สิทธิสตรีในซาอุดีอาระเบีย: 'ฉันหนีออกมาหาชีวิตที่ดีกว่า'

  • 14 มกราคม 2019
Image of Salwa given to the BBC Image copyright Salwa
คำบรรยายภาพ ซัลวา วัย 24 ปี หนีออกจากครอบครัวของเธอเมื่อ 8 เดือนก่อน และบอกว่า กำลังลี้ภัยอยู่ในแคนาดา
Presentational white space

เรื่องราวดราม่าเกี่ยวกับข้อจำกัดที่ผู้หญิงในซาอุดีอาระเบียเผชิญ กลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คนอีกครั้ง

ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน วัย 18 ปี ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเธอขังตัวเองไว้ในห้องพักของโรงแรม และปฏิเสธที่จะขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน

เธอกำลังหนีออกจากครอบครัวในซาอุดีอาระเบีย และขณะนี้เธอได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในแคนาดาแล้ว หลังจากมีการรณรงค์ช่วยเหลือเธอผ่านทางทวิตเตอร์

ขณะที่ผู้คนกำลังถกเถียงกันเรื่องสิทธิสตรีในซาอุฯ กันอย่างต่อเนื่อง มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่หนีออกจากซาอุฯ ไปแคนาดา ได้เปิดเผยเรื่องราวของเธอกับบีบีซี

ซัลวา วัย 24 ปี หนีออกจากบ้านพร้อมกับน้องสาววัย 19 ปี ของเธอ เมื่อ 8 เดือนก่อน และขณะนี้อาศัยอยู่ในเมืองมอนทรีออล นี่คือเรื่องเล่าจากปากของเธอเอง

การเตรียมตัว

เราวางแผนหนีประมาณ 6 ปี เราจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง และบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อที่จะหนีออกมาได้

ฉันต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองของฉันเพื่อทำเอกสารเหล่านี้ (ผู้หญิงในซาอุดีอาระเบีย จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากญาติที่เป็นผู้ชายในการทำสิ่งต่าง ๆ หลายเรื่อง)

โชคดี ฉันมีบัตรประชาชนแล้ว เพราะครอบครัวยอมให้ฉันทำ ตอนที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัย

แล้วฉันก็มีหนังสือเดินทางแล้ว เพราะฉันจำเป็นต้องใช้ในการเข้าสอบภาษาอังกฤษเมื่อ 2 ปีก่อน

แต่ทางครอบครัวเก็บหนังสือเดินทางของฉันไว้ ฉันต้องหาวิธีในการเอามันกลับมา

ฉันขโมยกุญแจเข้าบ้านจากพี่ชาย จากนั้นก็เอาไปปั๊มที่ร้าน ฉันออกจากบ้านไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต แต่ฉันแอบออกไป ตอนที่พวกเขากำลังนอนอยู่

มันเสี่ยงมาก เพราะถ้าฉันถูกจับได้ตอนนั้น พวกเขาคงจะทำร้ายฉัน

เมื่อฉันได้กุญแจมาแล้ว ฉันก็เอาหนังสือเดินทางของฉันและน้องสาวกลับมาได้ ฉันยังเอาโทรศัพท์ของพ่อไปด้วยตอนเขาหลับ

ฉันแอบใช้โทรศัพท์ของพ่อ ล็อกอินเข้าบัญชีของเขาบนเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย แล้วก็เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนมาเป็นหมายเลขของฉันแทน

ฉันยังใช้บัญชีของเขาในการยินยอมให้เราทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศด้วย

การหลบหนี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทั้งคู่หนีออกจากบ้าน และขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมเด็จพระราชาธิบดีคาลิด บินไปยังเยอรมนี

เราออกจากบ้านตอนกลางคืน ขณะที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ สถานการณ์ตึงเครียดมาก

เราขับรถไม่ได้ เราเลยเรียกแท็กซี่ โชคดีที่คนขับแท็กซี่ในซาอุฯ เกือบทุกคนมาจากต่างประเทศ พวกเขาก็เลยไม่ได้เห็นว่า การเดินทางโดยลำพังของเราเป็นเรื่องแปลกอะไร

เรามุ่งหน้าไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติสมเด็จพระราชาธิบดีคาลิด (King Khalid International Airport) ใกล้กับกรุงริยาด ถ้ามีคนจับได้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ตอนนั้น ฉันคิดว่า เราคงถูกฆ่าไปแล้ว

ตอนฉันเรียนปีสุดท้าย ฉันได้ทำงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และเก็บเงินได้มากพอที่จะใช้ซื้อตั๋วเครื่องบินและทำวีซ่าสำหรับเดินทางผ่าน (Transit Visa) ของเยอรมนี ฉันยังเก็บเงินได้จากผลประโยชน์ที่ได้รับจากการว่างงานด้วย

ฉันขึ้นเครื่องบินไปเยอรมนีกับน้องสาวได้สำเร็จ เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกของฉัน มันยอดเยี่ยมมาก ฉันรู้สึกมีความสุข รู้สึกกลัว รู้สึกต่าง ๆ นานาเต็มไปหมด

พ่อของฉันเรียกตำรวจ ตอนที่เขารู้ว่า เราไม่อยู่บ้าน แต่ตอนนั้นก็สายเกินไปเสียแล้ว

เพราะฉันได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ในบัญชีกระทรวงมหาดไทยของพ่อแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการพยายามจะโทรหาเขา ก็กลับกลายเป็นโทรเข้าเบอร์ของฉันแทน

ตอนที่ฉันเดินทางมาถึงเยอรมนี ฉันได้รับข้อความจากตำรวจที่ส่งหาพ่อของฉัน

การเดินทางมาถึง

ในซาอุดีอาระเบีย ฉันไม่มีชีวิตที่นั่น ฉันแค่ไปมหาวิทยาลัยแล้วก็กลับมาบ้าน ทั้งวันไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย

พวกเขาทำร้ายฉัน และพร่ำบอกเรื่องแย่ ๆ กับฉัน อย่างเช่น ผู้ชายมีความยอดเยี่ยมกว่า เหนือกว่า ฉันถูกบังคับให้ทำละหมาดและถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วย

ตอนที่มาถึงเยอรมนี ฉันขอความช่วยเหลือทางกฎหมายเพื่อให้ช่วยหาทนายความดำเนินการเรื่องขอลี้ภัยให้ฉัน ฉันกรอกเอกสารบางอย่าง และบอกเล่าเรื่องราวของฉัน

ฉันเลือกแคนาดา เพราะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงที่ดีในด้านสิทธิมนุษยชน ฉันติดตามข่าวเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ถูกส่งตัวไปอยู่ที่นั่น และตัดสินใจว่า แคนาดาน่าจะเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับฉัน

คำขอของฉันได้รับการตอบรับ และตอนที่ฉันเดินทางไปถึงนครโทรอนโต ฉันเห็นธงชาติแคนาดาที่สนามบิน และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของการบรรลุเป้าหมายที่ฉันต้องการ

Image copyright Getty Images

ตอนนี้ ฉันอยู่ในมอนทรีออล ไม่มีความกังวลใด ๆ อีกต่อไป ไม่มีใครมาบังคับให้ฉันทำอะไรได้ที่นี่

ในซาอุฯ พวกเขาอาจจะมีเงินมากกว่า แต่ที่นี่ดีกว่า เพราะเมื่อฉันต้องการออกจากอะพาร์ตเมนต์ไปไหน ฉันก็ไปได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตใคร

ฉันมีความสุขมากจริง ๆ ฉันรู้สึกเหมือนเป็นอิสระ ฉันใส่ชุดอะไรก็ได้ที่ฉันอยากใส่

ฉันชอบสีสันในฤดูใบไม้ร่วง และชอบหิมะที่นี่มาก ฉันเรียนภาษาฝรั่งเศส แต่มันยากมากเลย ฉันกำลังเรียนขี่จักรยานอยู่ด้วย และกำลังพยายามฝึกว่ายน้ำและเล่นสเก็ตน้ำแข็ง

ฉันรู้สึกเหมือนกับ ฉันได้ทำอะไรจริง ๆ ในชีวิตของฉัน

ฉันไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวเลย แต่ฉันคิดว่า นั่นเป็นเรื่องดีแล้วสำหรับฉันเองและสำหรับพวกเขาด้วย ฉันรู้สึกว่า ที่นี่คือบ้านของฉันแล้วตอนนี้ ที่นี่ดีกว่ามาก

จากการบอกเล่าให้กับ กาเรธ อีวานส์ และเอาต์ไซด์ ซอร์ส (Outside Source) ของบีบีซี ฟังผ่านทางรายการวิทยุของเวิลด์ เซอร์วิส

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม