หัวเว่ย : ชาวจีนพนักงานหัวเว่ยถูกจับในโปแลนด์เพื่อสอบสวนข้อหาเป็นสายลับ

  • 13 มกราคม 2019
หัวเว่ย โลโก้ Image copyright GETTY IMAGES

หน่วยงานความมั่นคงโปแลนด์ จับกุมนักธุรกิจชาวจีน ซึ่งทำงานให้กับ หัวเว่ย บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน และอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงและเป็นพนักงานบริษัทสื่อสารในโปแลนด์อีก 1 คน เพื่อสอบสวนในข้อหาเป็นสายลับ

โฆษกของหน่วยงานความมั่นคงโปแลนด์ ระบุว่า ทั้งสองคน ถูกจับกุมตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา หลังจากทางการสืบสวนกรณีนี้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ที่ทำคดีนี้กล่าวยืนยันว่า นายหวัง เว่ยจิง ชายสัญชาติจีน ลูกจ้างของหัวเว่ย ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า สตานิสลาฟ หวัง ถูกจับกุม แต่ยังไม่ถูกตั้งข้อหา ขณะที่หัวเว่ย ได้ปลดนายหวัง ออกจากการเป็นพนักงานแล้วเมื่อวันเสาร์ พร้อมระบุว่า พฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท

ที่ผ่านมา หัวเว่ย ถูกตรวจสอบในข้อกล่าวหาว่าร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของจีนเพื่อเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานทีมีความสำคัญต่าง ๆ

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินบริษัท หัวเว่ย และเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้ง ถูกจับกุมที่แคนาดาและศาลตั้งข้อหาฉ้อโกง ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรห้ามทำการค้ากับอิหร่านของสหรัฐฯ

รู้อะไรแล้วบ้าง ?

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันเสาร์ (12) ว่า นายโจอาคิม บรุดซินสกี รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในประเทศของโปแลนด์ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปและ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ร่วมกันพิจารณาไม่ให้หัวเว่ยดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้ หลังจากเหตุการณ์จับกุม ขณะที่ทางการยังไม่เปิดเผยหลักฐานใด ๆ ต่อสาธารณะ

จากการตรวจสอบประวัติของนายหวัง บนเว็บไซต์ LinkedIn ระบุว่า นายหวังเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายที่หัวเว่ย และเคยทำงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการทูตที่สถานทูตจีนในโปแลนด์ ระหว่างปี 2006-2011

อย่างไรก็ตาม โฆษกของหน่วยความมั่นคงภายในแห่งชาติโปแลนด์ (ISA) บอกกับรอยเตอร์ว่า "การจับกุมนายหวัง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทที่เขาทำงานด้วย"

Image copyright REUTERS
คำบรรยายภาพ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมของหัวเว่ย ถูกใช้งานในเครือข่ายระบบ 5 จี ในหลายประเทศทั่วโลก

ส่วนชายชาวโปแลนด์ที่ถูกจับพร้อมกันมีชื่อว่า นายพิโอตอร์ ดี เป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของโปแลนด์ และทำงานในบริษัทสื่อสารเช่นกัน ตามการรายงานชองผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงวอร์ซอ

สถานีโทรทัศน์ในโปแลนด์ รายงานข่าวว่า นายพิโอตอร์ ดี ออกจากหน่วยงานความมั่นคงภายในโปแลนด์ที่ชื่อว่า ABW เนื่องจากถูกกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชั่น แต่เขายังไม่เคยถูกตั้งข้อหาอันใด

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ศาลในกรุงวอร์ซอ อนุมัติหมายจับจากอัยการโปแลนด์ ให้คุมตัวชายทั้งสองไว้เป็นเวลา 3 เดือน หากพบว่ามีความผิดจริงในการกระทำอันเป็นสายลับ พวกเขาอาจต้องโทษจำคุกเป็นเวลาสูงสุดถึง 10 ปี

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลในระดับสูงสุดต่อการจับกุมครั้งนี้

สถานีโทรทัศน์ทีวีพีของโปแลนด์รายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงภายใน (ABW) ได้เข้าค้นสำนักงานหัวเว่ยในโปแลนด์ รวมทั้งบริษัท ออเรนจ์ พอลสก้า บริษัทผู้ให้บริการมือถือที่นายพิโอตอร์ ทำงาน รวมทั้งบ้านพักของทั้งคู่ด้วย

เมื่อปีที่แล้ว ออเรนจ์ พอลสก้า ได้ร่วมลงทุนกับหัวเว่ยในการขยายบริการเครือข่ายสัญญาณ 5 จี ในประเทศโปแลนด์

หัวเว่ย ออกแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทยืนยันว่าได้ทำตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่หัวเว่ยเข้าไปดำเนินธุรกิจ และพนักงานทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศที่เข้าไปตั้งสำนักงานด้วย

ด้าน ออร์เรนจ์ พอลสก้า ระบุในแถลงการณ์เช่นกันว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงโปแลนด์ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายพิโอตอร์ ซึ่งเป็นลูกจ้าง แต่ไม่ทราบว่า การสอบสวนนั้นจะเกี่ยวข้องกับงานที่ลูกจ้างรับผิดชอบอยู่หรือไม่

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย และประธานกรรมการบริหาร กำลังถูกตรวจสอบจากนานาชาติ ถึงความเกี่ยวข้องของเขากับรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน

ทำไมต้องกังวล "หัวเว่ย"

ที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ ตกเป็นเป้าเรื่องความขัดแย้งทางการทูตหลายครั้ง ส่วนมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านความมั่นคง

ภายใต้กฎหมายของจีน บรรดาบริษัทเหล่านี้ต้องสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านข่าวกรองของชาติ

นายเหริน เจิ้งเฟย อดีตวิศวกรแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ก่อตั้งหัวเว่ยในปี 1987 ที่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ขณะนี้บริษัทมีพนักงาน 1.8 แสนคน และทั้งหมดเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท

จากข้อมูลระบุด้วยว่า เหรินเจิ้งเฟย ผู้ที่ไม่ค่อยออกสื่อมากนัก ได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปี 1978

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า จีนอาจใช้หัวเว่ย เป็นตัวแทนในการลักลอบเจาะระบบข้อมูล ลักลอบฟังการสนทนา และเข้าถึงเครือข่ายข้อมูลในระดับสูงสุดได้ อย่างเช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่ห้ามบริษัทในประเทศใช้บริการด้านเทคโนโลยีโดยหัวเว่ยสำหรับระบบเครือข่าย 5 จี ที่จะเริ่มใช้กันเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ ยังกลายเป็นประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากมีการจับกุมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินบริษัท หัวเว่ย เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา การจับกุมผู้บริหารคนสำคัญของหัวเว่ยที่แคนาดา ทำให้เกิดวิกฤตทางการทูต เพราะหลังจากนั้นเล็กน้อย จีนก็ควบคุมตัวชายชาวแคนาดา 2 คน ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตและนักธุรกิจ

ในยุโรป เยอรมนี มีจุดยืนไม่ห้ามเอกชนเข้ามาดำเนินธุรกิจ 5 จี เช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร ที่ยังไม่บล็อกหัวเว่ย แต่บริษัทโทรคมนาคม BT สัญชาติอังกฤษ ได้ประกาศว่าจะไม่ใช้ชิ้นส่วนประกอบหลักสำหรับเครือข่าย 5 จี

แล้ว หัวเว่ย ว่าอย่างไร ?

หัวเว่ย ปฏิเสธมาโดยตลอด ต่อข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้อง "อย่างลับ ๆ" กับรัฐบาลจีน พร้อมกับประกาศว่า ได้ชนะการประมูลสัมปทานระบบเครือข่าย 5 จี มากถึง 1 ใน 4 ของโลก

"แม้ว่าจะมีความพยายามสร้างภาพความน่ากลัวแก่หัวเว่ย และใช้การเมืองมารบกวนการเติบโตของอุตสาหกรรมที่หัวเว่ยทำอยู่ เราภูมิใจที่จะกล่าวว่า ลูกค้าของเรายังคงให้ความเชื่อถือเรา" เคน หู รองกรรมการผู้จัดการหัวเว่ย กล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม