เจ้าหญิงนครดูไบผู้ต้องการหลบหนีจากพระบิดา

  • 29 ธันวาคม 2018
เจ้าหญิงลาติฟา นางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้พบกับเจ้าหญิงลาติฟา เมื่อเร็ว ๆ นี้ Image copyright UNITED ARAB EMIRATES FOREIGN MINISTRY
คำบรรยายภาพ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ผยแพร่พระรูปของเจ้าหญิงลาติฟา (ซ้าย) คู่กับนางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และอดีตประธานาธิบดีไอร์แลนด์

เมื่อต้นสัปดาห์นี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เผยแพร่พระรูปของเจ้าหญิงลาติฟา พระธิดาของเชคโมฮัมเหม็ด บิน รอชิด อัลมักตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ เพื่อยืนยันว่าเจ้าหญิงยังมีชีวิตอยู่ หลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าทรงหนีออกจากพระราชวังเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แต่ถูกตามพบและบังคับนำตัวไปจากเรือยอร์ช ขณะอยู่นอกชายฝั่งอินเดีย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปฏิเสธรายงานเรื่องนี้โดยอ้างว่าเจ้าหญิงลาติฟาพำนักอยู่ที่พระราชวังกับครอบครัวของพระองค์ อย่างไรก็ดี องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มมีความเป็นห่วงและเรียกร้องให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พิสูจน์ว่าเจ้าหญิงปลอดภัยจริง

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ส่งแถลงการณ์ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ "เพื่อตอบและหักล้างข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง" เกี่ยวกับเจ้าหญิงพระองค์นี้ ทั้งยังเผยแพร่พระรูปของเจ้าหญิงคู่กับนางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่ฯ และอดีตประธานาธิบดีไอร์แลนด์ ซึ่งอ้างว่าเป็นพระรูปที่ฉายเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่นครดูไบ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่าในระหว่างที่อยู่ในดูไบ นางโรบินสันได้รับการรับรองว่าเจ้าหญิงลาติฟา ทรงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

Image copyright Reuters

ทำไมเจ้าหญิงต้องการหลบหนี ?

มีรายงานว่าเจ้าหญิงลาติฟา พระชันษา 33 ปี ทรงพยายามหลบหนีออกจากวังเพื่อไปใช้ชีวิตอย่างเสรีในต่างแดน โดยได้รับความช่วยเหลือในการหลบหนีจากนายอาร์ฟ โจแบร์ อดีตสายลับฝรั่งเศส เจ้าหญิงลาติฟาทรงอยู่ในเรือยอร์ช นอสโทรโม ของนายโจแบร์ ตอนที่ถูกตรวจจับได้ ขณะอยู่ห่างจากชายฝั่งอินเดียไปไม่ถึง 80 กิโลเมตร

นายโจแบร์ อ้างว่าเจ้าหญิงถูกนำตัวไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และบังคับให้เสด็จกลับดูไบ แม้ว่าพระองค์จะทรงยืนยันว่าต้องการลี้ภัยในต่างประเทศก็ตาม

หลังจากมีรายงานว่าเจ้าหญิงลาติฟาหายตัวไป มีการเผยแพร่วิดีโอซึ่งเจ้าหญิงทรงเอ่ยข้อความว่า "หากคุณกำลังดูวิดีโอนี้อยู่ คงไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะฉันอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อย่างมาก มาก และมาก" และยังตรัสด้วยว่า "สิ่งที่พระบิดาสนใจมากที่สุดคือชื่อเสียงของพระองค์"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เชคโมฮัมเหม็ด ทรงสร้างภาพให้ดูไบเป็นนครแห่งความทันสมัย เหมาะสมต่อการลงทุน และการพักผ่อนอย่างหรูหรา

นักโทษในกรงทอง

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่า พระสหายของเจ้าหญิงลาติฟา เผยแพร่วิดีโอดังกล่าวเพื่อกดดันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากมีรายงานว่าถูกนำตัวไปจากเรือยอร์ช

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเชคโมฮัมเหม็ด ทรงสร้างภาพให้ดูไบเป็นนครแห่งความทันสมัย เหมาะสมต่อการลงทุน และการพักผ่อนอย่างหรูหรา ขณะที่เจ้าหญิงลาติฟา ซึ่งทรงกีฬากระโดดร่ม โดยมีธงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ห่อหุ้มพระองค์ ทำให้มองได้ว่าทรงเป็นตัวแทนประเทศได้อย่างดี แต่พระสหายของพระองค์บอกกับบีบีซีว่า แท้จริงแล้วเจ้าหญิงลาติฟาทรงมีสถานะไม่ต่างจาก "นักโทษในกรงทอง"

ในวิดีโอความยาว 40 นาทีเจ้าหญิงลาติฟา ทรงอ้างว่าพระองค์และคนอื่น ๆ ในครอบครัว "ไม่มีเสรีภาพ" ในการใช้ชีวิต และยังตรัสถึงความพยายามหลบหนีก่อนหน้านี้ขณะมีพระชันษา 16 ปี ทั้งทรงอ้างด้วยว่าถูกคุมขังเป็นเวลา 3 ปี และถูกทรมานหลายครั้ง

ในเดือนนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ อาหรับเอมิเรตส์ เผยแพร่แถลงการณ์เรื่องที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นเจ้าหญิงลาติฟา โดยระบุว่ารัฐบาล "รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่สื่อยังคงคาดเดา" เกี่ยวกับเจ้าหญิงลาติฟา และว่าเจ้าหญิง "ทรงเป็นที่รักและทะนุถนอมของครอบครัว ซึ่งตั้งตารอคอยฉลองวันเกิดร่วมกับพระองค์"

ล่าสุดเมื่อวานนี้ นางแมรี โรบินสัน อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้พบกับเจ้าหญิงลาติฟา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ถูกกล่าวหาว่าออกมาแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยนางโรบินสันกล่าวว่าเจ้าหญิงเป็น "เด็กสาวที่วุ่นวาย"

นางโรบินสันบอกกับบีบีซีว่าเจ้าหญิงเสียพระทัยที่บันทึกเทปวิดีโอดังกล่าวซึ่งระบุถึงการถูกคุมขังและทรมาน

ด้านราดา สเตอร์ลิง แห่งกลุ่มสิทธิมนุษยชน Detained in Dubai ออกมาระบุว่าขณะนี้ยังคงมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของพระองค์ และตำหนิว่าคำพูดของนางโรบินสันนั้นไม่ต่างจากการพูดย้ำแถลงการณ์ที่ออกมาจากดูไบเลย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม