พบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ

  • 24 ตุลาคม 2018
ภูเขาน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา เพิ่งแตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C )ได้ไม่นาน Image copyright NASA
คำบรรยายภาพ ภูเขาน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา เพิ่งแตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C )ได้ไม่นาน

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เผยภาพของภูเขาน้ำแข็งรูปทรงคล้ายโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยักษ์ ลอยอยู่ในทะเลเวดเดลล์ (Weddell Sea) นอกชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา

ภูเขาน้ำแข็งนี้มีรูปทรงแปลกตา เพราะก่อตัวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นรูปทรงที่หาพบได้ยากในธรรมชาติ ทั้งยังมีผิวหน้าเรียบสนิทและมีมุมแหลมเป็นมุมฉาก 90 องศา ซึ่งแสดงว่าเพิ่งแยกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งใหญ่ได้ไม่นาน และยังไม่ถูกคลื่นลมในทะเลทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา ซึ่งอยู่บนเครื่องบินสำรวจที่ออกปฏิบัติการเหนือบริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถบันทึกภาพภูเขาน้ำแข็งนี้ไว้ได้และนำออกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
นาซาเผยภาพ 'ภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า' ในแอนตาร์กติกา

คาดว่าภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C ) บนคาบสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นหิ้งน้ำแข็งสำคัญที่กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะโลกร้อน

ทีมนักวิจัยของนาซาประมาณการว่า ภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้น่าจะมีความกว้างกว่า 1.6 กิโลเมตร และมีส่วนฐานที่จมอยู่ใต้ทะเลขนาดมหึมา โดยส่วนยอดรูปสี่เหลี่ยมที่โผล่พ้นน้ำนั้นคิดเป็นเพียง 10% ของมวลน้ำแข็งทั้งหมด

ดร. เคลลี บรันต์ นักวิทยาธารน้ำแข็ง (Glaciologist) ของนาซาจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์บอกว่า เคยมีผู้พบภูเขาน้ำแข็งรูปร่างแบบนี้มาก่อนแล้ว และมีชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกกันว่า "ภูเขาน้ำแข็งรูปโต๊ะ" (Tabular iceberg) โดยกระบวนการที่ภูเขาน้ำแข็งนี้ก่อตัวขึ้น จะคล้ายกับปลายเล็บที่แตกออกเมื่อเล็บมือเล็บเท้าเริ่มมีความยาวมากเกินไป ซึ่งชิ้นส่วนที่แตกออกมามักเป็นรูปทรงเรขาคณิต

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นภาพภูเขาน้ำแข็งดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่มีก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์รูปทรงเหลี่ยมสมบูรณ์เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะมันดูคล้ายกับว่ามีมนุษย์ต่างดาวหรือองค์กรลับ แอบใช้เทคโนโลยีระดับสูงตัดน้ำแข็งมาวางทิ้งเอาไว้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เองในธรรมชาติอย่างแน่นอน