อาการหวัดจะรุนแรงแค่ไหน ขึ้นอยู่กับแบคทีเรียในจมูก

  • 9 ตุลาคม 2018
ผู้หญิงจาม Image copyright Getty Images

แม้จะทราบกันดีว่าไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส แต่ผลวิจัยล่าสุดของแพทย์ในสหรัฐฯ กลับพบว่า เชื้อแบคทีเรียหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในจมูก มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของอาการหวัดที่เกิดขึ้นในแต่ละคนด้วย

การที่แต่ละคนมีสภาพของชีวนิเวศจุลชีพ หรือ ไมโครไบโอม (Microbiome) ในจมูกแตกต่างกัน ซึ่งหมายถึงการมีองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในจมูกในชนิดและสัดส่วนที่ไม่เหมือนกัน มีความสัมพันธ์กับระดับความรุนแรงของอาการหวัดที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป

ตัวอย่างเช่นคนที่มีแบคทีเรียชนิดสตาฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus) อยู่มาก จะมีแนวโน้มเกิดอาการหวัดที่จมูกรุนแรงกว่าคนอื่น ๆ ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน

ทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ตีพิมพ์รายงานการวิจัยข้างต้นลงในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่าได้ค้นพบลักษณะของชีวนิเวศจุลชีพในจมูก 6 แบบ จากกลุ่มตัวอย่าง 152 คน ซึ่งแต่ละแบบมีความสัมพันธ์กับปริมาณไวรัสในร่างกายขณะที่ป่วยว่าจะมีมากน้อยเพียงใด ทั้งยังเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันร่างกายว่าจะต่อต้านไวรัสโรคหวัดได้ดีเพียงใดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ศ. นพ. โรนัลด์ เทอร์เนอร์ ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเชื้อแบคทีเรียในจมูกมีบทบาทควบคุมอาการหวัดโดยตรงหรือไม่ เพราะสิ่งที่ค้นพบเป็นเพียงความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันเท่านั้น "อาจจะมีปัจจัยบางประการในตัวผู้ติดเชื้อเช่นพันธุกรรม เป็นสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ ซึ่งพันธุกรรมอาจจะส่งผลให้มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดอยู่มากในจมูก และในขณะเดียวกันยังกำหนดประสิทธิภาพการทำงานของภูมิคุ้มกันไปพร้อมกันด้วย"

Image copyright SPL

ทีมผู้วิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจากบริษัท DuPont หนึ่งในผู้ผลิตจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์รายใหญ่ ยังได้ทำการทดลองเพื่อดูว่าการดื่มเครื่องดื่มโพรไบโอติกส์ซึ่งอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะมีส่วนช่วยบรรเทาอาการหวัดได้หรือไม่ แต่ผลปรากฏว่าการบริโภคโพรไบโอติกส์ไม่ได้ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ชนิดดี ทั้งในระบบทางเดินอาหารและในจมูกแต่อย่างใด

"ต่อให้เราเอาเชื้อโพรไบโอติกส์ฉีดพ่นเข้าไปในจมูกโดยตรง ก็ยังไม่แน่ว่าจะช่วยรักษาอาการหวัดได้ กลไกการทำงานของระบบชีวนิเวศจุลชีพไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น และเรายังต้องศึกษาเพิ่มเติมกันอีกมาก" ศ. นพ. เทอร์เนอร์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม