หัวเว่ย ยืนยันความบริสุทธิ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯ

  • 30 มกราคม 2019
ผู้หญิงในจีนถือสมาร์ตโฟน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกในแง่ของจำนวนการผลิต

ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดใด ๆ ตามที่อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาอาญาหลายข้อหาแก่ทางบริษัท ตั้งแต่ทุจริตทางธนาคาร,ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และขโมยเทคโนโลยี

หัวเว่ยยังปฏิเสธข้อกล่าวหาทางอาญาต่อ นางเมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของบริษัทซึ่งถูกจับในแคนาดา เมื่อเดือนที่แล้วด้วย

คดีความระหว่างอัยการของสหรัฐฯ กับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของจีนนี้ อาจเพิ่มความตึงเครียดทางการค้า ระหว่างจีนและสหรัฐฯ มากขึ้นไปอีก

หัวเว่ยออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังที่รู้ว่าบริษัทถูกตั้งข้อหา เนื้อหาของแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า ไม่ได้ "ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาทุกประการ" และ "ไม่รู้ว่านางเมิ่งกระทำการใดที่ถือเป็นความผิด"

ส่วนข้อกล่าวหาในเรื่องขโมยความลับทางการค้านั้นหัวเว่ยชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่มีการไกล่เกลี่ยกันไปแล้วในคดีแพ่ง คดีหนึ่ง ซึ่งคณะลูกขุน "ไม่พบว่ามีความเสียหาย และการกระทำที่มุ่งร้ายและจงใจ"

หัวเว่ยถูกกล่าวหาอะไรบ้าง?

ข้อกล่าวหาที่สหรัฐฯ แถลงเมื่อวันจันทร์ ระบุว่า หัวเว่ยทำให้ธนาคารระดับโลกแห่งหนึ่งและสหรัฐฯ เข้าใจผิดเกี่ยวกับความ สัมพันธ์ของหัวเว่ยและบริษัทลูก 2 แห่งคือ หัวเว่ย ดีไวซ์ ยูเอสเอ (Huawei Device USA) และสกายคอม เทค (Skycom Tech) ในการทำธุรกิจกับอิหร่าน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ สหรัฐฯ ประกาศข้อหาต่อหัวเว่ย, บริษัทลูกหลายแห่ง และ เมิ่ง หว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของหัวเว่ย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอีกครั้ง อย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมัน, การขนส่งทางเรือ และภาคการธนาคาร

จากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านหลังจากอิหร่านยอมทำข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015

ข้อกล่าวหาที่สอง ระบุว่า หัวเว่ยขโมยข้อมูลเทคโนโลยีทดสอบโทรศัพท์ของบริษัทที-โมบายล์ (T-Mobile) รวมถึงขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และกระทำการทุจริตทางการเงิน

หัวเว่ยระบุว่าทางบริษัทได้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับ ที-โมบายล์ แล้วในคดีแพ่งที่ถูกฟ้องในปี 2014

เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นที่รู้จักในชื่อว่าแทปปี (Tappy) ซึ่งเป็นการเลียนแบบนิ้วมือมนุษย์เพื่อทดสอบโทรศัพท์

โดยสรุปแล้ว สหรัฐฯ ตั้งข้อหาต่อบริษัทหัวเว่ย 23 ข้อหา

นายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า "ข้อกล่าวหาเหล่านี้เผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หัวเว่ยไม่เคารพกฎหมายของประเทศเรา และแนวปฏิบัติในการทำธุรกิจระดับโลกอย่างเป็นมาตรฐาน"

นายเรย์ กล่าวว่า บริษัทอย่างหัวเว่ย "ถือเป็นการคุกคามต่อทั้งความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของเรา"

ในการแถลงข่าวในกรุงปักกิ่ง นายเกิ๋ง ส่วง โฆษกของรัฐบาลจีน กล่าวว่า "มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลังความพยายามของสหรัฐฯ ในการ "ใส่ร้ายและกำราบบริษัทบางแห่งของจีน"

"เราเรียกร้องพวกเขาให้ปฏิบัติต่อบริษัทของจีนด้วยแนวทางที่ยุติธรรมและเป็นธรรม"

อะไรคือบริบทของเรื่องนี้ ?

หัวเว่ย เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อไม่นานนี้ได้แซงหน้าแอปเปิล ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในแง่ยอดการผลิตรองจากซัมซุง

แต่สหรัฐฯ และชาติตะวันตกหลายชาติ ได้แสดงความกังวลว่า รัฐบาลจีนอาจใช้เทคโนโลยีของหัวเว่ย ในการขยายขีดความสามารถในการสอดแนม แม้ทางบริษัทยืนกรานว่า รัฐบาลจีนไม่ได้เข้ามาควบคุมใด ๆ

การจับกุมนางเมิ่ง ลูกสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ในเมืองแวนคูเวอร์ ทางตะวันตกของแคนาดา ตามการร้องของสหรัฐฯ สร้างความไม่พอใจต่อจีนอย่างมาก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เมิ่ง หว่านโจว เป็นลูกสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย

ต่อมา ศาลอนุญาตให้ประกันตัวเธอด้วยเงิน 10 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 237 ล้านบาท แต่เธอถูกจับตามองตลอด 24 ชั่วโมง และต้องสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ข้อเท้า

'แชมเปียนแห่งชาติ' ของจีน เจอกับกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐฯ

บทวิเคราะห์โดย คาริชมา วัสวานี ผู้สื่อข่าวธุรกิจภูมิภาคเอเชีย

ชาวจีนยกหัวเว่ยให้เป็นแชมเปียนแห่งชาติ เป็นบริษัทเอกชนที่แบกรับความทะเยอทะยานของจีนในการขยายธุรกิจไปสู่ระดับโลก

แต่ขณะนี้หัวเว่ยกำลังเผชิญกับแรงเหวี่ยงอย่างเต็มกำลังจากกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐฯ

ข้อกล่าวหาต่าง ๆ จากสหรัฐฯ เป็นข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่หัวเว่ยเคยเผชิญมา และเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่สงคราม การค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ กำลังเข้มข้น

หัวเว่ยปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ มาโดยตลอด ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทระบุว่าบริษัทถูกใช้เป็นเบี้ยในเกมแห่งอำนาจ ระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อกล่าวหาต่อหัวเว่ยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสงครามการค้า แต่ดูเหมือนจีนจะไม่คิดเช่นนั้น

ในสัปดาห์นี้จีนและสหรัฐฯ เตรียมประชุมระดับสูงเพื่อหารือประเด็นทางการค้ากันที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาต่อหัวเว่ย "เป็นคนละเรื่อง" กับการเจรจาการค้าที่กำลังเกิดขึ้นกับจีน

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาสำคัญในเรื่องการขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เป็นจุดที่ยังเป็นประเด็นในการต่อรองทางการค้า

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บังคับใช้กำแพงภาษีต่อสินค้าของจีนแล้วรวมมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7.8 ล้านล้านบาท ทำให้จีนตอบโต้กลับด้วยการตั้งกำแพงภาษีของตัวเองเช่นกัน

ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้วให้ระงับการใช้กำแพงภาษีใหม่ไว้ 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจากันขึ้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม