จามาล คาชูจกิ คือใคร ทำไมตุรกีไม่พอใจเมื่อเขาหายตัวไปจากกงสุลซาอุดีอาระเบียในอิสตันบูล

  • 13 ตุลาคม 2018
จามาล คาชูจกิ Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ จามาล คาชูจกิ หายตัวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา

จามาล คาชูจกิ นักข่าวชื่อดัง และนักวิจารณ์รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย เข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อรับเอกสารบางอย่าง และจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย

คู่หมั้นของเขากลัวว่า เขาอาจถูกลักพาตัว หรือถูกสังหาร เจ้าหน้าที่ทางการในนครอิสตันบูล เชื่อว่า เขาถูกฆาตกรรม โดยฝีมือของสายลับซาอุฯ ด้านทางการซาอุฯ ยืนกรานว่า เขาเดินทางออกไปจากสถานกงสุลไม่นาน หลังจากมาถึง

นี่คือสิ่งที่เรารู้ และไม่รู้ เกี่ยวกับการหายตัวไปของเขา

ใครคือ จามาล คาชูจกิ ?

นายคาชูจกิ เป็นนักข่าวที่มีชื่อ ซึ่งเคยทำข่าวสำคัญหลายเรื่อง เช่น การบุกอัฟกานิสถานของโซเวียต และการขึ้นมามีอำนาจของโอซามา บิน ลาเดน ให้แก่องค์กรข่าวของซาอุฯ หลายแห่ง

เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงของซาอุฯ แต่ต่อมาก็กลายเป็นบุคคลที่รัฐบาลซาอุฯ ไม่ชื่นชอบ

เขาลี้ภัยในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว และได้เขียนคอลัมน์รายเดือนให้แก่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งเขาได้วิจารณ์นโยบายหลายอย่างของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุฯ

ในคอลัมน์แรกที่เขาเขียนให้กับ วอชิงตัน โพสต์ นายคาชูจกิ ระบุว่า เขากลัวถูกจับเนื่องจากการที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ทรงปราบปรามผู้ที่แข็งข้อ นับตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นเป็นมาองค์รัชทายาทลำดับแรก ในการสืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน

"คนที่ถูกจับไม่ใช่ผู้ที่แข็งข้อด้วยซ้ำ พวกเขาแค่มีความเห็นที่อิสระ" เขากล่าวกับรายการนิวส์อาวร์ ของบีบีซี สามวันก่อนหายตัวไป

เขาไปที่สถานกงสุลทำไม?

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ฮาทีเจอ เจงกิซ คู่หมั้นของผู้สื่อข่าวที่หายตัวไป กล่าวว่า เธอรออยู่ที่ด้านนอกนาน 11 ชั่วโมง แต่เขาก็ไม่ออกมา

เขาเดินทางไปที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ก.ย. เพื่อรับเอกสารรับรองว่า เขาได้หย่าขาดจากอดีตภรรยาแล้ว แต่เขาได้รับแจ้งให้กลับมาใหม่

นายคาชูจกิ กลับไปที่นั่นในวันที่ 2 ต.ค. เมื่อเวลา 13.14 น ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนถึงเวลานัด 13.30 น.

มีรายงานว่า เขาได้บอกกับเพื่อน ๆ ว่า เขาได้รับการปฏิบัติ "อย่างอบอุ่น" ในการไปสถานกงสุลซาอุฯ ครั้งแรก และยืนยันกับเพื่อนว่า เขาคงไม่เจอปัญหาใด ๆ

กระนั้น เขาก็นำโทรศัพท์มือถือสองเครื่องให้ฮาทีเจอ เจงกิซ คู่หมั้นชาวตุรกีของเขาไว้ และบอกเธอว่า ถ้าเขาไม่กลับออกมา ให้โทรหาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี

เธอรออยู่ที่ด้านนอกสถานกงสุลนานกว่า 10 ชั่วโมง และเดินทางกลับในช่วงเช้าของวันที่ 3 ต.ค. หลังจากไม่พบร่องรอยของเขา

ตุรกีบอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

เจ้าหน้าที่ทางการตุรกี ระบุว่า นายคาชูจกิ ถูกทีมสายลับซาอุฯ สังหารที่สถานกงสุล จากนั้นได้มีจัดการศพของเขา แต่ตุรกีไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือในการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้

เจ้าหน้าที่อาวุโสที่ไม่ระบุชื่อคนหนึ่ง กล่าวกับ นิวยอร์ก ไทมส์ ว่า นายคาชูจกิถูกสังหารในปฏิบัติการที่ซับซ้อนภายในเวลา 2 ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึง และจากนั้นศพถูกหั่นแยกชิ้นส่วน

หนังสือพิมพ์ซาบาห์ของตุรกี ซึ่งสนับสนุนรัฐบาล รายงานว่า มีทีมสายลับของซาอุฯ ต้องสงสัย 15 คน ที่เดินทางบินเข้าและออกนครอิสตันบูลในวันที่นายคาชูจกิหายตัวไป

บีบีซี เข้าใจว่า หนึ่งในนั้นคือ มาเฮอร์ มูเตร็ป ซึ่งมียศพันเอกในหน่วยข่าวกรองของซาอุฯ และประจำอยู่ที่สถานทูตซาอุฯ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ

มีรายงานว่า สายลับ 9 คน เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากกรุงริยาดของซาอุฯ ไปถึงเมื่อเวลา 03.15 น ในวันที่นายคาชูจกิเดินทางไปที่สถานกงสุล

ส่วนสายลับต้องสงสัยที่เหลือ มีรายงานว่า เดินทางตามมาในวันเดียวกันด้วยเครื่องบินส่วนตัวลำที่ 2 หรือไม่ก็ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ จากนั้นได้เข้าพักที่โรงแรม 2 แห่งใกล้กับสถานกงสุล

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่สถานีโทรทัศน์ของตุรกีนำไปออกอากาศเผยให้เห็น กลุ่มชายชาวซาอุฯ กำลังเดินทางเข้าตุรกีจากสนามบินอิสตันบูล จากนั้นได้เข้าพักยังโรงแรม

นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นรถหลายคันที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานกงสุล 1 ชั่วโมงก่อนที่นายคาชูจกิจะไปถึง รวมถึงรถตู้สีดำที่คาดว่ามีส่วนสำคัญในการสอบสวน

มีรายงานว่า รถตู้คันหนึ่งได้นำตัวผู้ชายเหล่านั้นจากสถานกงสุลไปส่งยังที่พักกงสุลซาอุฯ ที่อยู่ใกล้เคียง ราว 2 ชั่วโมงหลังจากนายคาชูจกิมาถึง

เจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่า กลุ่มชายดังกล่าวเดินทางออกจากตุรกีด้วยเครื่องบินเจ็ท 2 ลำ โดยแวะที่กรุงไคโร และนครดูไบ

หนังสือพิมพ์ซาบาห์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ชาวตุรกีที่ทำงานที่บ้านพักกงสุลซาอุฯ ถูกแจ้งให้ "รีบ" กลับในวันที่นายคาชูจกิ หายตัวไป

วอชิงตัน โพสต์ รายงานเช่นกันว่า ก่อนที่นายคาชูจกิไปถึง หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้ดักจับการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ได้ โดยมีการหารือกันเกี่ยวกับแผนการจับตัวนายคาชูจกิ

เรื่องวันที่ 2 ต.ค. ถูกเปิดเผยได้อย่างไร

จากการรายงานข่าวของสื่อตุรกี นี่คือลำดับเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Image copyright Getty Images

03:28: เครื่องบินเจ็ทนำตัวสายลับต้องสงสัยของซาอุฯ เดินทางมาถึงสนามบินอิสตันบูล

05:05: กลุ่มสายลับต้องสงสัยที่มาถึงเข้าพักที่โรงแรม 2 แห่งใกล้กับสถานกงสุล

12:13: รถที่ใช้ในทางการทูตหลายคันถูกจับภาพไว้ได้ขณะเข้าไปในสถานกงสุล มีรายงานว่าเป็นรถที่นำตัวสายลับซาอุฯ บางส่วนเข้าไป

13:14: นายคาชูจกิ เดินทางมาถึงสถานกงสุล

15:08: รถหลายคันออกจากสถานกงสุล และถูกจับภาพขณะเดินทางไปยังที่พักของกงสุลซาอุฯ ที่อยู่ใกล้เคียง

17:15: เครื่องบินเจ็ทลำที่ 2 ซึ่งนำตัวเจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง เดินทางมาถึงนครอิสตันบูล

17:33: ฮาทีเจอ เจงกิซ คู่หมั้นของนายคาชูจกิ ถูกพบอยู่ในกล้องวงจรปิด ขณะกำลังรอที่ด้านนอกสถานกงสุล

18:20: หนึ่งในเครื่องบินเจ็ทเดินทางออกจากสนามบินอิสตันบูล และเครื่องบินลำสุดท้ายเดินทางออกไปเมื่อเวลา 21.00 น

ซาอุดีอาระเบีย ว่าอย่างไรบ้าง?

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ สถานกงสุลซาอุฯ ระบุว่า นายคาชูจกิกลับออกไป หลังจากทำเรื่องเอกสารแล้วเสร็จ

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงกล่าวกับบลูมเบิร์ก นิวส์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลของพระองค์ "อยากรู้มากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา" และนายคาชูจกิ ได้ออกจากสถานกงสุลแล้ว "หลังจากมาถึง 2-3 นาที หรือ 1 ชั่วโมง"

"เราไม่มีอะไรต้องปกปิด" พระองค์ ตรัส

เจ้าชายคาเลด บิน ซัลมาน พระอนุชาของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด และทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐฯ ทรงยืนกรานว่า รายงานเกี่ยวกับการหายตัวไปหรือการเสียชีวิตของนายคาชูจกิ "เป็นเรื่องเหลวไหลและไม่มีมูลความจริง"

กระทรวงต่างประเทศของซาอุฯ ระบุว่า "ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ" และให้ตรวจค้นอาคารสถานกงสุลได้

ตุรกี ระบุว่า จะตรวจค้น แต่ก็ได้ขอหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า นายคาชูจกิได้เดินทางออกจากอาคารแล้วด้วยเช่นกัน

ด้านลูกชายของนายคาชูจกิ ได้กล่าวกับสำนักข่าวอัล อาราบิยา ของซาอุฯ ว่า การหายตัวไปของพ่อเขา "ได้ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง" โดยกลุ่มของชาวต่างชาติ

"เรื่องนี้ก็คือ มีพลเมืองชาวซาอุฯ คนหนึ่ง ที่หายตัวไป" เขากล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม