกฎหมาย

เดือนนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการอพยพย้ายถิ่น ซึ่งให้คำแนะนำแก่รัฐบาล จะออกรายงานเกี่ยวกับผลกระทบของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันหมายถึงผู้ที่มาจากนอกสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยปฏิเสธข้อเรียกร้องให้นำศึกษาต่างชาติออกจากกลุ่มของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการอพยพย้ายถิ่นฐาน

'ต้อนรับยิ่งขึ้น'

ยูนิเวอร์ซิตีส์ยูเค เรียกร้องให้รัฐบาลส่งสัญญาณที่ "ต้อนรับยิ่งขึ้น" ด้วยการให้สิทธิ์นักศึกษาต่างชาติพำนักและทำงานในสหราชอาณาจักร หลังเรียนจบหลักสูตรแล้ว อย่างที่เคยอนุญาตให้ทำได้ก่อนการเปลี่ยนแปลงกฎในปี 2012

สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และแคนาดา อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานได้หลังจบการศึกษา ซึ่งงานวิจัยของยูนิเวอร์ซิตีส์ยูเค ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีความน่าดึงดูดใจอย่างยิ่งต่อนักศึกษาในอินเดียและอีกหลายประเทศ

ปัจจุบัน นักศึกษาจำนวนมากพำนักในสหราชอาณาจักรหลังจากจบการศึกษา แต่ว่าก็มีข้อจำกัดหลายอย่างเกี่ยวกับ ระดับการศึกษา, ระยะเวลาในการหางานทำ และเงื่อนไขด้านการได้รับการสนับสนุน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต้องการลดข้อจำกัดเหล่านี้ลง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้บริหารในแวดวงมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรระบุว่า นักศึกษาต่างชาติมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 26,000 ล้านปอนด์

ศ. เซอร์ สตีฟ สมิธ จากยูนิเวอร์ซิตีส์ยูเค ระบุว่า สหราชอาณาจักรกำลัง "สูญเสียโอกาส" จากการขยายตัวของจำนวนนักศึกษาทั่วโลก

สหราชอาณาจักรได้ยกเลิกสิทธิการทำงาน หลังจากมีการกล่าวอ้างว่า นักศึกษาต่างชาติพำนักอยู่ในประเทศเกินกำหนด และใช้วีซ่านักเรียนเป็นช่องทางในการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาในประเทศ

แต่เซอร์ สตีฟ ระบุว่า มีการพิสูจน์แล้วว่า ข้อกล่าวอ้างเหล่านั้น "ไม่เป็นความจริง" และข้อมูลล่าสุด แสดงให้เห็นว่า 98% ของนักศึกษาต่างชาติ ปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของพวกเขา

เขายังระบุด้วยว่า การกีดกันนักศึกษาต่างชาติ นอกจากทำให้เกิดการสูญเสียทางการเงินด้วย ยังมีความเสี่ยงที่จะ "เกิดความเสียหายในระยะยาวอย่างมาก" ทั้งในแง่ของการสูญเสียอิทธิพลระหว่างประเทศ และการไม่สามารถหาผู้ที่มีความสามารถจากต่างชาติเข้ามาทำงานวิจัยในสหราชอาณาจักร

เซอร์ สตีฟ ระบุว่า หลังจากเบร็กซิท ความต้องการแรงงานทักษะจะเพิ่มขึ้นมาก และสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่า มี "การเปิดกว้างทางการทำธุรกิจ"

'ไม่จำกัด'

จำนวนนักศึกษาต่างชาติโดยรวมในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้นเพียง 3% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 40%, ออสเตรเลีย 45% และแคนาดา 57%

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจลอนดอนในเดือน ก.ค. แสดงให้เห็นว่า ออสเตรเลียได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อมากที่สุดเป็นอันดับสองแทนที่สหราชอาณาจักร ตามหลังสหรัฐฯ

นักศึกษาจากจีน มีสัดส่วนมากที่สุดในนักศึกษานานาชาติในสหราชอาณาจักร มีจำนวนประมาณ 95,000 คน ส่วนนักศึกษาอินเดียอยู่ที่ 17,000 คน แต่ยูนิเวอร์ซิตี้ยูเค ระบุว่า ตัวเลขนี้ลดจำนวนลงครึ่งหนึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ยูนิเวอร์ซิตี้ยูเค ระบุว่า การใช้จ่ายของนักศึกษาต่างชาติช่วยสนับสนุนการจ้างงานมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง มีมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจทั้งจากค่าธรรมเนียม, การเดินทาง, และค่ากินอยู่ รวมมูลค่า 2.58 หมื่นล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.09 ล้านล้านบาท รวมถึงรายได้จากภาษีราว 1 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท

โฆษกกระทรวงมหาดไทยระบุว่า "ไม่มีการจำกัดจำนวนนักศึกษาจริงจากต่างชาติที่ต้องการเข้ามาศึกษาในสหราชอาณาจักร"

"เรารับรู้ว่า นักศึกษาต่างชาติมีส่วนสำคัญทางการเงินและวัฒนธรรมในสหราชอาณาจักร ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาข้อเสนอที่เยี่ยมยอดให้หลังจบการศึกษา"

"บัณฑิตสามารถพำนักได้ ถ้าพวกเขาได้งานในระดับเดียวกับที่จบการศึกษา, ได้โอกาสฝึกงาน หรือมีการสมัครเพื่อดำเนินธุรกิจในสหราชอาณาจักร"

"นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่กำลังจบการศึกษา ก็สามารถอยู่ต่อได้อีก 1 ปี เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทำงาน หรือเป็นผู้ประกอบการทำธุรกิจ"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม