จอห์น อัลเลน โช : ใครคือชายอเมริกันที่ถูกฆ่าโดยชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก บนเกาะเซนทิเนลเหนือ?

  • 24 พฤศจิกายน 2018
โช ใกล้กับน้ำตก Image copyright Instagram/ John Chau
คำบรรยายภาพ ในอินสตาแกรม ผู้ใช้งานที่ใช้ชื่อว่า @johnachau เรียกตัวเองว่าเป็น "ผู้รอดชีวิตจากการถูกงูกัด"
Presentational white space

มีรายงานว่า ชายชาวอเมริกันที่ถูกสังหารโดยชนเผ่าที่อยู่ห่างไกลแถบหมู่เกาะอันดามันและหมู่เกาะนิโคบาร์ อยากเป็นนักสำรวจ ด้านผู้เชี่ยวชาญให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีว่า ศพของเขาอาจจะไม่มีวันถูกนำกลับคืนมาได้

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ตำรวจได้ส่งเรือเข้าไปใกล้กับเกาะเซนทิเนลเหนือเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เกิดเหตุสังหารขึ้น

ปันกาจ เสกซาเรีย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิ์ชนเผ่าและนักเขียนเกี่ยวกับหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ เปิดเผยกับเอเอฟพี ว่า การพยายามนำศพของโช กลับคืนมา เป็น "การกระทำที่ไร้ประโยชน์"

"ผมไม่คิดว่า เป็นความคิดที่ดีในการเข้าไปใกล้ (เกาะเซนทิเนลเหนือ) เพราะมันจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชนที่นั่น" เขากล่าวกับ เอเอฟพี

ด้านโซฟี กริก นักวิจัยอาวุโสของเซอร์ไววัล อินเตอร์เนชั่นแนล (Survival International) ซึ่งรณรงค์สนับสนุนกลุ่มชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก กล่าวเพิ่มเติมว่า "ฉันไม่เชื่อว่ามีวิธีการปลอดภัยวิธีไหนในการกู้ศพ ที่จะไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อชนเผ่าเซนทิเนลและผู้ที่พยายามจะเข้าไปเก็บกู้ศพ"

ชาวประมงในพื้นที่เล่าว่า จอห์น อัลเลน โช ถูกยิง ด้วยลูกธนู ขณะที่ขึ้นไปบนเกาะเซนทิเนลเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับคนภายนอก

ด้านเจ้าหน้าที่ทางการในพื้นที่ บอกว่า ชายวัย 27 ปีผู้นี้ เป็นผู้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ หรือ มิชชันนารี

แต่ในโซเชียลมีเดีย และในการให้สัมภาษณ์ที่มีการอ้างชื่อเขา โช สื่อภาพของตัวเองเป็นนักผจญภัย

"ผมรักการสำรวจ" เขาบอกกับ เอาต์บาวด์ คอลเล็กทีฟ (Outbound Collective) เมื่อ 4 ปีก่อน

"ไม่ว่าจะเป็นการเดินเขาผ่านป่าทึบใกล้กับแม่น้ำชิลลิแว็ก (Chilliwack River) [บริเวณชายฝั่งสหรัฐฯ-แคนาดา], การค้นหาน้ำตกที่มีคนร่ำลือในป่าของอันดามัน หรือการเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ เมืองเก็บบรรยากาศและความรู้สึก ผมเป็นนักสำรวจอย่างแท้จริง"

รายงานหลายแหล่ง ระบุว่า โชถูกชนเผ่าเซนทิเนลสังหาร หลังจากเขาติดสินบนชาวประมงให้พาเข้าไปยังเกาะแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Image copyright Instagram/John Chau
คำบรรยายภาพ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. @johnachau โพสต์ว่า เขากำลังเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว

"ตำรวจบอกว่า โช เคยไปเกาะเซนทิเนลเหนือมาแล้วราว 4-5 ครั้ง จากการช่วยเหลือของชาวประมงในพื้นที่" ซูบีร์ โบมิก ผู้สื่อข่าวที่รายงานเกี่ยวกับหมู่เกาะนี้นานหลายปี กล่าวกับบีบีซี ภาคภาษาฮินดี

เดเพนทรา ปาทัก ผู้อำนวยการตำรวจของอันดามัน กล่าวกับ นิวส์มินิต (News Minute) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวของอินเดียว่า มีคนบอกเขาว่า โช อาศัยอยู่ในรัฐแอละแบมา ของสหรัฐฯ และเป็น "เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์"

"คนคิดว่าเขาเป็นมิชชันนารี เพราะเขาเคยพูดถึงจุดยืนของเขาที่มีต่อพระเจ้า และบอกว่าเขาเป็นผู้ศรัทธาพระเจ้า ทางโซเชียลมีเดียหรือทางโลกออนไลน์ แต่ในความหมายที่แน่ชัดแล้ว เขาไม่ได้เป็นมิชชันนารี"

"เขาเป็นนักผจญภัย เขาต้องการไปพบกับชนพื้นเมืองดั้งเดิม"

เจ้าหน้าที่ทางการ บอกว่า ชนพื้นเมืองบนเกาะใช้ชีวิตโดยไม่ติดต่อกับโลกภายนอกมานานเกือบ 60,000 ปีแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคธรรมดา ๆ อย่างหวัด หรือหัด

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ชาวเซนทิเนล ชนเผ่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอกและเพิ่งสังหารนักท่องเที่ยวอเมริกัน คือใคร?

เซอร์ไววัล อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนชนพื้นเมือง กล่าวว่า การสัมผัสกับชนพื้นเมือง โชอาจจะแพร่เชื้อโรคที่ "อาจทำให้ชนเผ่าซึ่งมีสมาชิกประมาณ 50-150 คน เสียชีวิตหมดทั้งเผ่าได้"

ตำรวจ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า โช ได้ว่าจ้างชาวประมงพาเขาออกเดินทางไปโดยอาศัยช่วงที่ฟ้ามืด จากนั้นเขาได้พายเรือคายักขึ้นฝั่ง ก่อนที่จะถูกสังหาร

มีรายงานว่า เขาได้นำของขวัญไปให้ชนเผ่าหลายอย่าง รวมถึง ลูกฟุตบอลขนาดเล็ก, สายเบ็ด และ กรรไกร

อานุป คาปูร์ ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยแห่งเดลี ของอินเดีย กล่าวกับเอเอฟพีว่า ใครก็ตามที่ต้องการผูกมิตรกับชนเผ่าเซนทิเนล ต้องแสดงออกว่า พวกเขา "อยู่ในระดับเดียวกัน"

"อย่าสวมอะไร" เขาแนะนำ "การทำเช่นนั้นเท่านั้น จึงจะทำให้คุณหวังได้ว่า จะเกิดปฏิสัมพันธ์บางอย่างขึ้น"

คาปูร์ ครั้งหนึ่งเคยติดต่อกับชนเผ่าอองเก (Onge) ซึ่งเป็นอีกชนเผ่าหนึ่งของหมู่เกาะอันดามัน เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น "หลังจากที่ผมถอดเสื้อผ้าออกหมด เหลือแต่กางเกงในแล้วเท่านั้น"

ในความเห็นของคาปูร์ที่ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี ระบุว่า ควรปล่อยให้ชนเผ่าเซนทิเนลอยู่อย่างสงบ อย่างที่พวกเขาเป็น อย่าไปรบกวนเพราะจะยิ่งทำให้พวกเขาก้าวร้าวมากขึ้น "สิ่งที่เรารู้ก็คือ ตามประวัติศาสตร์ พวกเขาเคยถูกฆ่าและข่มเหงรังแกโดยชาวอังกฤษและญี่ปุ่น พวกเขาเกลียดทุกคนที่ใส่เครื่องแบบ ถ้าพวกเขาเห็นใครใส่เครื่องแบบ ก็จะฆ่าคนนั้นให้ตายไปตรงนั้น"

Image copyright Instagram/ John Chau

ในอินสตาแกรม ผู้ใช้งานที่ใช้ชื่อว่า @johnachau เรียกตัวเองว่าเป็น "ผู้รอดชีวิตจากการถูกงูกัด" และหมอในถิ่นทุรกันดาร ที่ "กำลังไปตามทาง"

ในการให้สัมภาษณ์ในปี 2014 กับเอาต์บาวด์ คอลเล็กทีฟ (Outbound Collective) เขากล่าวว่า เขาใช้ชีวิตอยู่ในแวนคูเวอร์ ทำงานเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล และชื่นชอบในการเดินทางมาตั้งแต่อายุยังน้อย

"พี่ชายของผม และผม [เคย] ทาหน้าด้วยน้ำแบล็กเบอร์รี และเดินที่สวนหลังบ้านพร้อมกับธนูและหอกที่เราทำขึ้นจากไม้" เขากล่าว

"จากนั้น โลกกลางแจ้งก็คือบ้านของผม"

Image copyright Survival
คำบรรยายภาพ กลุ่มสนับสนุนชนเผ่า ระบุว่า โช อาจจะนำเชื้อโรคไปแพร่ให้แก่ชนเผ่าได้

เขา กล่าวว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากเดวิด ลิฟวิงส์ตัน มิชชันนารีและนักสำรวจสมัยวิกตอเรีย และพระเยซู

โช บอกกับ เอาต์บาวด์ คอลเล็กทีฟ ว่า เป้าหมายต่อไปของเขาคือ การกลับไปในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์

"มีอะไรให้ดูและทำมากมายที่นั่น!"

ในอินสตาแกรม เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า โช เป็น "ผู้ที่ตายโดยที่ไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ"

Image copyright Christian Caron

ในโพสต์ทางอินสตาแกรมเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้เอ่ยถึงการเดินทางไปยัง ดิกลิปูร์ (Diglipur) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะอันดามัน

เขาโพสต์ภาพของน้ำตกในพื้นที่เขตร้อน และใส่ข้อความว่า มีทากเต็มไปหมด

ในการพรรณนาถึงภาพที่สวยงาน เขาใช้แฮชแท็ก "#solideogloria" ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า "เกียรติแด่พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม