หญิงเกาหลีเหนือ 2 คนแปรพักตร์หนีออกจากประเทศได้สำเร็จ แต่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในจีนต่ออีกหลายปี

  • 20 มกราคม 2019
Screenshot of Jiyun on the sexcam site Image copyright Chun Kiwon
คำบรรยายภาพ จียอนถูกบังคับให้โชว์เรือนร่างผ่านทาง "เซ็กส์แคม"

แม้จะหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือได้สำเร็จ ผู้หญิง 2 คนนี้ถูกจองจำเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในจีนอีกหลายปีกว่ากว่าจะพบกับอิสรภาพที่แท้จริง

จากชั้น 3 ของอพาร์ทเมนท์ในเมืองแหยนจี๋ของจีน หญิงเกาหลีเหนือสองคนใช้ผ้าปูที่นอนผูกต่อกันและปีนจากหน้าต่างลงสู่พื้นได้สำเร็จ แต่พวกเธอยังต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะพบกับอิสรภาพ

กลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ช่วยให้พวกเธอหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือได้สำเร็จ แท้จริงแล้วเป็นแก๊งค้ามนุษย์ที่ส่งตัวพวกเธอต่อไปยังผู้ดำเนินธุรกิจ "เซ็กส์แคม" หรือการโชว์วาบหวิวผ่านช่องทางออนไลน์ในจีน

มิระ และ จียอน ถูกจองจำในอพาร์ทเมนท์เป็นเวลา 5 ปี และ 8 ปี ตามลำดับ ถูกบังคับให้โชว์วาบหวิวถ่ายทอดสดผ่านกล้อง

Image copyright Chun Kiwon
คำบรรยายภาพ มิระถูกบังคับให้โชว์เรือนร่างผ่านทาง "เซ็กส์แคม"

การแปรพักตร์หลบหนีออกจากเกาหลีเหนือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะเสี่ยง จุดหมายที่ปลอดภัยคือเกาหลีใต้ แต่พื้นที่บริเวณชายแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้เต็มไปด้วยกำลังทหารและกับระเบิด นี่ทำให้หลายคนเลือกที่จะเดินทางขึ้นเหนือและเข้าไปทางประเทศจีนแทน

อย่างไรก็ตาม หากถูกจับได้ ทางการจีนจะส่งตัว "ผู้อพยพผิดกฎหมาย" กลับเกาหลีเหนือ และจะถูกกักขังและทรมานในโทษฐานกบฏ

Image copyright Chun Kiwon
คำบรรยายภาพ ภาพนิ่งจากเว็บไซต์เซ็กส์แคม

ช่วงกลางยุค 90 มีผู้แปรพักตร์หลายคนหลบหนีออกจากประเทศระหว่างภาวะขาดแคลนอาหารซึ่งรู้จักกันในชื่อ "The Arduous March" ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ล้านคน

แต่ตัวเลขผู้แปรพักตร์ในแต่ละปีลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งตั้งแต่นายคิม จอง อึน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดในปี 2011 โดยคาดกันว่าเป็นผลจากการควบคุมบริเวณชายแดนที่รัดกุมขึ้น

มิระ หนีออกจากเกาหลีเหนือตอนเธออายุเพียง 22 ปี เธอเกิดในยุคที่ภาวะขาดแคลนอาหารใกล้จบลง เธอเป็นชาวเกาหลีเหนือยุคใหม่ที่เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ จากโลกภายนอกประเทศซึ่งหาได้จากตลาดมืด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นดีวีดี เครื่องสำอาง เสื้อผ้าดีไซน์เนอร์ของปลอม และแฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลที่เต็มไปด้วยภาพยนตร์ผิดกฎหมายจากต่างชาติ

การหลั่งไหลของข้อมูลจากต่างชาติมีส่วนช่วยให้ชาวเกาหลีเหนือหลายคนตัดสินใจแปรพักตร์ ภาพยนตร์จากจีนเผยให้มิระเห็นว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร

"ฉันชอบภาพยนตร์จีนมาก และคิดว่าผู้ชายจากจีนเป็นอย่างนั้นทุกคน ฉันอยากจะแต่งงานกับคนจีน และอยากจะออกไปจากเกาหลีเหนือมาหลายปี"

พ่อของมิระ ซึ่งเป็นอดีตทหารและสมาชิกพรรคแรงงานแห่งเกาหลี เป็นคนเข้มงวดมาก กำหนดกฎเกณฑ์และตารางเวลาในบ้านอย่างเคร่งครัด และก็ทุบตีเธอด้วยในบางครั้ง มิระอยากจะเป็นเรียนหมอแต่พ่อก็ห้าม และนี่ยิ่งทำให้เธอใฝ่ฝันถึงชีวิตใหม่ในจีน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รั้วหนามริมแม่น้ำทูมาน

มิระ พยายามหาผู้ลักลอบคนที่จะช่วยพาเธอข้ามแดนทางแม่น้ำทูมาน อยู่ 4 ปีกว่าจะสำเร็จ ด้วยความที่ครอบครัวเธอข้องเกี่ยวกับทางการ ผู้ลักลอบจึงกังวลว่าจะถูกเปิดโปง

เช่นเดียวกับผู้แปรพักตร์อีกหลาย ๆ ราย มิระที่ไม่มีเงินจ่ายผู้ลักลอบทันทีและตกลงทำงานเพื่อใช้เงินคืน โดยเธอคิดว่าเป็นการทำงานในร้านอาหาร

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
บีบีซี ตามติดบาทหลวงเกาหลีใต้ กับภารกิจลับช่วยสาวเกาหลีเหนือ ถูกบังคับให้บริการ 'เซ็กส์แคม' ในจีน

หลังจากข้ามแม่น้ำทูมาน เธอถูกส่งต่อไปเมืองแหยนจี๋ ให้แก๊งค้าบริการทางเพศที่มักล่อลวงผู้หญิงเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มา โดย "หัวหน้าแก๊ง" เป็นลูกครึ่งเกาหลี-จีน

เมืองแหยนจี๋ อยู่ในเหยียนเปียน ซึ่งเป็นเขตปกครองตัวเองอย่างอิสระระดับหนึ่งแยกจากรัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่ง

ที่แหยนจี๋ มีชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเกาหลีอาศัยอยู่จำนวนมาก และเป็นจุดศูนย์กลางของการค้าขายกับเกาหลีเหนือ ที่นี่เป็นเมืองหลักเมืองหนึ่งในจีนที่ชาวเกาหลีเหนือมาแอบอาศัยอยู่

Image copyright Durihana
คำบรรยายภาพ มิระและจียอนเดินทางไปยังที่หลบภัยบริเวณใกล้เคียง

ผู้แปรพักตร์ส่วนใหญ่ในเมืองนี้เป็นผู้หญิง แต่ด้วยความที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายในจีน ทำให้พวกเธอตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ได้ง่าย บางคนถูกขายให้เป็นภรรยา ซึ่งบ่อยครั้งผู้ซื้อคือผู้ชายจากพื้นที่ชนบท บ้างถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ และบ้างก็ถูกบังคับให้โชว์เรือนร่างผ่านทาง "เซ็กส์แคม" แบบมิระ

เมื่อเดินทางไปถึงอพาร์ทเมนท์ หัวหน้าแก๊งถึงได้เปิดเผยกับเธอว่าจริง ๆ แล้วงานของเธอคืออะไร เธอถูกจัดให้พักอยู่ห้องเดียวกับ "ครูฝึก" ซึ่งสอนให้เธอว่าต้องทำท่วงท่าอย่างไรต่อหน้ากล้อง

"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย มันน่าอับอายมากในฐานะผู้หญิง ต้องถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคน และฉันก็ร้องไห้โฮออกมา พวกเขาถามฉันว่าฉันคิดถึงบ้านเหรอ"

Image copyright Chun Kiwon
คำบรรยายภาพ มิระถูกบังคับให้โชว์เรือนร่างผ่านทาง "เซ็กส์แคม"

เว็บไซต์เซ็กส์แคมนี้เป็นของชาวเกาหลีใต้ และลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นของชาวเกาหลีใต้เช่นกัน ผู้หญิงเหล่านี้มีหน้าที่ที่จะเชื้อเชิญให้ลูกค้าอยู่บนหน้าเว็บให้นานที่สุดเพราะเป็นการจ่ายค่าบริการโดยนับนาที

เมื่อใดที่มิระวอกแวกหรือแสดงความรู้สึกเกรงกลัว หัวหน้าแก๊งก็จะขู่ส่งตัวเธอกลับเกาหลีเหนือ

"สมาชิกครอบครัวฉันทุกคนทำงานให้กับรัฐบาล และฉันจะนำความอับอายไปสู่ครอบครัวหากกลับไป ฉันยอมหายตัวไปเหมือนควันและตายเสียดีกว่า"

ตลอดเวลาจะมีผู้หญิงในอพาร์ทเมนท์มากถึง 9 คน หลังจากเพื่อนร่วมห้องของมิระหลบหนีไปกับเพื่อนอีกคนสำเร็จ มิระถูกจับให้มาอยู่กับผู้หญิงอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอได้พบกับจียอนในที่สุด

คำบรรยายภาพ จียอน

จียอน อายุเพียง 16 ปี ตอนเธอแปรพักตร์หลบหนีออกมาจากเกาหลีเหนือในปี 2010 พ่อแม่เธอหย่าร้างกันตอนเธออายุ 2 ขวบ และเธอก็ต้องเผชิญกับความยากจน ตอนอายุ 11 ขวบ เธอเลิกไปโรงเรียนเพื่อออกมาทำงาน และตัดสินใจว่าจะเดินไปจีนเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อหาเงิน

เช่นเดียวกับมิระ เธอไม่รู้ว่าจะถูกส่งมาทำงานอะไร ในตอนแรก หัวหน้าแก๊งพยายามจะส่งตัวเธอกลับเพราะว่าเธอ "ผิวดำเกินไปและหน้าตาน่าเกลียด"

แม้จะเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เธอก็ไม่อยากกลับบ้าน จียอนบอกว่า "นี่เป็นงานที่ฉันเกลียดมากที่สุด แต่ฉันเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะมาจีน ฉันกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้"

"ความฝันของฉันคืออยากจะป้อนข้าวปู่ย่าก่อนพวกเขาจะจากโลกนี้ไป เพราะฉะนั้นฉันถึงได้ทนทุกอย่าง ฉันอยากจะส่งเงินกลับไปให้ครอบครัว"

อพาร์ทเมนท์นี้ถูกควบคุมอย่างรัดกุมโดยครอบครัวของหัวหน้าแก๊งเอง โดยพ่อแม่ของเขาจะนอนในห้องนั่งเล่นและค่อยล็อกประตูทางเข้าไว้ พี่ชายของหัวหน้าแก๊งซึ่งอาศัยอยู่บริเวณใกล้ ๆ จะมาเก็บขยะทุกเช้า และหัวหน้าแก๊งจะเป็นคนนำอาหารมาให้พวกผู้หญิงเอง

คำบรรยายภาพ ข้าวของทั้งหมดที่มีของจียอนหลังจากหนีออกมาจากอพาร์ทเมนท์ได้สำเร็จ

จียอนบอกว่า "นี่เป็นการกักขังอย่างเต็มรูปแบบ แย่เสียยิ่งกว่าคุกอีก"

ผู้หญิงเกาหลีเหนือเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก 6 เดือนครั้ง และอาจจะเป็นเดือนละครั้ง หากทำรายได้ได้ดี ในช่วงเวลาซึ่งหาไม่ได้บ่อยเช่นนี้ พวกเธอจะได้ออกไปช้อปปิ้ง หรือทำผม แต่ถูกสั่งห้ามไม่ให้พูดคุยกับใครโดยเด็ดขาด

"หัวหน้าเดินประกบเราตลอดราวกับเป็นคนรัก เพราะเขากลัวว่าเราจะวิ่งหนีไป" มิระ เล่า "ฉันอยากจะเดิน ๆ ไปที่ต่าง ๆ ตามใจอยากแต่ก็ทำไม่ได้ เราถูกห้ามไม่ให้คุยกับใครเลย ซื้อน้ำเปล่าเองก็ยังทำไม่ได้ ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เง่า"

หัวหน้าแก๊งว่าจ้างผู้หญิงเกาหลีเหนือคนหนึ่งให้คอยจับตาพวกเธอในอพาร์ทเมนท์เวลาที่เขาไม่อยู่

คำบรรยายภาพ ข้าวของทั้งหมดที่มีของมิระหลังจากหนีออกมาจากอพาร์ทเมนท์ได้สำเร็จ

หัวหน้าแก๊งเคยสัญญากับมิระว่าจะช่วยให้เธอได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ หากเธอขยันทำงาน เขาสัญญาจียอนว่าจะให้เธอได้ติดต่อกับครอบครัว

เมื่อจียอนขอร้องให้เขาปล่อยตัวเธอ แต่เขาบอกเธอว่าเธอต้องหาเงินให้ได้ 53,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับค่าเดินทาง จากนั้นเขาก็บอกเธอว่าไม่สามารถปล่อยตัวเธอเพราะไม่สามารถหาผู้ลักลอบพาเธอออกไปได้

มิระและจียอนไม่เคยได้เงินจากงานที่ทำ ในตอนแรกหัวหน้าแก๊งตกลงว่าจะให้เงิน 30 เปอร์เซ็นต์จากกำไรทั้งหมด และจะได้รับตอนที่ได้รับการปล่อยตัว แต่พวกเธอก็เริ่มวิตกกังวลขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะไม่มีวันได้รับอิสระอีกแล้ว

"ปกติฉันไม่เคยคิดเรื่องฆ่าตัวตาย แต่ฉันก็พยายามจะกินยาให้เกินขนาด และกระโดดลงจะหน้าต่าง" จียอน เล่า

หลายปีผ่านไป 5 ปี สำหรับมิระ และ 8 ปี สำหรับจียอน จนกระทั่งลูกค้าคนหนึ่งของมิระซึ่งรู้จักเธอมานาน 3 ปีเริ่มรู้สึกสงสารเธอ และช่วยติดต่อให้เธอได้คุยกับบาทหลวง ชัน คีวอน ซึ่งคอยช่วยเหลือผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือมา 20 ปีแล้ว

ลูกค้าคนดังกล่าวช่วยติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับสนทนาในคอมพิวเตอร์ของเธอ ทำให้สามารถติดต่อกับบาทหลวงได้

บาทหลวง ชัน คีวอน เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่ผู้แปรพักตร์ ช่องโทรทัศน์ทางการเกาหลีเหนือโจมตีเขาบ่อยครั้งว่าเป็น "ผู้ลักพาตัว" และ "นักต้มตุ๋น"

คำบรรยายภาพ บาทหลวง ชัน คีวอน ได้รับข้อความซึ่งยืนยันว่ามิระและจียอนข้ามพรมแดนจีนมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว

ตั้งแต่ก่อตั้ง ทูริฮัน องค์กรเพื่อการกุศลคริสเตียน ในปี 1999 บาทหลวง ชัน คีวอน ประมาณตัวเลขว่าเขาได้ช่วยชาวเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์ไปได้แล้วราว 1,200 คน เขาได้รับคำร้องขอให้ช่วยเหลือผู้แปรพักตร์เดือนละ 2-3 ราย แต่เขาบอกว่ากรณีของมิระและจียอนน่าทุกข์ใจเป็นพิเศษ

"ผมเคยเห็นหญิงที่เคยถูกกักขังนานถึง 3 ปี แต่ไม่เคยเจอที่ถูกกักขังนานขนาดนี้ มันทำให้หัวใจผมแตกสลาย"

บาทหลวงชัน บอกว่าการค้ามนุษย์ที่เหยื่อเป็นหญิงเกาหลีเหนือมีการดำเนินการเป็นระบบมากขึ้น และทหารเกาหลีเหนือบริเวณชายแดนก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ราคาของผู้หญิงเหล่านี้อยู่ระหว่างหลายร้อยจนถึงหลายพันดอลลาร์สหรัฐฯ

แม้ว่าจะหาตัวเลขสถิติโดยทางการได้ยาก สหประชาชาติได้แสดงความกังวลถึงผู้หญิงเกาหลีเหนือที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์จำนวนมาก

รายงานการค้ามนุษย์โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์เลวร้ายที่สุด

ตลอดช่วงเวลา 1 เดือน บาทหลวงชันติดต่อกับมิระและจียอนโดยแกล้งเป็นลูกค้าในเว็บไซต์ ผู้หญิงทั้งสองจึงสามารถแกล้งทำเป็นทำงานได้ระหว่างวางแผนหลบหนี

บาทหลวงชันบอกว่า โดยปกติแล้ว ผู้แปรพักตร์ที่ถูกกักขังจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะว่าถูกนำตัวไปที่คุมขังโดยปิดตา หรือไม่ก็ตอนกลางคืน โชคดีที่มิระและจียอนรู้ว่าพวกเธออยู่ที่ไหน เพราะสามารถมองเห็นป้ายโรงแรมภายนอกได้

บาทหลวงชันใช้กูเกิลแมพ และส่งทีมงานเพื่อไปดูลาดเลาก่อนวันปฏิบัติการช่วยเหลือ

การออกจากประเทศจีนเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะการเดินทางโดยไม่มีบัตรประจำตัว ผู้แปรพักตร์ส่วนใหญ่ต้องการจะเดินทางไปประเทศที่สามและสถานทูตเกาหลีใต้ที่นั่นให้ได้ และพวกเขาก็จะได้ตั๋วเครื่องบินลี้ภัยไปเกาหลีใต้

"แต่ก่อน ผู้แปรพักตร์สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยบัตรประจำตัวปลอม แต่เดี๋ยวนี้ เจ้าหน้าที่มีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจได้ว่าเป็นบัตรปลอมหรือไม่" บาทหลวงชันกล่าว

หลังจากหลบหนีออกมาจากอพาร์ทเมนท์ได้ อาสาสมัครจากทูริฮันพาพวกเธอเดินทางข้ามประเทศ ต้องนอนในรถไฟ หรืออดนอนในร้านอาหาร เพราะไม่สามารถเสี่ยงเช็คอินเข้าพักในโรงแรมได้

ในวันสุดท้ายของการเดินทาง หลังจากเดินขึ้นเขา 5 ชั่วโมง พวกเขาก็ข้ามชายแดนและเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้สำเร็จ

คำบรรยายภาพ สภาพมือของจียอนหลังเดินขึ้นเขาเพื่อข้ามชายแดนจีนเป็นเวลา 5 ชั่วโมง

เราไม่อาจเปิดเผยเส้นทางและประเทศที่พวกเขาเดินทางไปได้

12 วันหลังจากหลบหนีออกจากอพาร์ทเมนท์ มิระและจียอนก็ได้พบกันอีกครั้งเป็นครั้งแรก

"ฉันคิดว่าฉันจะปลอดภัยจริง ๆ ก็ตอนได้รับสัญชาติเกาหลีใต้ แต่การได้พบกับบาทหลวงชันก็ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยแล้ว ฉันร้องไห้ออกมาเลยเมื่อคิดว่าได้พบกับอิสระแล้ว"

จากนั้นพวกเขาก็เดินทางไปด้วยกันอีก 27 ชม. กว่าจะถึงสถานทูตเกาหลีใต้ที่ใกล้ที่สุด

บาทหลวงชันบอกว่า ชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ส่วนใหญ่ไม่ชินกับการนั่งรถและมักจะคลื่นไส้ตลอดทาง

ก่อนถึงสถานทูต มิระยิ้มเล็กน้อยและบอกว่าเธออยากจะร้องไห้ จียอน บอกว่า "ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งออกมาจากนรก มีความรู้สึกมากมาย ฉันรู้สึกผิดเพราะอาจจะไม่ได้พบกับครอบครัวฉันอีกหากไปที่เกาหลีใต้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจากบ้านมา"

พวกเขาเดินเข้าสถานทูตไปด้วยกัน ไม่นานบาทหลวงชันก็เดินออกมา ภารกิจของเขาเสร็จสิ้นลงตรงนี้

มิระและจียอนจะบินตรงไปยังเกาหลีใต้และต้องผ่านกระบวนการสอบสวนที่เข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ใช่สายสืบของเกาหลีเหนือ จะใช้เวลา 3 เดือนอยู่ที่ศูนย์เพื่อการปรับตัวสำหรับชาวเกาหลีเหนือ จะได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ในเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการจับจ่ายซื้อของ การใช้สมาร์ทโฟน หลักการของเศรษฐกิจตลาดเสรี และการฝึกฝนทักษะในการทำงาน นอกจากนี้ พวกเขาก็สามารถขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ได้ด้วย จากนั้นก็จะได้สัญชาติเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ

"ฉันอยากจะเรียนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน จะได้ทำอาชีพเป็นไกด์" มิระ กล่าว ในขณะที่จียอนบอกว่า "ฉันอยากจะใช้ชีวิตอย่างปกติ ดื่มกาแฟในคาเฟ่ พูดคุยกับเพื่อน มีใครคนหนึ่งเคยบอกฉันว่า สักวันหนึ่ง ฝนก็จะหยุดตก แต่สำหรับฉัน ฤดูมรสุมมันยาวนานเหลือเกินจนฉันลืมไปแล้วว่าดวงอาทิตย์มีอยู่จริง"

คำบรรยายภาพ มิระ (ซ้าย) และ จียอน มองกลับไปยังจีนหลังจากเดินทางข้ามแดนมาได้อย่างปลอดภัย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม