แอปเปิ้ล: กำไรไตรมาสล่าสุดพุ่ง 30% เพราะขายไอโฟนแพงขึ้นหรือไม่

  • 2 พฤศจิกายน 2018
นายทิม คุก ประธานบริหารของแอปเปิ้ล Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายทิม คุก ประธานบริหารของ แอปเปิ้ล

แม้ว่ายอดขายอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแอปเปิ้ลเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่ด้วยกลยุทธ์การปรับขึ้นราคาอุปกรณ์ ทำให้ได้กำไรบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีรายนี้เพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

บริษัทฯ ระบุในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ตามงบการเงินของแอปเปิ้ล (ก.ค.- ก.ย.) ที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) ว่า ยอดขายไอโฟนในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 46.9 ล้านเครื่อง ซึ่งเพิ่มขึ้นไม่มากนักจาก 46.7 ล้านเครื่อง ของช่วงเดียวกันในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ขายไอไฟนในราคาแพงขึ้นช่วยให้บริษัทฯ รับมือกับสถานการณ์ตลาดมือถือโลกที่ส่งสัญญานเติบโตลดลง นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยอดขายมือถือจากผู้ผลิตทุกรายรวมทั่วโลกลดลง

สำหรับรายได้รวมระหว่างเดือน ก.ค. - ก.ย. ปีนี้ ราว 6.29 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือราว 2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ส่วนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31% มาแตะที่ 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 4.63 แสนล้านบาท ทั้งนี้ 61% ของรายได้ทั้งหมดมาจากยอดขายนอกสหรัฐฯ ในจำนวนนั้นก็คือ ประเทศไทย

ส่วนรายได้ทั้งปี 2018 ตามงบการเงิน อยู่ที่ 2.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน กำไรเพิ่ม 23% เป็น 5.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Image copyright Getty Images

นอกจากขายไอโฟนให้แพงขึ้นแล้ว ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ไอทีรายนี้ยังหันไปเอาดีทางด้านธุรกิจบริการอีกด้วย เช่น บริการแอปสโตร์ บริการดาวน์โหลดเพลง (แอปเปิ้ล มิวสิค) และบริการชำระสินค้าผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ของแอปเปิ้ล (แอปเปิ้ล เพย์) ซึ่งก็ส่งผลให้บริการเหล่าทำมีรายได้ในไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ไม่รายงานจำนวนอุปกรณ์ที่ขายได้

อีกเรื่องที่สำคัญในรายงานผลประกอบการครั้งนี้คือ แอปเปิ้ลจะเลิกรายงานจำนวนยอดขายไอโฟน ไอแพด และเครื่องคอมพิวเตอร์แมค ในไตรมาสถัดไป แต่จะรายงานในรูปแบบมูลค่ารายได้ของการขายอุปกรณ์และบริการแทน ประเด็นนี้ผู้บริหารแอปเปิ้ลให้เหตุผลว่า ตัวเลขจำนวนอุปกรณ์ที่ขายได้ไม่ได้เป็นตัววัดสำคัญที่จะบอกว่า บริษัทฯ มีสุขภาพทางการเงินดีแต่อย่างไร

Image copyright Getty Images

ทว่า นักวิเคราะห์หลายคนกลับมองว่า การตัดสินใจเช่นนั้นเปรียบเสมือนการสร้างเกราะกำบังไม่ให้ คนนอกองค์กรเห็นความอ่อนแอทางการเงินก็เป็นได้

เตรียมเปิด "แอปเปิ้ล สโตร์" แห่งแรกในเมืองไทย

แม้ว่าผลประกอบการการเงินของแอปเปิ้ลจะยังเข้มแข็งอยู่ แต่ก็ยังคงมีข้อกังวลและจุดอ่อน ทิม คุก ประธานบริหารของ แอปเปิ้ล ระบุว่าเริ่มเห็นความอ่อนแอในเชิงเศรษฐกิจมหภาคในหลายประเทศเกิดใหม่ เช่น ตุรกี อินเดีย บราซิล และรัสเซีย เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินประเทศดังกล่าว

Image copyright APple (Thailand)
คำบรรยายภาพ แอปเปิ้ลจะเปิดร้านแอปเปิ้ล สโตร์ แห่งแรกในไทยที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ในขณะเดียวกัน นายลูคา แมสตรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน เผยว่า แอปเปิลกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านซัพพลายสนับสนุน เช่นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วน เพราะว่าบริษัทฯ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

ส่วนในไทยนั้น เป็นที่ยืนยันแล้วว่า แอปเปิ้ลจะเปิดร้านแอปเปิ้ล สโตร์ แห่งแรกในไทยที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ โดยเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมารองประธานอาวุโสด้านธุรกิจค้าปลีกได้ทวีตข้อความแจ้งยืนยันเรืองดังกล่าวด้วย

ยังไม่มีผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

หากถามว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อจีนจะส่งผลกระทบต่อแอปเปิ้ลหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนหลัก ๆ ของผลิตภัณฑ์แอปเปิลก็อยู่ในจีน

นายคุก บอกว่า เขายังคงมองในมุมบวกว่า ทั้งสองประเทศจะแก้ไขปัญหาระหว่างกันได้ จนถึงขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่ได้รับกระทบใด ๆ จากเรื่องดังกล่าว และว่ารายได้จากจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง 16%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม