7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ที่ชาญฉลาดกับฉายา "สมองที่ 2" ของมนุษย์

  • 2 ตุลาคม 2018
ภาพวาดลำไส้บนท้องของผู้หญิงคนหนึ่ง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ลำไส้ของเรา "ไม่จำเป็นต้องได้รับคำสั่งจากสมองในการทำงาน"

ส่วนไหนของร่างกายที่มีเซลล์ประสาทมากกว่าไขสันหลังและทำงานได้อย่างอิสระจากระบบประสาทส่วนกลาง?

คำตอบที่คุณอาจไม่ทราบก็คือ ลำไส้ นั่นเอง ลำไส้ของเรามีเซลล์ประสาทหลายล้านเซลล์ นั่นคือเหตุผลที่ลำไส้ได้ฉายาว่าเป็น "สมองที่สอง" ของมนุษย์

ระบบย่อยอาหารของเรามีหน้าที่มากกว่าการย่อยอาหารที่เรากิน

จำนวนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้

นักวิทยาศาสตร์ กำลังวิจัยว่า สุขภาพลำไส้ที่ดีขึ้นของเรา มีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิต ได้หรือไม่

นี่คือเรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับลำไส้ของเรา:

1. มันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แบคทีเรียนับล้านล้านตัวอาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา และช่วยในการย่อยอาหาร

ดร. เมแกน รอสซี นักโภชนาการ ซึ่งได้ปริญาญาเอกสาขาสุขภาพลำไส้ และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Gut Health Doctor กล่าวว่า "ระบบลำไส้ต่างไปจากอวัยวะอื่นในร่างกายเรา ตรงที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง มันตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องให้สมองสั่งการว่าจะทำอะไร"

การทำงานที่เป็นอิสระของลำไส้ เรียกว่า ระบบประสาทลำไส้ (enteric nervous system--ENS) ซึ่งเป็นระบบย่อยในระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system--CNS) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้เพียงอย่างเดียว

ระบบนี้คล้ายกับเครือข่ายของเซลล์ประสาทที่โยงใยกันเป็นร่างแหอยู่ในกระเพาะและระบบย่อยอาหาร

ปกติแล้วระบบ ENS สื่อสารกับระบบ CNS ผ่านระบบประสาทซิมเพเทติก และพาราซิมพาเทติก (sympathetic and parasympathetic nervous systems)

2. ราว 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันอาศัยอยู่ในลำไส้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เซลล์ประสาทไม่ได้มีแค่อยู่ในสมองของคุณเท่านั้น

ดร. รอสซี บอกว่า นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมสุขภาพลำไส้จึงมีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราเพื่อต่อสู้กับโรคต่าง ๆ

เธอ กล่าวว่า งานวิจัยเมื่อไม่นานนี้ ระบุว่า การมีปัญหากระเพาะและลำไส้ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นด้วย เช่น ไข้หวัด

3. 50% ของอุจจาระคือ แบคทีเรีย

ของเสียจากร่างกายเราไม่ใช่มีแค่กากอาหารเท่านั้น แต่ยังมีแบคทีเรียจำนวนมากที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการรักษาแบบการนำแบคทีเรียดีจากอุจจาระของคนหนึ่งไปใส่ในร่างกายของอีกคนที่มีแบคทีเรีย "ไม่ดี" อยู่ในลำไส้มากเกินไป

นอกจากนี้ ดร. รอสซี ยังกล่าวด้วยว่า จากการวิจัยพบว่า การขับถ่าย 3 ครั้งต่อวัน ไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

4. อาหารที่หลากหลายเป็นผลดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้

คำบรรยายภาพ แบคทีเรียในลำไส้ของเราชอบอาหารที่หลากหลาย และการรับประทานอาหารที่หลากหลายจะช่วยทำให้สุขภาพและอารมณ์ดีขึ้น

ลำไส้ของเราเป็นแหล่งจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว พวกมันมีความสำคัญในการช่วยย่อยสารอาหารบางชนิด จุลินทรีย์แต่ละกลุ่มกินอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารที่หลากหลายจึงช่วยทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น และทำให้สุขภาพดีขึ้นไปด้วย

ดร. รอสซี กล่าวว่า "ฉันบอกเสมอว่า จุลินทรีย์ ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ภายในร่างกายของเรา ซึ่งคุณต้องดูแลและประคบประหงมมัน"

ผู้คน ซึ่งกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่หลากหลายและไม่แข็งแรง

5. ลำไส้มีความเชื่อมโยงกับอารมณ์

ดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกำลังมีปัญหาลำไส้อยู่ ก็เป็นความคิดที่ดีในการสำรวจความเครียดของตัวเอง

เธอบอกว่า: "วิธีที่ฉันใช้อยู่คือ ฉันจะแนะนำให้คนไข้ของฉันทำสมาธิ 15-20 นาทีต่อวัน หลังจากที่พวกเขาทำต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ จนกลายเป็นนิสัย ฉันสังเกตเห็นว่า พวกเขามีอาการดีขึ้นเพียงเพราะทำเช่นนั้น"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การวิจัยใหม่ เป็นการศึกษาประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแบคทีเรีย "ดี"

"การบรรเทาความเครียดเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ"

ปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงลำไส้และอารมณ์โดยทั่วไปของเราก็คือ สารเซโรโทนิน (serotonin) ประมาณ 80-90% เกิดขึ้นจากบริเวณทางเดินอาหาร

สารเซโรโทนิน เป็นสารสื่อประสาททางเคมี ที่ส่งผลต่อการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึง การเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติทางจิตใจด้วย

การมีความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะลดระดับของสารเซโรโทนินลง และส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของเราได้ รวมถึงความสุข ระดับความกังวล และอารมณ์

การศึกษากับสัตว์หลายชนิดและมนุษย์ก่อนหน้านี้ ได้รวบรวมหลักฐานของการทำงานที่ไม่สอดประสานกันของกลุ่มจุลินทรีย์ที่พบในลำไส้ของผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า และมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ

ทำให้มีการวิจัยใหม่ในตอนนี้คือ การสั่งจ่ายยา "ไซโคไบโอติกส์" (psychobiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียดีหลายชนิดที่มีความสำคัญให้แก่คนไข้ เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกลัวอาหารบางชนิด คุณอาจจะมีอาการบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าคุณรับประทานมันเข้า

6. ถ้าคุณเชื่อฝังใจว่า อาหารบางชนิดไม่ดีต่อตัวคุณ คุณก็จะมีอาการผิดปกติขึ้น

คนบางคนมีอาการปวดท้องง่าย แต่ดร. รอสซี ระบุว่า การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ถ้าคุณเริ่มรู้สึกกลัวอาหารบางชนิด คุณก็จะเริ่มมีอาการบางอย่าง ถ้าคุณกินมันเข้าไป

"ที่คลินิกของฉัน ฉันเห็นอยู่ตลอดว่า ความเชื่อนั้นทำให้เกิดปัญหาลำไส้ได้มากแค่ไหน" เธอ กล่าว

คนจำนวนมากเชื่อว่า กลูเตน (gluten) หรือ แล็กโตส (lactose) ส่งผลเสียต่อพวกเขา แม้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่แพ้ ทว่า เมื่อเชื่อแบบนั้น พวกเขาก็อาจเจอกับปัญหาเมื่อกินอาหารเหล่านี้ลงไป

7. คุณพัฒนาสุขภาพลำไส้ของคุณได้

ดร. รอสซี ได้ระบุ วิธีการทำให้ลำไส้มีสุขภาพดีขึ้นมาหลายข้อ

  • กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้
  • จัดการกับความเครียดในแบบของคุณ เช่น การทำสมาธิ, การพักผ่อน, การฝึกจิต หรือ ฝึกโยคะ เป็นต้น
  • ถ้าคุณมีปัญหาลำไส้อยู่แล้ว ให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารรสเผ็ด เพราะการรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ปัญหาแย่ลง
  • พยายามปรับปรุงการนอน การศึกษาหนึ่งพบว่า ถ้าคุณรบกวนนาฬิการ่างกายด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการนอน ก็จะเป็นการรบกวนวงจรของจุลินทรีย์ในลำไส้ไปด้วย และจงจำไว้ว่า คุณต้องดูแลมันให้ดี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม