ทหารเกณฑ์ : ศาลเกาหลีใต้ให้ใช้เหตุผลทางศาสนาเป็นข้อยกเว้นการเกณฑ์ทหารได้

  • 2 พฤศจิกายน 2018
ทหาร Image copyright Getty Images

ศาลสูงของเกาหลีใต้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญที่เปิดทางให้สามารถใช้เหตุผลด้านความเชื่อทางศาสนาเป็นข้อยกเว้นให้ชายเกาหลีใต้ไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้

คำตัดสินของคณะตุลาการศาลสูงสุดทั้ง 13 คนของเกาหลีใต้ในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินเป็นครั้งแรกให้ทางการเกาหลีใต้กำหนดทางเลือกอื่นในการรับใช้ชาติแก่ผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้เพราะขัดต่อความเชื่อและหลักศาสนา หรือที่เรียกว่า ผู้ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่ขัดต่อมโนธรรม (conscientious objectors)

สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานว่า ในการพิจารณาคดีวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดได้มีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์ให้ชายนามสกุลโอ วัย 34 ปีคนหนึ่ง พ้นผิดและพิจารณาคดีของเขาใหม่อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ เขาถูกตัดสินจำคุก 18 เดือนฐานปฏิเสธที่จะเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยอ้างว่าขัดต่อหลักคำสอนในคัมภีร์ไบเบิลของกลุ่ม 'พยานพระยะโฮวา' ที่เขานับถืออยู่

ศาลสูงสุดมีคำวินิจฉัยว่า การลงโทษบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจากเหตุผลด้านความเชื่อทางศาสนา หรือที่เรียกว่า "เสรีภาพทางมโนธรรม" นั้น ถือเป็น การจำกัดเสรีภาพทางความคิดของบุคคล และเป็นภัยต่อเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์

Image copyright Getty Images

คำตัดสินครั้งนี้สำคัญอย่างไร

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นการกลับคำตัดสินของศาลสูงสุดเกาหลีใต้ที่ยึดถือเป็นบรรทัดฐานมานานเกือบ 50 ปี และเป็นความเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือใกล้ชิดขึ้นในช่วงนี้

เมื่อปี 1969 และปี 2004 ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้เคยมีคำตัดสินว่า ความเชื่อทางศาสนาหรือด้านมโนธรรมนั้น ไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหารได้

ทั้งนี้ กฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารของเกาหลีใต้ กำหนดให้ชายอายุ 18-35 ปีที่มีสภาพร่างกายสมบูรณ์ไม่เป็นบุคคลทุพพลภาพ ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 ปี แต่ส่วนมากมักถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน โดยนับแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา มีผู้ถูกจำคุกจากความผิดนี้แล้วกว่า 19,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์กลุ่มพยานพระยะโฮวา

Image copyright Chung Sung-Jun

ผู้สื่อข่าวชี้ว่า คำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสุดครั้งนี้ จะส่งผลต่อคดีลักษณะเดียวกัน 227 คดีที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล

การพิจารณาคดี 3 คดีก่อนหน้านี้ ศาลมีคำวินิจฉัยเอนเอียงไปทางกฎหมายว่าด้วยการเกณฑ์ทหารและตัดสินให้จำเลยมีความผิด โดยชี้ว่า การเกณฑ์ทหารเป็นหน้าที่ที่ต้องมาก่อนเสรีภาพทางมโนธรรม พร้อมอ้างเหตุผลที่ว่าเกาหลีเหนือและใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม นับตั้งแต่การสู้รบในสงครามเกาหลียุติลงในปี 1953 เพราะยังไม่มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้จัดการไต่สวนสาธารณะขึ้นหลายครั้ง และบรรดาผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งสมาชิกรัฐสภาต่างเห็นด้วยกับการกำหนดทางเลือกอื่นในการรับใช้ชาติแก่ผู้ที่ไม่สามารถเข้ารับการเกณฑ์ทหารได้เพราะขัดต่อความเชื่อและหลักศาสนา เช่น การให้ไปทำงานในหน่วยงานรัฐ อาทิ เรือนจำ หรือหน่วยดับเพลิง แทน

การเกณฑ์ทหารนับเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางใน ปัจจุบัน โดยฝ่ายที่ต่อต้านมองว่า เป็นการขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพราะเป็นการบีบบังคับประชาชนให้ต้องเข้าสู้รบในกรณีที่เกิดสงคราม ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคนที่จะต้องทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองของตน ปัจจุบันหลายประเทศได้ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปแล้ว แต่อีกหลายประเทศยังมีการเกณฑ์ทหารอยู่ เช่น เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม