วิกฤตเวเนซุเอลา : 7 ตารางความทุกข์ยากของประเทศภายใต้การนำของ 2 ประธานาธิบดี

  • 30 มกราคม 2019
Images showing how much basic foodstuffs cost in Venezuela Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวเนซุเอลาคือภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่

การสั่งคว่ำบาตร PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลาเป็นมาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ที่พยายามกดดันให้ ปธน.นิโกลัส มาดูโร ยอมเปิดทางให้นายฮวน กุยโด ผู้นำฝ่ายค้านขึ้นเป็นผู้นำประเทศแทน

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ สหรัฐฯ ระบุว่า ปธน.มาดูโร และพันธมิตรของเขาไม่สามารถ "ปล้นทรัพย์สินของชาวเวเนซุเอลาได้อีกต่อไป" และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สหรัฐฯ บอกว่า รัฐบาลของ ปธน.มาดูโร จะไม่ได้รับผลกำไรจากการซื้อขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาอีกต่อไป แต่บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรได้หากยอมรับนายกุยโดในฐานะประธานาธิบดี

สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าน้ำมันหลักของเวเนซุเอลา โดยคิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งออกน้ำมันทั้งหมดของเวเนซุเอลา

ในเวลาต่อมา ปธน. มาดูโร บอกว่าเขาได้บอกบริษัท PDVSA ให้เตรียม "ปฏิบัติการทั้งเชิงการเมืองและกฎหมายต่อศาลสหรัฐฯ และนานาชาติ" ที่จะปกป้อง Citgo ซึ่งเป็นสาขาบริษัทของ PDVSA ในสหรัฐฯ

ด้านนายกุยโดระบุว่าเขาได้ออกคำสั่งให้สภานิติบัญญัติแต่งตั้งประธาน PDVSA และ Citgo คนใหม่ซึ่งเป็นความพยายามที่จะเข้าควบคุมสินทรัพย์ของประเทศ

ท่ามกลางวิกฤตทางการเมือง ความไม่พอใจก็ทวีคูณด้วยภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง และการขาดแคลนอาหารและยา มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตราว 26 รายแล้วจากการประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และสหประชาชาติได้เตือนว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรงที่ไม่อาจควบคุมได้

นี่คือ 7 ตารางที่จะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลาได้ดีขึ้น

1. ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง

ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวเนซุเอลาคือภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงจนคุมไม่ได้ งานวิจัยที่ทำขึ้นโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งพรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นถึง 1,300,000% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือน พ.ย. 2018

จนถึงสิ้นปีที่แล้ว ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 2 เท่าโดยเฉลี่ยทุก ๆ 19 วัน ทำให้เป็นเรื่องยากที่ชาวเวเนซุเอลาจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นได้ อาทิ อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกาย

ในตอนนี้ ต้องใช้เงินโบลิวาร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กว่าจะสามารถแลกเงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้

2. GDP ลดต่ำลง

เวเนซุเอลาเคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในละตินอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากแหล่งน้ำมันที่มีมูลค่าที่สุดในโลก แต่ภายใต้การบริหารประเทศของ อดีต ปธน. ฮูโก ชาเวซ ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2013 และ ปธน. มาดูโร ทั้งคอร์รัปชั่น, การบริหารจัดการที่ผิดพลาด, และหนี้สูง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศพังลง

ปธน. ชาเวซ ถือโอกาสช่วงที่การค้าขายน้ำมันมั่งคั่งในช่วงปี 2000 ในการกู้ยืมเงินมหาศาลและยอดเงินใช้จ่ายของรัฐบาลก็พุ่งสูงขึ้น และจากนั้นในสมัยแรกของมาดูโรในฐานะประธานาธิบดี เศรษฐกิจเวเนซุเอลาก็ล่วงดิ่งลง

หลายฝ่ายโทษ ปธน.มาดูโร และรัฐบาลสังคมนิยมของเขาที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่ลง ส่วน ปธน.มาดูโร ก็โทษ "พวกจักรวรรดินิยม" อย่างสหรัฐฯ และยุโรป ที่ทำ "สงครามเศรษฐกิจ" กับเวเนซุเอลา และดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อสมาชิกในรัฐบาลของเขาหลายคน

ราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงในปี 2016 ยิ่งทำให้วิกฤตของประเทศที่พึ่งน้ำมันเป็นหลักยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

3.ขาดแคลนอาหาร

ชาวเวเนซุเอลากำลังหิวโหย แบบสำรวจสภาพความเป็นอยู่ Encovi จากปี 2017 พบว่า 8 ใน 10 บอกว่าพวกเขารับประทานอาหารน้อยลง เพราะว่าที่บ้านมีอาหารไม่เพียงพอ

6 ใน 10 บอกว่าต้องเข้านอนอย่างหิวโหยเพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้ออาหาร

และนี่ก็ทำให้สุขภาพของผู้คนพลอยแย่ไปด้วย คนส่วนใหญ่ (64.3%) บอกว่า พวกเขาน้ำหนักลดลงในปี 2017 โดยเฉลี่ย 11.4 กก. และเป็นคนยากจนที่น้ำหนักลดลงมากที่สุด

ผลสำรวจอื่น ๆ

  • อาหารพื้นถิ่นต่าง ๆ มีขนาดและคุณภาพลดลง
  • คน 9 ใน 10 ไม่สามารถซื้ออาหารประจำวันได้
  • คน 8.2 ล้านคนทานอาหารวันละ 2 มื้อหรือน้อยกว่านั้น
  • อาหารที่คนรับประทานไม่มีธาตุเหล็ก วิตามิน และสารอาหารต่าง ๆ

นี่เป็นผลให้ชาวเวเนซุเอลาหันไปกินผักและอาหารประเภทอื่น ๆ ที่เคยถูกมองว่าเป็นของคนจน

4. ไม่มียารักษาโรคเพียงพอ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อมาลาเรียในเวเนซุเอลาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับชาติอื่น ๆ ในละตินอเมริกา จากที่เคยเป็นประเทศแรกที่กำจัดโรคนี้สำเร็จเมื่อปี 1961 ตอนนี้ มีรายงานผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 10 ใน 24 รัฐ

Icaso องค์กรไม่หวังกำไรจากแคนาดาระบุว่า เอกสารรัฐบาลที่หลุดรอดออกมาระบุว่า เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ที่กำจัดได้ยากที่ชื่อ "plasmodium vivax" ด้วย

ศูนย์วิจัยสังเกตการณ์สุขอนามัยเวเนซุเอลา (Venezuelan Health Observatory) รายงานถึงการขาดแคลนยาต้านเชื้อมาลาเรียทุกสายพันธุ์อย่างกว้างขวาง

5. ปริมาณการผลิตน้ำมันที่น้อยลง

เวเนซุเอลามีทรัพยากรน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก และผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลียมเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศ

กระบวนการผลิตดำเนินมาด้วยความเสถียรตั้งแต่ปี 2002 ถึงปี 2008 ซึ่งราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นสูงสุด ตัวเลขจากโอเปกระบุว่า เวเนซุเอลาทำเงินราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากน้ำมันในปีนั้น

แต่ราคาน้ำมันที่พุ่งต่ำลงช่วงจะสิ้นปี 2014 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่ต้องพึ่งน้ำมันและกำลังดิ้นรนอยู่แล้วพังลง

6. ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากเดินทางออกจากประเทศ

สหประชาชาติระบุว่า ตั้งแต่ปี 2014 ชาวเวเนซุเอลา 3 ล้านคนเดินทางออกจากประเทศ ส่วนใหญ่แล้วเดินทางเข้าไปยังโคลอมเบียประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะไปยังเอกวาดอร์ เปรู และชิลี และส่วนอื่น ๆ เดินทางไปบราซิล

เดลซี รอดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาบอกว่านั่นไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้อง โดยบอกว่า "ประเทศคู่อริ" พยายามทำให้ตัวเลขออกมาเกินจริง เพื่อที่ใช้เป็นเหตุผล ในการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซง

7. นานาชาติแบ่งฝ่ายสนับสนุน

สหรัฐฯ และประเทศละตินอเมริกามากกว่า 12 ประเทศ รวมถึงแคนาดา สนับสนุนนายกุยโดให้เป็นรักษาการประธานาธิบดีแทน ปธน. มาดูโร

เมื่อวันเสาร์ สเปน, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร บอกว่าพวกเขาจะสนับสนุนนายกุยโด หากไม่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 8 วัน

อย่างไรก็ตาม รัสเซียประณามต่างชาติที่ให้การสนับสนุนนายกุยโด โดยบอกว่าเป็นการละเมิดกฎหมายนานาชาติ และเป็นการปูทางไปสู่การนองเลือด จีน, เม็กซิโก, และตุรกี ก็สนับสนุน ปธน. มาดูโร เช่นกัน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม