หญิงบราซิลให้กำเนิดทารกคนแรกของโลกจากมดลูกผู้บริจาคที่เสียชีวิต

  • 5 ธันวาคม 2018
เปลี่ยนถ่ายมดลูก Image copyright GETTY IMAGES

หญิงชาวบราซิลวัย 32 ปี ให้กำเนิดทารกหญิง ซึ่งเกิดจากมดลูกที่ได้รับการปลูกถ่ายจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้วเป็นรายแรกของโลก

วารสารทางการแพทย์แลนเซ็ตต์ ตีพิมพ์ความสำเร็จการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลในเมืองเซา เปาโล ประเทศบราซิล เมื่อปี 2016

ก่อนหน้านี้ ในแวดวงการแพทย์มีการผ่าตัดปลูกถ่ายมดลูกให้ผู้หญิงมาแล้วถึง 39 ครั้ง แต่ละครั้งใช้มดลูกจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต ซึ่งมีทั้งผู้เป็นแม่ที่บริจาคให้กับลูกสาว จนถึงปัจจุบันมีทารกที่เกิดจากมดลูกที่ปลูกถ่าย 11 คน โดยทารกรายแรกเกิดที่สวีเดนในปี 2013

หญิงวัย 32 ปี ซึ่งเกิดมาไร้มดลูกรายนี้ มีภาวะของกลุ่มอาการ MRKH ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติของมดลูกตั้งแต่กำเนิด โดยทั่วไปอาการนี้จะไม่มีการเจริญของมดลูก ท่อนำไข่และช่องคลอด เกิดขึ้นได้กับผู้หญิง 1 ใน 4,500 คน แต่ในกรณีของหญิงรายนี้ ช่องคลอดและมดลูกของเธอไม่เจริญตามปกติ แต่รังไข่ยังคงมีความสมบูรณ์ แพทย์จึงได้ผ่าตัดนำไข่ออกเพื่อไปผสมพันธุ์กับสเปิร์มของผู้เป็นพ่อ ก่อนเก็บรักษาไว้ด้วยวิธีการแช่แข็ง

ส่วนผู้บริจาคมดลูก เป็นหญิงวัย 45 ปี มีลูก 3 คน เสียชีวิตจากอาการเลือดออกในสมอง

สำหรับกระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนมดลูก แพทย์หญิง แดนี เอจเซ็นเบิร์ก แพทย์หัวหน้าคณะวิจัย เปิดเผยว่าใช้เวลาผ่าตัดราว 10 ชั่วโมง นำมดลูกของผู้บริจาคเย็บเชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำใหญ่ หลอดเลือดแดง เอ็นยึดมดลูก และช่องคลอดของหญิงชาวบราซิล

หญิงผู้รับมดลูกใหม่จะถูกให้ยาเพื่อทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเซลล์ของมดลูกที่จะนำมาปลูกถ่าย อีก 6 สัปดาห์ต่อมา เธอจึงเริ่มมีประจำเดือน หลังจากนั้น 7 เดือน ไข่ที่ถูกผสมแล้วจึงถูกฝังลงในมดลูก

หลังอุ้มท้องเป็นเวลากว่า 35 สัปดาห์ หญิงชาวบราซิลคลอดบุตรออกมาด้วยน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม ด้วยวิธีการผ่าคลอดในวันที่ 15 ธ.ค. เมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แพทย์บอกว่า ผลลัพธ์ของการผ่าตัดเปลี่ยนมดลูกระหว่างมดลูกจากผู้บริจาคที่มีชีวิตและผู้บริจาคที่เสียชีวิต ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ซึ่งเทคนิคในการผ่าตัดรักษาสามารถปรับได้เป็นกรณี ๆ ไป

การปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต เกิดขึ้นมาแล้ว 10 ครั้ง ในสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเช็ก และตุรกี ทว่าแต่ละครั้งก็ไม่สำเร็จและเกิดการแท้งในที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า คู่รักในวัยเจริญพันธุ์ทั่วโลก ประสบปัญหามีบุตรยากราวร้อยละ 10-15 ในจำนวนนี้ผู้หญิง 1 ใน 500 คน มีปัญหาที่เกี่ยวกับมดลูก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม