กม. ห้ามเชือดสัตว์และขริบอวัยวะเพศ ทำให้ชุมชนชาวยิวและมุสลิมในยุโรปหันหน้ามาแสดงความเห็นคัดค้านร่วมกัน

  • 23 มกราคม 2019
ผู้หญิงมุสลิมเดินผ่านร้านฮาลางในเมืองวีลโวร์ด เบลเยียม Image copyright BBC Sport
คำบรรยายภาพ หลายพื้นที่ของเบลเยียมถูกห้ามเชือดสัตว์ตามความเชื่อทางศาสนา เพื่อให้ได้เนื้อสัตว์ที่ถูกต้องตามหลักฮาลาลของศาสนาอิสลาม หรือโคเชอร์ของศาสนายิว

ชาวมุสลิมและชาวยิวในยุโรป อาจจะไม่ได้อยากจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากนัก แต่ในช่วงนี้กลับหันหน้ามาร่วมกันต่อต้านกฎหมาย ที่พวกเขาเห็นว่าส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

เรื่องที่เป็นประเด็นถกเถียงล่าสุดเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับหนึ่งในเบลเยียม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเชือดสัตว์เพื่อให้ได้เนื้อสัตว์ที่ถูกต้องตามหลักฮาลาล (halal) ของศาสนาอิสลาม และโคเชอร์ (kosher) ของศาสนายิว

ร่างกฎหมายนี้ได้รับการผลักดันจากนักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ผู้นำชาวยิวและชาวมุสลิม เรียกมันว่าเป็นร่างกฎหมายต่อต้านยิวและต่อต้านอิสลามโดยใช้ข้ออ้างเรื่องความโอบอ้อมอารีต่อสัตว์

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เคยเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการโต้เถียงกันในเรื่องเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อปี 1933 หลังจากห้ามการเชือดสัตว์ โดยไม่ทำให้หมดสติก่อน ในช่วงที่เยอรมนียังอยู่ใต้การปกครองของระบอบเผด็จการนาซี

สิทธิสัตว์ กับ เสรีภาพทางศาสนา

กฎหมายในยุโรปกำหนดว่า ต้องทำให้สัตว์หมดสติ (stunning) ก่อนที่จะเชือดและแล่เนื้อของมัน เพื่อที่สัตว์จะได้ไม่รู้สึกทุกข์ทรมานหรือเจ็บปวด

การทำให้หมดสติเป็นกระบวนการที่ทำให้สัตว์ไม่สามารถขยับเขยื้อนและหมดสติในทันทีก่อนจะลงมือเชือด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กฎหมายของยุโรปกำหนดว่าต้องทำให้สัตว์หมดสติก่อนเชือด แต่หลายประเทศได้ยกเว้นให้กับการเชือดสัตว์ตามหลักความเชื่อทางศาสนา

แต่หลายประเทศอาจยกเว้นให้เชือดสัตว์ด้วยวิธีตามหลักความเชื่อทางศาสนาได้ ซึ่งกำหนดว่าจะต้องเป็นการเชือด อย่างแม่นยำบริเวณลำคอเพียงครั้งเดียว

นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์ ระบุว่าการทำเช่นนี้ถือเป็นการทรมานสัตว์ก่อนตายโดยไม่จำเป็นแต่ผู้นำทางศาสนา ยืนกรานว่าการเชือดตามหลักศาสนาไม่ทำให้สัตว์เกิดความเจ็บปวด เพราะสัตว์จะตายอย่างทันที และเป็นวิธีที่มี วิวัฒนาการมานานหลายร้อยปีแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ทุกข์ทรมาน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเชือดสัตว์ตามหลักฮาลาลและโคเชอร์ ระบุว่า สัตว์จะต้องตายด้วยการถูกเชือดอย่างแม่นยำที่บริเวณลำคอ

เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เห็นต่างทั้งสองฝ่าย ประเทศในยุโรปบางแห่งอย่างเนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, สเปน และไซปรัส จึงบังคับใช้มาตรฐานที่เข้มงวดกับโรงเชือดสัตว์ที่ใช้วิธีเชือดตามหลักศาสนา

ส่วนประเทศอื่น ๆ อย่าง ออสเตรีย และกรีซ กำหนดให้สัตว์ต้องถูกทำให้หมดสติทันที หลังจากถูกเชือด

ที่เบลเยียมพื้นที่ 2 ภูมิภาค คือแฟลนเดอร์ และวัลโลเนีย กำลังร่วมมือกับเดนมาร์ก, สวีเดน, สโลวีเนีย, นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ บังคับใช้กฎทำให้สัตว์หมดสติก่อนเชือดโดยไม่มีข้อยกเว้น

วิธีเชือดสัตว์เพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหารไม่ใช่เป็นเรื่องทางศาสนาเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ชาวยิวและชาวมุสลิมในยุโรป ต้องมาร่วมกันต่อต้าน แต่ยังมีประเด็นที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอื่น ๆ อีก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ในไอซ์แลนด์และเยอรมนี มีแนวคิดที่จะออกกฎหมายต่อต้านพิธีขริบตามความเชื่อทางศาสนา

การขริบ กับ สิทธิเด็ก

เมื่อปีที่แล้ว ในไอซ์แลนด์ มีการเสนอร่างกฎหมายที่ห้ามการขริบโดยปราศจากเหตุผลทางการแพทย์รองรับ แต่ร่างกฎหมายนี้ตกไปตอนเข้าสภา หลังจากก่อกระแสความไม่พอใจขึ้น

ทั้งชาวยิวและมุสลิมต่างก็มีแนวปฏิบัติเรื่องการขริบเช่นเดียวกัน

ในปี 2012 เยอรมนีเคยห้ามการขริบอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากศาลชี้ขาดในคดีหนึ่งว่า การทำให้ร่างกายของเด็กชาย มุสลิมวัย 4 ขวบ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กที่จะตัดสินใจเลือกตามความเชื่อของตัวเอง

ศาลระบุว่า ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมตามสิทธิ์ของการเป็นพ่อแม่เด็ก หรือสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา "มาล่วงล้ำบูรณภาพทางกายอย่างร้ายแรงและไม่สามารถเปลี่ยนกลับมาดังเดิมได้"

อย่างไรก็ดีการห้ามขริบดำเนินไปเป็นเวลาเพียง 6 เดือน แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนผู้คนในชุมชน ชาวยิวและชาวมุสลิม ซึ่งอ้างว่ากฎหมายนี้เท่ากับห้ามไม่ให้พวกเขาปฏิบัติตามความเชื่อของตัวเอง

'วาระทางการเมือง'

การที่พรรคการเมืองชาตินิยมฝ่ายขวาหลายพรรคสนับสนุนแนวคิดอย่างการออกกฎหมายข้างต้น ถือเป็นมิติทางการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว

เมื่อนับเสียงสนับสนุนที่จะได้รับจากนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิเด็กและการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ ก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้ นักการเมืองคว้าชัยชนะได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนโยบายต่อต้านผู้อพยพด้วย

ในเบลเยียม การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเชือดสัตว์ล่าสุดนี้ เป็นผลงานการผลักดันของเบน วีตส์ รัฐมนตรีกระทรวง สวัสดิภาพสัตว์ ที่เป็นกลุ่มชาตินิยมในภูมิภาคแฟลนเดอร์

ตอนที่ร่างกฎหมายผ่านสภาระดับภูมิภาคในปี 2017 นายวีตส์ ทวีตว่า "รัฐมนตรีกระทรวงสัตว์ที่ภาคภูมิใจ ภูมิใจที่เป็นชาวเฟลมิช"

ในปี 2014 เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่เข้าร่วมวันเกิดครบ 90 ปีของผู้สมรู้ร่วมคิดกับนาซีในเบลเยียม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้นำศาสนาของยิวและมุสลิม ระบุว่า ร่างกฎหมายเหล่านี้เป็นการต่อต้านยิวและต่อต้านอิสลาม

ยาคอฟ เดวิด ชมาห์ล ผู้นำศาสนายิวจากเมืองแอนต์เวิร์ป กล่าวกับ นิว ยอร์ก ไทมส์ ว่า "มันทำให้เขานึกถึงสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการใช้กฎหมายเหล่านี้ในเยอรมนี"

การตีตรา?

จูส์ โรเอ็ตส์ ทนายความซึ่งเป็นผู้แทนกลุ่มของสถาบันอิสลาม กล่าวกับ นิว ยอร์ก ไทมส์ ด้วยว่า การห้ามดังกล่าว คือความพยายามที่มีการแอบแฝงเพื่อตีตรากลุ่มทางศาสนาบางกลุ่ม ไม่ใช่การคุ้มครองสัตว์

แต่กลุ่ม Global Action in the Interest of Animals กลุ่มสิทธิสัตว์ในเบลเยียม ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นทางทวิตเตอร์

โดยระบุว่า "ใน #วัลโลเนีย แม้แต่พรรคกลางซ้ายก็ยังผลักดันกฎหมายนี้ ดังนั้น มันไม่ใช่มติของกลุ่มขวาจัดอย่างแน่นอน!"

พวกเขายังปฏิเสธความคิดที่ว่า กฎหมายเบลเยียมเปรียบเสมือนข้อห้ามการเชือดสัตว์ตามหลักความเชื่อทางศาสนา

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักเคลื่อนไหวสวัสดิภาพสัตว์ ระบุว่า ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการเชือดสัตว์ ไม่ได้จำกัดเสรีภาพทางศาสนา

โดยยกตัวอย่างว่า พวกเขายอมรับการเชือดสัตว์ตามความเชื่อทางศาสนา ถ้าสัตว์ถูกทำให้หมดสติ แต่ยังไม่ตาย ตอนที่ถูกเชือดที่คอ

แต่ไม่ใช่ว่า ผู้นำทางศาสนายิวและอิสลามทุกคนจะยอมรับการตีความเช่นนี้

ประเด็นการถกเถียงนี้ไม่มีทีท่าว่าจะคลายความร้อนแรงลง ขณะที่นักเคลื่อนไหวและนักการเมืองที่ได้ประโยชน์ ต่างเรียกร้องให้ขยายข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีผลต่อการปฏิบัติตามความเชื่อทางศาสนาอื่น ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและค่านิยมของยุโรปด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม