คุยกับยูทิวเบอร์ การใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ส่งผลจิตใจอย่างไร?
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

อินฟลูเอนเซอร์ : ผลกระทบทางจิตใจที่มาพร้อมกับยอดไลก์และยอดวิว

  • 28 มกราคม 2019

ผู้คนจำนวนมากกำลังถ่ายทอดชีวิตผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้นทุกวัน มันทำให้พวกเขาเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่? บีบีซี คุยกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหลายคนเกี่ยวกับผลกระทบทางจิตใจ หลังมีผู้ติดตามจำนวนมากในโลกออนไลน์

ภาษาสเปนเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดในยูทิวบ์ เราเดินทางไปยังเม็กซิโก เพื่อพบกับยูทิวเบอร์คนพิเศษ

เยซี

เยซี หนูน้อยอายุ 11 ขวบ ช่องยูทิวบ์ของเธอมียอดวิว 135 ล้านครั้ง เธอทำวิดีโอกับเปเป พี่ชายของเธอ

"หนูอยากดังค่ะ ตอนที่หนูเห็นคนดูสนุกกับสิ่งที่หนูทำ นั่นทำให้หนูมีความสุขมาก เพราะหนูชอบการถ่ายวิดีโอและชอบที่จะมีความสุข หนูอยากแบ่งความสุขให้กับคนอื่น ๆ เพราะบางคนมีเรื่องทุกข์ใจมาก"

แต่เมื่อปีที่แล้ว ความสุขของเยซี ก็หยุดชะงักลง

"สวัสดีค่ะ หนูชื่อ เยซีกา บางทีคุณอาจจะรู้จักหนูในชื่อ เยซี วันนี้ หนูจะมาบอกทุกคนว่า ชีวิตของหนูได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอย่างไร" เธอกล่าวในคลิป

"นี่คือ อาลิเซีย แม่ของหนู แม่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหนูและเปเป พี่ชายหนู วันหนึ่ง หนูเห็นแม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย"

แม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็งระยะที่สาม และเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน เปเป และเยซี ทำวิดีโอขึ้นให้แม่ โดยมีฝาแฝดของแม่ มาแสดงเป็นแม่ของพวกเขา คลิปวิดีโอนี้มียอดวิวแล้วกว่า 6 ล้านครั้ง

แต่ก่อนเธอมียอดวิวมหาศาล หลายล้านครั้ง แต่ตอนนี้ไม่มากเท่าไหร่

เธอบอกว่า เป็นเพราะว่าเธอพักการทำยูทิวบ์ไปพักหนึ่ง หลังจากแม่เธอเสียชีวิต

"หนูพักเพราะหนูไม่ค่อยโอเคค่ะ"

แต่เมื่อรู้สึกดีขึ้น เธอก็กลับมาทำต่อ แต่ยูทิวบ์เป็นการแข่งขันอันโหดร้าย เมื่อหยุดโพสต์วิดีโอ ความนิยมก็ตก ตอนนี้ ยอดวิววิดีโอของเยซีลดลงเหลือแค่หลักหมื่น ทำให้เธอเป็นกังวลบ้างในบางครั้ง

"หนูชอบมากค่ะ ที่มีคนมาดูเนื้อหาของหนู การมีชื่อเสียงมันเจ๋งมากเลยค่ะ" เธอกล่าว

เปเป พี่ชายของเธอ ก็กังวลว่า ความเห็นที่ไม่ค่อยดีในโลกออนไลน์จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของน้องสาว

"ผมพยายามไม่ให้เธอเห็นคอมเมนต์แย่ ๆ และให้เธออ่านเฉพาะคอมเมนต์ดี ๆ"

นีนา

"สำหรับฉัน มันเหมือนกับมนต์สะกด ฉันอาจจะรู้สึกแย่อยู่ แต่เมื่อฉันเริ่มถ่ายคลิป ฉันก็ลืมปัญหานั้นไป มันเหมือนกับเป็นการบำบัด" นีนา ดันตัส หนึ่งในคนดังของเม็กซิโกในแอปพลิเคชัน ทิก ทอก (Tik Tok) โซเชียลมีเดียรูปแบบหนึ่ง กล่าว

เธอมียอดวิววิดีโอตลก ๆ ของเธอ กว่า 100 ล้านครั้ง และมีผู้ติดตาม 2.7 ล้านคน การมีเพื่อนในโลกออนไลน์มากขนาดนั้นเป็นอย่างไร?

"มันแปลกมากค่ะ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าการมีเพื่อนและผู้ติดตามจำนวนมากเป็นยังไง แต่มันเป็นคนจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งก็น่ากลัว"

เมื่อ 2-3 เดือนก่อน แรงกดดันให้ ต้องผลิตเนื้อหา เริ่มมีเข้ามามากเกินไป ทำให้เธอรู้สึกแย่

"ฉันรู้สึกวิตกกังวล ฉันไม่อยากตื่นขึ้นมา ไม่อยากลุกจากเตียง แต่ขณะเดียวกัน ฉันก็รู้สึกว่ามีแรงกดดันนี้ ให้ฉันต้องทำต่อแต่ฉันทำไม่ได้ ฉันไปถึงจุดที่ฉันพูดว่า 'ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว' โอเค ถ้าฉันคิดอย่างนี้ นั่นหมายความว่า ฉันจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างจริงจังแล้วล่ะ" เธอเล่า

เธอเล่าต่อว่า เพื่อนในโลกออนไลน์ กับเพื่อนในชีวิตจริงนั้นต่างกัน

"เพื่อน เพื่อนจริง ๆ ฉันมีไม่มาก ส่วนผู้ติดตามนั้นไม่เหมือนกัน พวกเขาเป็นคนทั่วไปที่มาเป็นเพื่อนกับฉัน เป็นเพื่อนที่รอติดตามเนื้อหาของฉัน ไม่ใช่เพื่อนที่คอยให้ความช่วยเหลือ หรือให้คำแนะนำอะไรแบบนั้น"

บ็อบบี

"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ บ็อบบี เบิร์นส์ ผมทำยูทิวบ์มา 11 ปีแล้ว และตอนนี้ผมอยู่ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และผมคือตัวอย่างของคนที่หมดไฟในโลกอินเทอร์เน็ต เย้" บ็อบบี กล่าวในคลิปวิดีโอ

เขาเล่าว่า เขาโพสต์วิดีโอไปแล้ว 900-1,000 คลิป

"ผมอยู่ใช้ชีวิตอยู่กับยูทิวบ์มาหลายปี หลายปีมาก"

บ็อบบี เพิ่งย้ายมาอยู่แอลเอ แต่เรื่องต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

"ผมทำวิดีโอเกี่ยวกับ เชน ดอว์สัน ซึ่งเป็นยูทิวเบอร์คนดัง ตอนนั้นเขายังไม่ได้ดังขนาดนี้ จากนั้น ผมก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อทำซีรีส์ทางช่องยูทิวบ์ของเขาด้วยกัน"

แต่การร่วมงานของพวกเขาเราไม่ประสบความสำเร็จ เขาบอกว่า ความรู้สึกที่ทำให้ผู้ชมผิดหวัง น่าจะเป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ

นอกจากนี้ยังมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงต่อว่าเขาจำนวนมาก

'ผมว่าบ็อบบีเสียสติไปแล้ว หลังจากเจอกับเชน'

'ลองนึกดูว่า กำลังพยายามเลียนแบบเขาด้วยการใช้ชื่อบ็อบบี'

'บ็อบบีคุณโอเคหรือเปล่า? คุณดูปัญญาอ่อน'

บ็อบบีก็รู้ดีว่า ไม่เป็นผลดีต่อตัวเขา "ผมรู้ว่ามันแย่สำหรับผม ผมไม่คิดว่า ผมจัดการกับมันด้วยวิธีที่ดี อินฟลูเอนเซอร์ รู้ว่านี่แย่สำหรับพวกเขา ไม่มีใครคิดว่าไม่แย่ การเปิดเผยตัวตนของคุณ แล้วให้คนอื่นมาตัดสิน นั่นคือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ในอินเทอร์เน็ต คุณกำลังสร้างตัวตนปลอม ๆ ขึ้นมา ทำให้คนคิดว่า นั่นเป็นตัวคุณ"

บ็อบบี บอกว่า หากเขาตอบโต้ข้อความที่ต่อว่าเขากลับไป ผู้ที่แสดงความเห็นเหล่านั้นก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ ได้รับความสนใจจากเขา เขาจึงเลือกที่จะไม่ตอบ

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมรู้สึกว่า ช่วงเวลา 10 ปี 15 ปี นับจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น กับคนอย่างผม หรือคนอื่น ๆ ที่กำลังทำอย่างเดียวกันอยู่"

โอลิเวีย

"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ โอลิเวีย รีมส์ และตลอด 5 ปีมานี้ ฉันศึกษาเกี่ยวกับโรควิตกกังวล ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ค่ะ เมื่อเราใช้เวลากับคนอื่น เราจะได้ฝึกทักษะต่าง ๆ อย่าง การเห็นอกเห็นใจ เราได้เรียนรู้วิธีสนทนากับคนอื่น แต่คุณพัฒนาเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ถ้าคุณใช้เวลาทั้งหมดไปกับโลกออนไลน์"

เธอบอกว่า ปัญหาใหญ่ในหมู่คนรุ่นใหม่คือโรควิตกกังวลทางสังคม ซึ่งเห็นได้จาก ความลำบากในการเข้าสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

"เมื่อคุณใช้วิธีการที่ผิวเผิน อย่างโซเชียลมีเดีย เพื่อทำให้ได้ยอดไลก์จำนวนมาก เพื่อที่คุณจะได้มองตัวเองอย่างมั่นใจ และในแง่บวก นั่นคือจุดที่ทำให้เกิดปัญหา"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง