ไต้หวันไม่สนคำขู่ หลัง สี จิ้นผิง บอกว่าไต้หวัน 'ต้องและจะต้อง' ถูกรวมเข้ากับจีน

  • 2 มกราคม 2019
ทหารกองเกียรติยศของไต้หวันระหว่างการฝึกซ้อมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน (20 พ.ค. 2016) Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ คนจำนวนมากในไต้หวันต้องการให้ไต้หวันเป็นเอกราชจากจีน

ประธานาธิบดีไต้หวันระบุ ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ต่อต้านแนวคิด 1 ประเทศ 2 ระบบ ที่จีนต้องการใช้กับไต้หวัน หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ยืนยันว่า ไต้หวัน "ต้องและจะต้อง" ถูกรวมเข้ากับจีน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสครบรอบ 40 ปี นับตั้งแต่เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ นายสีได้เน้นย้ำถึง การเรียกร้องให้มีการรวมชาติอย่างสันติของรัฐบาลจีน ภายใต้ระบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ อย่างไรก็ตาม เขายังเตือนว่า จีนขอสงวนสิทธิ์ในการใช้กำลัง

แม้ไต้หวันมีรัฐบาลปกครองตัวเองและมีเอกราชในทางพฤตินัย แต่ไต้หวันก็ไม่เคยประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการจากจีนแผ่นดินใหญ่

รัฐบาลจีนถือว่าเกาะไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งที่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ และการแสดงความเห็นของนายสีก็สอดคล้องกับนโยบายรวมชาติที่จีนยึดถือมาช้านาน

แต่เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันจะไม่ยอมรับการรวมชาติกับจีน ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลจีนเสนอ

"ฉันต้องการเน้นย้ำว่า ไต้หวันจะไม่ยอมรับ '1 ประเทศ 2 ระบบ' ความเห็นของชาวไต้หวันส่วนใหญ่ต่อต้าน '1 ประเทศ 2 ระบบ' อย่างสิ้นเชิง และนี่ก็เป็น 'ฉันทามติของไต้หวัน' ด้วย"

ภายใต้สูตร "1 ประเทศ 2 ระบบ" ไต้หวันจะมีสิทธิ์บริหารกิจการภายในของตัวเอง เช่นเดียวกับที่ใช้ในฮ่องกง

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง นายสีกล่าวในสุนทรพจน์ว่า ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจีนเช่นเดียวกัน และเอกราชของไต้หวัน คือ "หนทางที่ขัดต่อประวัติศาสตร์ และเป็นทางตัน"

ชาวไต้หวัน "ต้องเข้าใจว่า เอกราชจะยิ่งทำให้เกิดความยากลำบากขึ้น" นายสี กล่าว และระบุว่า รัฐบาลจีน จะไม่อดทนต่อกิจกรรมรูปแบบใด ๆ ที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน

แต่การรวมชาตินั้น เป็น "สิ่งจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อการฟื้นฟูของประชาชนชาวจีน" นายสี กล่าว

เขาเน้นย้ำว่า เรื่องความสัมพันธ์กับไต้หวันเป็น "ส่วนหนึ่งของการเมืองภายในประเทศของจีน" และจีนจะ "ไม่อดทนต่อการแทรกแซงจากต่างประเทศ"

รัฐบาลจีน "สงวนทางเลือกในการใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็น" ต่อกองกำลังจากภายนอกที่แทรกแซงการรวมกันอย่างสันติ และต่อกิจกรรมแบ่งแยกดินแดนไต้หวันทุกอย่าง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายสี กล่าวว่า การรวมชาติเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในการฟื้นฟูจีน

ความเห็นของไต้หวัน?

ในการกล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ประธานาธิบดีไช่ ของไต้หวัน กล่าวว่า จีนต้องใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับไต้หวัน และเคารพในค่านิยมประชาธิปไตยของไต้หวันด้วย

"ดิฉันต้องการเรียกร้องให้จีนเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมากับความเป็นจริงของการมีอยู่ของสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน" เธอกล่าว โดยใช้ชื่อทางการ

จีนควร "เคารพการยึดมั่นในเสรีภาพและประชาธิปไตยของประชาชน 23 ล้านคน และต้องใช้วิธีการที่สันติและมีความเสมอภาคในการจัดการกับความแตกต่างของเรา" เธอกล่าวเพิ่มเติม

ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา พรรคการเมืองของไช่ ทำผลงานได้แย่ลงในการเลือกตั้งภูมิภาค ซึ่งรัฐบาลจีนเห็นว่า เป็นเพราะท่าทีที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนของเธอ

คำขู่ของจีนจริงจังแค่ไหน?

บทวิเคราะห์โดย จอห์น ซัดเวิร์ธ, บีบีซีนิวส์ ประจำกรุงปักกิ่ง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนพูดเกี่ยวกับการรวมชาติมาเป็นเวลานานแล้วว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา

แต่ประธานาธิบดีสี คือผู้นำจีนที่ทรงอำนาจที่สุดนับตั้งแต่เหมา เจ๋อตุง โดยปัจจุบันเขาเป็นประธานาธิบดีจีนที่ไม่ถูกจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง และทำโครงการเพื่อ "การฟื้นฟูแห่งชาติ" (national rejuvenation) ในแบบที่ไม่มีใครทำมาก่อน

ดังนั้น เราจึงควรใส่ใจมากขึ้น เมื่อคำขู่ที่จะใช้กำลังยึดไต้หวันถ้าจำเป็น ออกมาจากปากของนายสี

จีนอาจกำลังเป็นมหาอำนาจทางการทหารที่กำลังผงาดขึ้น แต่การส่งกองทัพข้ามช่องแคบไต้หวัน ที่มีคลื่นลมแรงและมีการป้องกันตัวเองอย่างดียังคงเป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ทางการทหาร และยังไม่แน่ว่าจะประสบความสำเร็จ

นอกจากน้ำเสียงที่ดูแข็งกร้าวขึ้น การกล่าวสุนทรพจน์ของนายสีไม่ได้มีสัญญาณว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแผนการใด ๆ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงเส้นทางที่มีความเป็นมิตรมากขึ้น ที่ช่วยทำให้สัมพันธ์ทางการค้าแข็งแกร่งขึ้น

ถ้าจะมีสงครามเกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นทางโลกไซเบอร์มากกว่า มีรายงานว่าจีนได้เพิ่มความพยายามในการแทรกแซงการเลือกตั้งของไต้หวันเพื่อสร้างความเสียเปรียบ ให้นักการเมืองและพรรคการเมืองที่เอนเอียงไปทางสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน

มีความคาดหวังกันมานานแล้วว่า อำนาจทางเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวของจีนต่างหากที่จะช่วยดึงไต้หวันกลับสู่อ้อมอกจีนได้ ไม่ใช่กำลังทางการทหาร

ทำไมจึงขัดแย้งกันเรื่องนี้?

ไต้หวันเป็นประชาธิปไตยที่ปกครองตัวเอง และปฏิบัติตัวเป็นชาติเอกราชมาตั้งแต่ปี 1949 หลังจากรัฐบาลชาตินิยมของจีนพ่ายแพ้ต่อกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ และต้องหนีออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จีนก็ยังถือว่า เกาะไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งที่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่ประเทศ และวันหนึ่งก็จะต้องกลับมารวมกับจีน

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ รัฐบาลจีนยืนกรานว่า ไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีนที่แยกออกจากแผ่นดินใหญ่เท่านั้น

เมื่อไม่กี่ปีนี้ รัฐบาลจีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะไต้หวันเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่รัฐบาลจีนพูดถึงก็ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยแห่งชาติ

ยกตัวอย่างเช่น จีนยืนกรานว่า ประเทศต่าง ๆ สามารถมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนหรือไต้หวันเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งสองฝ่าย

รัฐบาลจีนทำให้พันธมิตรต่างประเทศที่มีอยู่ไม่กี่ประเทศของไต้หวันตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันและมาสถาปนาความสัมพันธ์กับจีนแทน

ปีที่แล้ว จีนได้บังคับให้สายการบินต่างชาติ และโรงแรมต่าง ๆ ขึ้นบัญชีไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนบนเว็บไซต์ของตัวเองด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม