กัญชา: ทำไมหลายประเทศในโลกถึงเปิดรับกัญชากันมากขึ้น?

  • 12 ธันวาคม 2018
Woman at a march to legalise cannabis, in Krakow Image copyright Getty Images

ในขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ของเม็กซิโกและลักเซมเบิร์กกำลังวางแผนจะทำให้การใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงถูกกฎหมาย ผู้นำนิวซีแลนด์ก็กำลังพิจารณาจะทำประชามติว่าประเทศควรจะดำเนินนโยบายในทิศทางใดในเรื่องนี้

เมื่อความคิดเห็นของสาธารณชนและรัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศเปลี่ยน ประเทศอื่น ๆ ก็มีแนวโน้มจะคล้อยตามมากขึ้น นี่ทำให้เกิดคำถามที่ว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไรที่จะจัดการการจัดหาและควบคุมการใช้กัญชา

ปัจจัยอะไรที่ทำให้หลายประเทศยอมลดความเคร่งครัดเรื่องกฎหมาย หรือแม้กระทั่งทำให้กัญชากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายขึ้นมาได้?

สงครามยาเสพติด

เพิ่งปี 2012 นี่เองที่อุรุกวัยออกประกาศว่าพวกเขาจะเป็นประเทศแรกที่ทำให้การใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงถูกกฎหมาย โดยนั่นเป็นนโยบายที่มุ่งจะใช้กฎหมายรัฐเข้าจัดการเครือข่ายระหว่างองค์กรอาชญากรรมและผู้ค้ากัญชาเป็นหลัก

ต่อมาในปีเดียวกัน คนในรัฐวอชิงตันและรัฐโคโลราโดลงคะแนนเสียงให้ทั้งสองรัฐกลายเป็นสองที่แรกในสหรัฐฯ ที่สามารถใช้กัญชาโดยไม่ต้องมีจุดประสงค์ทางการแพทย์

Image copyright Getty Images

รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งไม่เห็นด้วยกับสงครามยาเสพติดที่สหรัฐฯ เป็นผู้นำ ยอมถอยไม่บังคับใช้กฎหมายในระดับรัฐบาลกลาง เปิดทางให้รัฐต่าง ๆ ได้หานโยบายทางเลือกที่จะบังคับใช้กับกัญชาด้วยตนเอง

จากนั้นเป็นต้นมา อีก 8 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี ก็ได้สนับสนุนกฎหมายการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงได้ และการลงโทษต่อการใช้กัญชาในที่อื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ผ่อนปรนลงไปด้วย ขณะนี้ ในสหรัฐฯ มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แล้วทั้งหมด 33 จากทั้งหมด 50 รัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่า การทำให้กัญชาถูกกฎหมายจะส่งผลด้านสุขภาพต่อสังคมและคนในสังคมอย่างไร แต่ความคิดของคนทั่วไป และนโยบายรัฐบาลก็ได้ผ่อนปรนลงแล้ว

เมื่อในเดือน ต.ค. แคนาดาได้ปรับให้การซื้อขาย การครอบครอง และการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง ถูกกฎหมายทั่วประเทศแล้ว และดูเหมือนจะเป็นเรื่องแน่นอนแล้วที่เม็กซิโกจะทำให้กัญชาถูกกฎหมาย รัฐบาลของนายมานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ได้เสนอร่างกฎหมายที่จะให้การใช้กัญชาทั้งทางการแพทย์และความบันเทิงถูกกฎหมาย และศาลสูงสุดก็เพิ่งออกคำตัดสินว่าการสั่งห้ามใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ในบราซิล จาไมกา และโปรตุเกส แม้การซื้อขายกัญชาจะยังผิดกฎหมายอยู่ แต่การมีกัญชาปริมาณเล็กน้อยในครอบครองไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป สเปนอนุญาตให้คนใช้กัญชาในพื้นที่ส่วนตัวได้ ส่วนในเนเธอแลนด์ ก็มีการซื้อขายกัญชาได้โดยทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นรอบโลก

  • ในสหราชอาณาจักร มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.
  • ในเกาหลีใต้ มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้แต่มีการควบคุมอย่างเคร่งครัด
  • ในมาเลเซีย มีชายที่ถูกตัดสินประหารชีวิตเพราะขายน้ำมันกัญชา
  • ศาลสูงสุดแอฟริกาใต้ผ่านกฎหมายให้ผู้ใหญ่สามารถใช้กัญชาในพื้นที่ส่วนตัวได้
  • เลโซโทกลายเป็นชาติแอฟริกันชาติแรกที่อนุญาตให้มีการเพาะปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฎหมาย
  • เลบานอนกำลังพิจารณาว่าจะทำให้การผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ถูกกฎหมายเพื่อช่วยเศรษฐกิจประเทศ

เด็กที่เจ็บป่วย

ในหลาย ๆ ประเทศ การเคลื่อนไหวไปสู่การทำให้กัญชาถูกกฎหมายมาจากทัศนคติของสาธารณชนที่เปลี่ยนแปลงไป ในสหรัฐฯ และแคนาดา ภาพของเด็กที่ป่วยแต่กลับถูกปฏิเสธการเข้าถึงกัญชาซึ่งสามารถช่วยรักษาเปลี่ยนชีวิตได้สร้างผลกระทบต่อความคิดของคนทั่วไปมาก และช่วยผลักดันให้มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ อัลฟี ดิงลีย์ ป่วยเป็นโรคลมชักชนิดหายาก

เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บิลลี คอลด์เวล ซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักรุนแรง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากน้ำมันกัญชาเพื่อการแพทย์ของเขาถูกยึดไป และหนึ่งเดือนให้หลังจากนั้น อัลฟี ดิงลีย์ เด็กวัย 7 ขวบซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักชนิดหายาก ก็ได้รับใบอนุญาตพิเศษให้เขาใช้น้ำมันกัญชาได้

และในที่สุดกฎหมายสหราชอาณาจักรก็อนุญาตให้หมอสามารถจ่ายยาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกัญชาได้

สิ่งที่รัฐในสหรัฐฯ ค้นพบในช่วงยุคปี 90 และยุคปี 2000 คือ ความคุ้นชินกับการใช้กัญชาในทางการแพทย์ก็สามารถทำให้ทัศนคติที่มีต่อการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงดีขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร ระบุว่า จะยังห้ามใช้กัญชาเพื่อความบันเทิงต่อไป แม้ว่าจะมีนักการเมืองระดับสูงหลายคน รวมถึงนายวิลเลียม เฮก อดีตผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่เสนอว่าควรจะมาทบทวนในประเด็นนี้กันใหม่

ในเม็กซิโกก็มีกรณีที่เด็ก ๆ ถูกปฏิเสธการเข้าถึงกัญชาในทางการแพทย์ แต่ก็เป็นด้วยแรงกระตุ้นจากความรุนแรงของสงครามยาเสพติดที่เกิดขึ้นในประเทศ

นักการทูตเม็กซิโกได้เตือนสหรัฐฯ ว่า เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการซื้อขายกัญชาในเมื่อรัฐแคลิฟอร์เนียที่อยู่ติดกันนั้นมีการให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย

ตลาดกัญชา

เมื่อหลายประเทศทั่วโลกมุ่งหน้าสู่การทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หลาย ๆ ชาติก็พยายามจะก้าวตามให้ทัน

บ่อยครั้ง ซึ่งจะเห็นได้หลายแห่งในภูมิภาคละตินอเมริกา รัฐบาลประเทศต่าง ๆ อยากให้ชาวไร่สามารถเข้าถึงการปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์มากขึ้น เพราะทั้งได้ผลกำไรดีและเป็นตลาดที่กำลังเจริญเติบโต

Image copyright Getty Images

บริษัทต่าง ๆ ก็ให้ความสนใจเช่นกัน อาทิ บริษัท Altria ซึ่งเป็นเจ้าของยี่ห้อบุหรี่อย่าง Malboro ได้ลงทุนถึง 1.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับบริษัทผลิตกัญชาจากแคนาดา

สหรัฐฯ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การใช้กัญชาในทางการแพทย์สามารถกลายเป็นการขายกัญชาเพื่อความบันเทิงได้ง่าย ๆ และมีแนวโน้มที่จะเปิดตลาดที่ใหญ่กว่าเดิมอีก

แต่อุปสรรคอย่างแรกเลยคือ คุณไม่สามารถค้าขายกัญชาเพื่อความบันเทิงข้ามพรมแดนได้ ประเทศต่าง ๆ สามารถนำเข้าหรือส่งออกกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้นตามกฎของคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดนานาชาติ (International Narcotics Control Board)

ผู้ผลิตในประเทศอย่างโมร็อกโกและจาไมกาอาจจะมีชื่อเสียงในเรื่องกัญชาของพวกเขา แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงประเทศอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตในประเทศยังไม่สามารถผลิตได้เท่ากับความต้องการของคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแคนาดาหลังจากกัญชากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

อุปสรรคที่รัฐบาลที่ต้องการเดินหน้าทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายคือ การหาความสมดุลระหว่างการทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายโดยไม่ควบคุมเลยและการห้ามอย่างเคร่งครัด หลาย ๆ สังคมอาจรู้สึกไม่สบายใจนักหากไม่มีกฎเกณฑ์อย่างดีในการควบคุมการใช้สารที่ส่งผลทางอารมณ์อย่างกัญชา

ผลจากการใช้กัญชา

  • สามารถทำให้มึนงง วิตกกังวล และหวาดระแวงได้
  • หากสูบกับบุหรี่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคต่าง ๆ อาทิ มะเร็ง
  • การใช้กัญชาบ่อย ๆ มีความเชื่อมโยงทำให้เสี่ยงเป็นโรคทางจิตมากขึ้น
  • ในบางแห่ง กัญชาถูกใช้เพื่อรักษาอาการข้างเคียงของโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอ็มเอส และโรคมะเร็ง
  • ยังมีการทดลองอยู่ว่ากัญชาจะสามารถนำไปใช้รักษาอาการอื่น ๆ อาทิ โรคลมชัก และโรคเอดส์ ได้อย่างไร

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม