หนุ่มอินโดฯ เล่าประสบการณ์ติดกลางทะเล 49 วัน
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

หนุ่มอินโดฯ เล่าประสบการณ์เฉียดตายหลังลอยคว้างกลางทะเล 49 วัน

  • 27 กันยายน 2018

วัยรุ่นชายชาวอินโดนีเซียกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก จากการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หลังจากแพจับปลาของเขาถูกคลื่มลมแรงพัดไปลอยคว้างกลางทะเลนาน 49 วัน ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือในที่สุด แต่เขาเผยกับบีบีซีว่า ประสบการณ์เฉียดตายเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเขา

อัลดี โนเวล อาดิลัง วัย 18 ปี ชาวเมืองมานาโด บนเกาะสุลาเวสี เล่าว่าเขาประสบเหตุการณ์แพหลุดออกไปกลางทะเลมาแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดนี้กินเวลา 49 วัน ถือเป็นครั้งที่นานที่สุดและเป็นประสบการณ์แสนสาหัสที่สุด

อัลดี ทำงานเป็นคนจุดตะเกียงล่อปลาบนเรือนแพจับปลาที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "รอมปอง" ซึ่งลอยอยู่นอกชายฝั่งอินโดนีเซีย 125 กม. โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดคลื่นลมแรงพัดกระหน่ำจนทำให้เชือกที่ยึดแพไว้กับสมอที่ก้นทะเลขาดลง ส่งผลให้แพถูกกระแสน้ำพัดลอยไปไกลเกือบ 2,000 กิโลเมตร เกือบถึงเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อัลดีรอดชีวิตมาได้เป็นเพราะเรือนแพของเขามีหลังคา

"เชือกยึดรอมปองของผมขาดหลังจากมันไปเสียดสีกับรอมปองของเพื่อน" อัลดี เล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาอินโดนีเซียฟังจากบ้านพักของพ่อแม่เขาบนเกาะสุลาเวสี "โชคร้ายที่เพื่อนหลับอยู่เขาเลยไม่รู้ว่ารอมปองของผมหลุดลอยออกไป"

ช่วง 2-3 วันแรกหลังเกิดเหตุ อัลดีอยู่ได้ด้วยเสบียงที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ทุกอย่างก็หมดไปภายในเวลา 1 สัปดาห์

"ข้าว น้ำดื่ม เครื่องเทศ แก๊สหุงต้ม และเสบียงอื่น ๆ หมดลง ผมจึงต้องต้องจับปลาแล้วใช้รั้วไม้ของรอมปองก่อไฟทำอาหาร และผมยังต้องกินปลาดิบด้วย" อัลดีเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม

ปัญหาใหญ่คือการหาน้ำสะอาด แล้วทางแก้ปัญหาของเขาคืออะไรกัน ?

อัลดี บอกว่า เขาใช้เสื้อผ้าจุ่มน้ำทะเล แล้วบิดกินน้ำที่ไหลออกมา โดยเสื้อผ้าดังกล่าวทำหน้าที่เป็นที่กรองเฉพาะหน้า ซึ่งอัลดีอ้างว่าวิธีการนี้ช่วยให้ความเค็มของน้ำทะเลลดลง

Image copyright EVA ARUPERES
คำบรรยายภาพ อัลดีกลับไปอยู่กับพ่อแม่อย่างปลอดภัย

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย"

ตลอดระยะเวลา 49 วันกลางทะเล อัลดี บอกว่า มีเรือกว่า 10 ลำแล่นผ่านไป แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย

ตอนที่อยู่ลำพังกลางท้องทะเลอันเวิ้งว้าง อัลดี ทำได้เพียงร้องเพลงคริสเตียน อ่านคัมภีร์ไบเบิล และสวดภาวนาขอให้ตนเองได้พบหน้าพ่อแม่อีกครั้ง

เขายอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่รู้สึกเศร้าและสิ้นหวังจนคิดจะกระโดดน้ำตาย แต่ก็ผ่านช่วงนั้นมาได้ด้วยการสวดภาวนา

จนกระทั่งวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา อัลดีเห็นเรือบรรทุกถ่านหินลำหนึ่งผ่านมา

"ตอนนั้น ผมร้องตะโกนว่า ช่วยด้วย ๆ (เป็นภาษาอินโดนีเซีย) นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมรู้" ตอนนั้นอัลดียังไม่รู้ว่าเรือนแพของตัวเองลอยจากน่านน้ำอินโดนีเซียไปไกลเกือบถึงเกาะกวม

ลูกเรือบนเรือสัญชาติปานามา ช่วยอัลดีขึ้นจากทะเล แล้วให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า และให้น้ำเขาดื่ม

อัลดี อยู่บนเรือลำดังกล่าวร่วมหนึ่งสัปดาห์ กว่าที่เรือจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 ก.ย. เจ้าหน้าที่บนเรือได้แจ้งไปยังสถานกงสุลใหญ่อินโดนีเซียที่นครโอซากา ทำให้ในที่สุดอัลดีได้ขึ้นเครื่องบินกลับบ้านไปพบหน้าครอบครัวอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 ก.ย.

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ อัลดีถ่ายภาพกับพ่อแม่ พร้อมโชว์ภาพถ่ายตอนที่เขาได้รับการช่วยเหลือ เขาปฏิญาณกับตัวเองว่าต่อไปนี้จะไม่ออกทะเลอีกแล้ว

"ไม่เอาอีกแล้ว"

อัลดี บอกว่า ประสบการณ์เรือนแพหลุดลอยออกไปกลางทะเล 2 ครั้งก่อนหน้านี้ เทียบไม่ได้กับครั้งล่าสุด

"ครั้งแรก ผมลอยออกทะเล 1 สัปดาห์ และได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของเรือนแพจับปลา ส่วนครั้งที่ 2 กินเวลาเพียง 2 วันก่อนที่เจ้าของแพจะมาช่วย"

เรือนแพจับปลาที่อัลดีอยู่ไม่มีอุปกรณ์นำทาง หรืออุปกรณ์ชูชีพเลย เขาไม่มีแม้แต่เข็มทิศ

ก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ อัลดี เซ็นสัญญาทำงานเป็นเวลา 1 ปี โดยได้ค่าจ้างราว 4,300 บาทต่อเดือน เขามีหน้าที่จุดตะเกียงล่อปลาบนเรือนแพจับปลาซึ่งเป็นหนึ่งในเรือนแพจำนวน 50 หลังของบริษัท ที่กระจายอยู่นอกชายฝั่งเกาะสุลาเวสี ตามปกติแล้ว ในทุกสัปดาห์จะมีคนจากบริษัทเจ้าของแพมารับปลาที่เขาจับได้ และคอยส่งอาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งเชื้อเพลิงให้กับเขา

แต่หลังจากได้ประสบกับเหตุการณ์เฉียดตายครั้งล่าสุดนี้ อัลดี ปฏิญาณกับตัวเองว่าเขาจะไม่ออกทะเลอีกแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง