ยุโรปและลัทธิชาตินิยม: ข้อมูลรายประเทศ

  • 11 กันยายน 2018
กราฟิก

พรรคขวาจัดและพรรคชาตินิยมกำลังได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วยุโรป

บางส่วนได้จัดตั้งรัฐบาล บางส่วนได้เป็นฝ่ายค้านหลัก แม้ว่ากลุ่มเหล่านี้จะยังไม่ได้ครอบครองฐานที่มั่นหลักทางการเมือง แต่ก็ทำให้ผู้นำพรรคสายกลางต้องปรับตัว

ส่วนหนึ่ง นี่อาจถูกมองว่า เป็นผลกระทบทางลบต่อกลุ่มการเมืองเก่าในช่วงที่เกิดวิกฤตผู้อพยพและวิกฤตการเงิน แต่คลื่นความไม่พอใจนี้ก็เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวที่มีมายาวนานเกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ และอัตลักษณ์แห่งชาติที่ถูกเจือจางลงด้วยเช่นกัน

แม้ว่าพรรคต่าง ๆ จะมีความเข้มข้นทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่ก็มีลักษณะร่วมบางอย่าง เช่น การเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้อพยพ, การใช้คำพูดต่อต้านศาสนาอิสลาม และการวิจารณ์สหภาพยุโรป

พวกเขาอยู่ตรงไหนของภูมิศาสตร์การเมืองยุโรป?


อิตาลี

การเลือกตั้งที่ไม่มีผู้ชนะอย่างเด็ดขาด และความไม่แน่นอนที่กินเวลานานหลายเดือน ทำให้พรรคการเมืองประชานิยม 2 พรรคจับมือกันตั้งรัฐบาลผสม คือ พรรคขบวนการห้าดาว (Five Star Movement) ซึ่งต่อต้านกลุ่มการเมืองเก่า และพรรคสันนิบาต (League) ซึ่งเป็นฝ่ายขวา

การเติบโตขึ้นของทั้งสองพรรคจากเสียงส่วนน้อยทางการเมืองเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินปี 2008 และจากนั้นอิตาลีก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักของผู้อพยพจากแอฟริกาเหนือ

พรรคสันนิบาต ซึ่งเดิมมีชื่อว่าพรรคสันนิบาตเหนือ (Northern League) ได้เปลี่ยนเป้าหมายจากเริ่มแรกที่ต้องการแยกตัวไปก่อตั้งรัฐทางตอนเหนือ มาบริหารประเทศที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยอยากจะแยกตัวออกไป

โครงการร่วมในการทำหน้าที่รัฐบาลของพวกเขายังรวมถึงแผนการต่าง ๆ ในการส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารถูกต้องกลับประเทศ นอกจากนี้ยังมีจุดยืนต่อต้านการอพยพอย่างชัดเจนด้วย

ในการเยือนเมืองซิซิลี นายมัตเตโอ ซัลวินี รัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่และหัวหน้าพรรคสันนิบาต กล่าวว่า เกาะซิซิลี จะต้องหยุดเป็น "ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งยุโรป"

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มัตเตโอ ซัลวินี ผู้นำพรรคสันนิบาต (League) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาของอิตาลี พบกับผู้สนับสนุน

พรรคการเมืองทั้งสองพรรคไม่พอใจต่อการใช้เงินสกุลยูโร การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะยิ่งทำให้สหภาพยุโรปมีปัญหามากขึ้น


เยอรมนี

พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (Alternative for Germany -- AfD) เป็นพรรคฝ่ายขวา ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อ 5 ปีก่อน ได้เข้ามาอยู่ในสภาเป็นครั้งแรกในปี 2017

จากจุดเริ่มต้นเป็นพรรคที่ต่อต้านการใช้สกุลเงินยูโร ทางพรรคได้ผลักดันนโยบายต่อต้านผู้อพยพอย่างเข้มงวด และแสดงความกังวลต่ออิทธิพลของศาสนาอิสลาม บรรดาผู้นำพรรคเคยถูกกล่าวหาว่า มองข้ามความโหดเหี้ยมของนาซี

ความสำเร็จของพวกเขาคาดว่าเป็นผลมาจากความไม่พอใจต่อนโยบายเปิดประตูรับผู้ลี้ภัยของนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

ในช่วงที่เกิดวิกฤตผู้อพยพรุนแรงที่สุด นางแมร์เคิลได้ยกเลิกการควบคุมพรมแดน และทำให้ผู้คนเกือบหนึ่งล้านคนเข้ามาในประเทศในปี 2015 โดยจำนวนมากเป็นมุสลิมจากซีเรีย, อิรัก และอัฟกานิสถาน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเดินขบวนของ AfD มีประชาชนเข้าร่วม 5,000 คน แต่มีผู้จัดการประท้วงต่อต้านราว 20,000 คน

แม้ว่ากลุ่ม CDU/CSU ของเธอจะเผชิญกับผลการเลือกตั้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี แต่ผลการเลือกตั้งปีที่แล้วก็ยังดีพอที่จะทำให้เธอได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 4 และจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรค SPD ได้ ส่วนพรรค AfD การเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในฝ่ายค้าน ทำให้พวกเขามีบทบาทสำคัญอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่การเติบโตของพรรค AfD ก็ถูกมองว่า ทำให้นางแมร์เคิลมีน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระใหม่ เธอกล่าวว่า "ข้อยกเว้นทางมนุษยธรรม" ในปี 2015 จะไม่เกิดขึ้นอีก รวมถึงรับปากว่า จะเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยชายแดนและเร่งการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ


ออสเตรีย

พรรคฝ่ายขวาในออสเตรีย ประเทศเพื่อนบ้านของเยอรมนี ประสบความสำเร็จมากกว่าพรรค AfD

ปีที่แล้ว พรรคเสรีภาพ (Freedom Party) กลายเป็นพันธมิตรขนาดเล็กในพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของนายเซบาสเตียน คูร์ซ นายกรัฐมนตรีจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฝ่ายอนุรักษ์นิยมพร้อมกับพรรคประชาธิปไตยสังคม (Social Democrats) ซึ่งเป็นพรรคเอียงซ้าย ครอบงำการเมืองออสเตรียมาเป็นเวลานาน

พรรคเสรีภาพ แพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีไปอย่างฉิวเฉียด ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคสายกลาง 2 พรรคสำคัญไม่ได้ผ่านเข้าไปถึงการเลือกตั้งรอบที่สองด้วยซ้ำ

ขณะที่ในเยอรมนี วิกฤตผู้อพยพถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จ และเป็นเรื่องที่พวกเขารณรงค์มานาน นายคูร์ซ ยืนยันว่าจะปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างแข็งกร้าว ในช่วงหาเสียงพรรคเสรีภาพได้กล่าวหาเขาว่าขโมยนโยบายของทางพรรคไปใช้ด้วย

นับตั้งแต่การเลือกตั้ง ได้มีข้อเสนอให้ห้ามเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 10 ขวบ สวมผ้าคลุมผมไปโรงเรียน และมีแผนการยึดโทรศัพท์ของผู้อพยพด้วย


สวีเดน

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ยิมมี โอกเกอสน หัวหน้าพรรค SD ได้ขับกลุ่มหัวรุนแรงออกจากพรรค

พรรคประชาธิปัตย์สวีเดน (Sweden Democrats -- SD) ซึ่งต่อต้านการอพยพ ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมากในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2018

พวกเขาได้คะแนนเสียงเลือกตั้งราว 18% เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน 12.9%

ทางพรรคมีรากเหง้ามาจากลัทธินาซีใหม่ แต่ได้เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรกในปี 2010

ขณะที่ พรรคประชาธิปไตยสังคม (Social Democrat) ซึ่งเป็นพรรคเอียงซ้ายของนายกรัฐมนตรีสเตียฟาน เลอเวียน ได้รับการสนับสนุนลดน้อยลง

พรรคประชาธิปไตยสังคมเป็นพรรคที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการสังคม และการอดทนอดกลั้นต่อชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ขณะที่พรรค SD ต่อต้านการมีวัฒนธรรมหลากหลาย และต้องการให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมผู้อพยพ

เช่นเดียวกับหลายประเทศในบทความชิ้นนี้ สวีเดนต้อนรับผู้ลี้ภัยในสัดส่วนต่อประชากรมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทัศนคติที่เป็นบวกที่สุดต่อผู้อพยพ


ฝรั่งเศส

แม้ว่านางมารีน เลอ เปน จะพยายามทำให้พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (National Front) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา เข้ามาเป็นพรรคกระแสหลักของฝรั่งเศส แต่เธอก็พ่ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อนายเอ็มมานูเอล มาครง ในเดือนพฤษภาคม 2017

นางมารีน เลอ เปน ต่อต้านสหภาพยุโรป รวมถึงการต่อต้านสกุลเงินยูโร และกล่าวหาว่าสหภาพยุโรปเป็นสาเหตุของการอพยพครั้งใหญ่

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ มารีน เลอ เปน เปลี่ยนชื่อพรรคของเธอจาก พรรคแนวร่วมแห่งชาติ (National Front) เป็น พรรคชุมนุมแห่งชาติ (National Rally)

ในปี 2010 เธอกล่าวต่อผู้สนับสนุนพรรคแนวร่วมแห่งชาติว่า การเห็นชาวมุสลิมสวดขอพรพระเจ้าบนถนน คล้ายกับการที่นาซีเข้ามายึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

นับตั้งแต่พ่ายการเลือกตั้งประธานาธิบดี พรรคแนวร่วมแห่งชาติก็เผชิญกับผลการเลือกตั้งที่ไม่น่าประทับใจในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา โดยได้ที่นั่งจำนวนไม่มากนัก ขณะที่พรรคของนายมาครงได้ที่นั่งจำนวนมากในสภา

เมื่อไม่นานนี้ ทางพรรคได้เปลี่ยนชื่อพรรคเป็น ชุนนุมแห่งชาติ (National Rally) โดยนางเลอ เปน กล่าวว่า เธอจะพยายามจับมือกับพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลผสมเพื่อที่จะได้ครอบครองอำนาจ


ฮังการี

ในเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 หลังชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งที่ถูกครอบงำโดยเรื่องผู้อพยพ

เขากล่าวว่า ชัยชนะครั้งนี้ได้มอบ "โอกาสให้ชาวฮังการีปกป้องตัวเอง และปกป้องฮังการี"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ พรรคฟิเดสซ์ (Fidesz) ของนายออร์บาน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่ยากเย็นในช่วงที่ผ่านมา

นายออร์บาน ฉายภาพตัวเองเป็น ผู้ปกป้องฮังการีและยุโรปจากผู้อพยพชาวมุสลิมมาเป็นเวลานาน ครั้งหนึ่งเขาเคยเตือนว่า "ยุโรปจะมีประชากรที่ผสมผสานกัน และไม่มีอัตลักษณ์" การแสดงความเห็นนี้ ทำให้เขาถูกเรียกว่า เป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ

ในกลุ่มประเทศวิเชกราดในยุโรปกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย ฮังการี, โปแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย เขาเป็นผู้นำที่คอยคัดค้านแผนการของสหภาพยุโรปในการรับผู้อพยพตามระบบโควต้า


สโลวีเนีย

แม้ว่าพรรคประชาธิปไตยสโลวีเนีย (Slovenian Democratic Party -- SDS) ซึ่งต่อต้านผู้อพยพ จะมีคะแนนเสียงที่ห่างจากการเป็นพรรคเสียงข้างมาก แต่ก็เป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งทั่วไปปีนี้

พรรคนี้นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรียาเนซ ยันชา ซึ่งก็ต่อต้านการรับผู้อพยพตามระบบโควต้าเช่นเดียวกับผู้นำวิเชกราด เขากล่าวว่า เขาต้องการให้สโลวีเนียเป็น "ประเทศที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความมั่นคงปลอดภัยของชาวสโลวีเนียเป็นลำดับแรก"

ระหว่างการหาเสียง เขาได้จับมือกับนายออร์บานตั้งกลุ่มพันธมิตร โดยได้ยืมกลยุทธ์สร้างความหวาดกลัวผู้อพยพของเขามาใช้

แม้ว่าสโลวีเนียจะรับใบสมัครผู้อพยพเพียง 150 คนในปีที่แล้ว แต่ในช่วงวิกฤตผู้อพยพ ผู้อพยพส่วนใหญ่ก็ใช้กลุ่มประเทศบอลข่านและยุโรปกลางเป็นทางผ่านไปยังยุโรปตะวันตก


โปแลนด์

อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ประณามการจัดการกับวิกฤตผู้อพยพของสหภาพยุโรปได้แก่ พรรคกฎหมายและความยุติธรรม (Law and Justice party) ของโปแลนด์ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2015

นโยบายที่มีชื่อเสียงที่สุดส่วนหนึ่งของพรรคนี้ได้แก่ การควบคุมสื่อของรัฐ และปฏิรูประบบตุลาการ ที่อนุญาตให้รัฐบาลปลดและแต่งตั้งผู้พิพากษาได้ นโยบายเหล่านี้สร้างความตระหนกต่อสหภาพยุโรป

พรรคกฎหมายและความยุติธรรม ยังอยู่เบื้องหลังการออกกฎหมายที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยกฎหมายนี้ระบุว่า การกล่าวหารัฐหรือชาติโปแลนด์ว่าสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซีถือเป็นการทำผิดกฎหมาย โดยหลายคนเห็นว่าเป็นความพยายามในการฟอกตัวให้คนบางคนจากการมีส่วนร่วมกับความโหดเหี้ยมของนาซี

โปแลนด์และฮังการี ได้เสนอให้ความช่วยเหลือทางการเมืองซึ่งกันและกัน เช่นเกี่ยวกับเรื่องโควต้าผู้อพยพ นายวิกเตอร์ ออร์บาน ได้แสดงถึง "ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" กับโปแลนด์ในการต่อสู้กับการปฏิรูปศาล


ที่ไหนอีกในยุโรป...

  • กฎเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมืองในเดนมาร์กถือว่ามีความเข้มงวดมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงพลังของพรรคประชาชนชาวเดนมาร์ก (Danish People's Party) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาและเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา เดนมาร์กอนุญาตให้ตำรวจยึดทรัพย์สินของผู้อพยพเพื่อจ่ายเป็นค่าดูแลผู้อพยพ และรับปากว่าจะเพิ่มความช่วยเหลือด้านการคุมกำเนิดแก่ประเทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ เพื่อ "ลดแรงกดดันในการอพยพ"
  • นายกรัฐมนตรีแอนเดร บาบัช ของสาธารณรัฐเช็ก กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อไม่นานนี้ในสโลวีเนียและอิตาลี แสดงให้เห็นว่า จุดยืนเกี่ยวกับการอพยพของสาธารณรัฐเช็ก, โปแลนด์, ฮังการี และสโลวาเกีย กำลังขยายตัวไป
  • แม้ว่าการเลือกตั้งในปี 2015 ในฟินแลนด์ พรรคชาวฟินน์ส (Finns Party) ได้คะแนนเป็นอันดับสอง แต่ปีนี้ผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีของทางพรรคได้คะแนนเสียงเพียง 6.9%
  • ในช่วงก่อนถึงการเลือกตั้งปีที่แล้วในเนเธอร์แลนด์ พรรคเสรีภาพ (Freedom Party) ซึ่งต่อต้านผู้อพยพของนายเคียร์ต วิลดัส ได้รับการคาดหมายว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายแล้วได้เพียงที่สอง แม้ว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม