หญิงไทยติด 10 อันดับโลกแม่มีลูกน้อย ขณะที่แม่ทั่วโลกมีบุตรลดลง

  • 10 พฤศจิกายน 2018
แม่และลูกสาว Image copyright Getty Images

งานวิจัยล่าสุดพบผู้หญิงทั่วโลกมีลูกลดลง นักวิจัยพบว่า อัตราเจริญพันธุ์ลดต่ำลง ประเทศเกือบครึ่งโลกเผชิญปัญหาขาดแคลนเด็กเกิดใหม่ หรือ "baby bust" ซึ่งหมายถึง จำนวนเด็กที่เกิดมามีไม่เพียงพอต่อการรักษาจำนวนประชากรเดิมไว้ได้

นักวิจัยระบุว่า การค้นพบนี้ "น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง" ซึ่ง ผลที่ตามมาก็คือ ประเทศต่าง ๆ จะมี "ปู่ย่าตายายมากกว่าหลาน"

จำนวนทารกเกิดใหม่ลดลงมากแค่ไหน?

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ต (Lancet) เป็นการติดตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศตั้งแต่ปี 1950 ถึง 2017

ในปี 1950 ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้หญิงมีลูกเฉลี่ย 4.7 คน อัตราเจริญพันธุ์ลดลงเหลือครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 2.4 คน ในปีที่แล้ว

แต่ตัวเลขนี้มีความผันผวนกันอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกันในหลายประเทศ เช่น อัตราเจริญพันธุ์ในไนเจอร์ ซึ่งเป็นชาติในแอฟริกาตะวันตกอยู่ที่ 7.1 คน แต่ในไซปรัส ประเทศที่เป็นเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉลี่ยผู้หญิงมีลูกเพียง 1 คน

อัตราเจริญพันธุ์ต้องสูงแค่ไหน?

เมื่ออัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศตกลงต่ำกว่าประมาณ 2.1 จำนวนประชากรจะเริ่มหดตัวลง (ตัวเลข "baby bust" นี้ จะยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้นไปอีกในประเทศที่มีอัตราการตายของเด็กสูง)

ในช่วงเริ่มต้นการศึกษาในปี 1950 ไม่มีชาติไหนเลยที่มีอัตราเจริญพันธุ์อยู่ในระดับนี้

ศ. คริสโตเฟอร์ เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการสถาบันเมตริกส์สุขภาพและการประเมินผล มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวกับ บีบีซี ว่า "เรามาถึงจุดที่ประเทศทั่วโลกราวครึ่งหนึ่งมีอัตราเจริญพันธุ์ที่ต่ำกว่าระดับทดแทน ดังนั้น ถ้าไม่ทำอะไร จำนวนประชากรจะลดลงในประเทศเหล่านั้น"

"มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด มันน่าประหลาดใจ แม้แต่คนอย่างผม การเห็นตัวเลขนี้ในประเทศทั่วโลกราวครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมากต่อผู้คน"

ประเทศไหนได้รับผลกระทบบ้าง?

ประเทศที่พัฒนาแล้วทางเศรษฐกิจจำนวนมากขึ้น รวมถึงประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป, สหรัฐฯ, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย มีอัตราเจริญพันธุ์ที่ต่ำลง

มันไม่ได้หมายความว่า จำนวนคนที่ใช้ชีวิตในประเทศเหล่านั้นลดลง อย่างน้อยก็ยังไม่ลดลงในตอนนี้ เพราะขนาดประชากรเป็นผลมาจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งเรื่องของอัตราเจริญพันธุ์, อัตราการตาย และการอพยพย้ายถิ่น

อาจต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วอายุคนจึงจะรับรู้ได้ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราเจริญพันธุ์ที่เกิดขึ้น

แต่ ศ. เมอร์เรย์ กล่าวว่า "เราจะเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดที่สังคมต่าง ๆ ต้องต่อสู้กับการลดลงของจำนวนประชากร"

ประเทศต่าง ๆ ในโลกราวครึ่งหนึ่งยังคงมีเด็กเกิดใหม่ที่เพียงพอ แต่ในขณะที่มีจำนวนประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จำนวนประเทศที่มีอัตราเจริญพันธุ์ต่ำก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ทำไมอัตราเจริญพันธุ์จึงลดต่ำลง?

การลดของอัตราเจริญพันธุ์ไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนสเปิร์ม หรือปัญหาต่าง ๆ ที่ปกติผู้คนนึกถึงเมื่อพูดถึงการเจริญพันธุ์

แต่เกิดจากปัจจัยที่สำคัญ 3 อย่างได้แก่:

  • อัตราการตายในเด็กลดลง ทำให้ผู้หญิงมีลูกน้อยลง
  • การเข้าถึงการคุมกำเนิดมากขึ้น
  • มีผู้หญิงได้รับการศึกษาและทำงานมากขึ้น

ในอีกหลายแง่ การลดลงของอัตราเจริญพันธุ์ ถือเป็นความสำเร็จ

จะส่งผลกระทบอย่างไร?

หากปราศจากการโยกย้ายถิ่นฐาน ประเทศต่าง ๆ จะเผชิญกับภาวะประชากรที่หดตัวลง และสูงอายุมากขึ้น

ดร. จอร์จ ลีสัน ผู้อำนวยการสถาบันประชากรสูงอายุของอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า นั่นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแย่เสมอไป ตราบใดที่สังคมโดยรวมปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ด้านประชากรได้

เขากล่าวกับบีบีซีว่า "ผลกระทบด้านประชากรมีอยู่ในทุกด้านของชีวิตเรา แค่มองออกไปนอกหน้าต่าง ผู้คนตามท้องถนน บ้านเรือน การจราจร การบริโภค ต่างขับเคลื่อนด้วยประชากร"

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราวางแผนไว้ ไม่ได้ขับเคลื่อนได้ด้วยจำนวนของประชากรเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างอายุ และนั่นกำลังเปลี่ยนไป จริง ๆ แล้ว เรายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้นัก"

เขาคิดว่า สถานที่ทำงานกำลังจะต้องเปลี่ยนแปลง และแม้แต่แนวคิดเกษียณอายุการทำงานที่ 68 ปี ซึ่งเป็นอายุเกษียณการทำงานสูงสุดในสหราชอาณาจักรในปัจจุบัน ก็จะต้องปรับเปลี่ยน

รายงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์เกี่ยวกับภาระของโลกจากโรคภัยต่าง ๆ (Global Burden of Diseases) ระบุว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบจะต้องพิจารณาเพิ่มจำนวนผู้อพยพ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในตัวมันเอง หรือบังคับใช้นโยบายต่าง ๆ ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งมักจะไม่ได้ผล

ศ. เมอร์เรย์ ผู้เขียนรายงาน แย้งว่า "แนวโน้มปัจจุบัน จะมีเด็กน้อย และมีคนอายุมากกว่า 65 ปีจำนวนมาก และนั่นเป็นเรื่องยากของสังคมที่ยั่งยืนในโลก

"คิดถึงผลที่ตามมาทางสังคมและเศรษฐกิจของสังคมที่มีโครงสร้างเช่นนั้น ซึ่งมีปู่ย่าตายายมากกว่าจำนวนหลาน"

"ผมคิดว่า ญี่ปุ่นตระหนักถึงเรื่องนี้ พวกเขากำลังเผชิญกับจำนวนประชากรที่ลดลง แต่ผมไม่คิดว่า มันจะส่งผลกระทบต่อประเทศในโลกตะวันตก เพราะการเจริญพันธุ์ต่ำได้รับการชดเชยจากการอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน"

"แต่ในระดับโลก การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานไม่ใช่ทางออก"

ขณะที่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องท้าทายในหลายประเทศ แต่มันก็ส่งผลดีในด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาจากผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ

แล้วจีนล่ะ?

จีนเป็นประเทศที่มีประชากรเพิ่มจำนวนขึ้นมากนับตั้งแต่ปี 1950 จากประมาณ 500 ล้านคน เป็น 1.4 พันล้านคน

แต่จีนเองก็กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านอัตราเจริญพันธุ์เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่เพียง 1.5 ในปี 2017 และเมื่อไม่นานมานี้ จีนเพิ่งยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว

เหตุผลที่ประเทศพัฒนาแล้วจำเป็นต้องมีอัตราเจริญพันธุ์ที่ 2.1 นั้นเป็นเพราะเด็กที่เกิดมาไม่ใช่ว่าจะรอดและเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ทุกคน และทารกก็มักจะเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย

แต่ในจีน รายงานระบุว่า เด็กหญิงที่เกิดใหม่ทุก ๆ 100 คน มีเด็กชายเกิดใหม่ 117 คน ซึ่ง "อาจหมายถึงมีการทำแท้งเพื่อเลือกเพศลูก และแม้แต่อาจจะมีการฆ่าทารกที่เป็นเพศหญิงก็ได้"

นั่นหมายความว่า จำเป็นต้องมีเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาจำนวนประชากร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม