กินแต่อาหารกระป๋อง ได้สารอาหารเพียงพอไหม

  • 1 กุมภาพันธ์ 2019
ผู้หญิงกำลังซื้อของ Image copyright Getty Images

ร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าหลายรายออกมาเตือนว่าการที่อังกฤษแยกทางจากสหภาพยุโรปแบบไร้ข้อตกลง อาจนำไปสู่การขาดแคลนอาหารชั่วคราว และคนบางส่วนได้เริ่มกักตุนอาหารกระป๋องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

รัฐบาลระบุว่า ปริมาณอาหารจะเพียงพอไม่ว่าจะออกจากสหภาพยุโรปโดยมีหรือไม่มีข้อตกลงก็ตาม

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณไม่กินผักหรือผลไม้สดเลย และกินแต่อาหารกระป๋องเพียงอย่างเดียว?

ในปี 2017 แอนดี ทวิกก์ จากบีบีซี เรดิโอ เดอร์บี ทดสอบตัวเองให้กินแต่อาหารกระป๋องเป็นเวลา 1 สัปดาห์

"จริง ๆ แล้ว ผมทำมันเล่น ๆ"

"ผมชอบมันฝรั่งกระป๋อง และถั่วลันเตากระป๋องมาก ผมเลยสงสัยว่า จะเป็นยังไงถ้ากินแต่อาหารกระป๋องสักพักหนึ่ง ผมเลยตั้งเป้าไว้ที่ 1 สัปดาห์ ผมคิดว่า ก็ไม่น่าจะยาก"

Image copyright Andy Twigge

เขาเกือบจะทำมันสำเร็จ แต่ก็ล้มเลิกในวันที่ 7 อะไรทำให้เขาตบะแตก นั่นก็คือ อาหารประเภทย่าง ที่คนอังกฤษมักรับประทานในวันอาทิตย์

"ผมทำมาได้ 6 วัน กินแม้กระทั่งกะหล่ำดาว (Brussels sprout) กระป๋อง!"

"ผมกินพาย เฟรย์ เบนโตส มันอร่อยมาก แต่แล้วก็เบื่อ แม้ว่าร่างกายผมสบายดี ไม่ได้อ่อนแรง หรืออะไร" เขาบอกว่า เขาไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เขาทำ "ถูกหลักโภชนาการ" หรือไม่ เพราะเขากินเช่นนี้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และแอนดีก็ไม่ได้สอบถามนักโภชนาการด้วย

นี่คือสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากคิดเกี่ยวกับอาหารกระป๋อง

โภชนาการน้อย?

การบรรจุกระป๋อง ทำให้ต้องห่อหุ้มและถนอมอาหารด้วยการใช้แรงดันที่อุณหภูมิสูงมาก ส่งผลให้สารอาหารบางอย่างถูกทำลาย ไม่ต่างกับการทำอาหารปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาหารกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ คนจึงมักคิดว่าอาหารกระป๋องมีสารอาหารน้อยกว่าผักและผลไม้สด แต่นั่นก็ไม่เสมอไป

Image copyright Getty Images

บริดเจ็ต เบเนลัม เป็นนักวิทยาศาสตร์โภชนาการที่มูลนิธิโภชนาการอังกฤษ (British Nutrition Foundation)

เธอบอกว่า "พูดโดยทั่วไป อาหารกระป๋องที่คุณกินได้มีอยู่หลากหลายมาก ตั้งแต่ผลไม้, ผัก, มันฝรั่ง และเมล็ดพืช ไปจนถึงปลา และอาหารกระป๋องพร้อมรับประทานอย่าง ซุป, ถั่วอบ หรือ พริก

"บางอย่างก็มีโภชนาการมาก บางอย่างก็มีน้อย ยกตัวอย่าง ปลาที่มีไขมันมากบรรจุกระป๋อง อย่างแซลแมน ดีต่อสุขภาพ ถั่วและเมล็ดพืชต่าง ๆ อย่างถั่วชิกพีและถั่วเลนทิล ก็เป็นแหล่งโปรตีนและใยอาหารชั้นดีแต่มีไขมันต่ำ"

"โชคร้าย ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบสารอาหารมากนักระหว่างอาหารกระป๋อง กับอาหารสด หรือแช่แข็ง"

เธอกล่าวว่า สารอาหารหลักที่อาจเสียหรือลดลงในกระบวนการบรรจุกระป๋องคือ วิตามินที่ละลายในน้ำบางชนิด ซึ่งไม่สามารถสะสมไว้ในร่างกายได้ และมีความสำคัญต่อสุขภาพผิว, หลอดเลือดและกระดูก และระบบประสาท"

วิตามินที่เสียไป

นักวิจัยได้พยายามวัดวิตามินที่เสียไปโดยเปรียบเทียบกันระหว่างผลไม้และผักสด, แช่แข็ง และบรรจุกระป๋อง โดยพบว่า แม้ว่าอาหารแช่แข็งสูญเสียสารอาหารน้อยกว่า ในช่วงแรกที่ถูกบรรจุหีบห่อ แต่เมื่อนำกลับมาต้มที่บ้าน ก็สูญเสียสารอาหารไปในปริมาณที่ใกล้เคียงกับอาหารกระป๋อง

เช่นเดียวกัน แม้ว่าผักและผลไม้ที่เก็บมาสด ๆ และยังไม่ผ่านการปรุง จะมีสารอาหารจำนวนมาก แต่มันก็จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าคุณจะเก็บผักและผลไม้ไว้ในตู้เย็นก็ตาม

บริดเจ็ต กล่าวว่า "อาหารกระป๋อง อาจจะสูญเสียสารอาหารบางอย่างไปอย่างเช่นวิตามินซีและไทอามีน ซึ่งอาจสูญเสียได้ขณะทำอาหาร แต่เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับการกินอาหารโดยรวม"

"ในทางโภชนาการ มันอาจจะไม่เป็นไร ตราบเท่าที่คุณกินอาหารที่หลากหลาย ที่ฉันห่วงคือ ความจำเจ รสสัมผัสที่น่าเบื่อ อาหารอาจจะถูกอัดเข้าด้วยกันเมื่อถูกบรรจุกระป๋อง คุณคงไม่สามารถหาสลัดกระป๋องได้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องมั่นใจว่ากินอาหารที่หลากหลายมากพอ"

เมื่อต้องเลือก อะไรคือสิ่งที่ต้องระวัง

ซื้ออะไร

แฟรงกี ฟิลิปส์ นักโภชนาการ จากสมาคมโภชนาการอังกฤษ (British Dietetic Association) เห็นด้วยว่า การกินที่หลากหลายคือเรื่องสำคัญ

"คุณคงไม่มีปัญหาอะไรในช่วง 2-3 วัน แต่การกินอาหารกระป๋องอาจทำได้จำกัดในระยะยาว คุณคงจะต้องค่อนข้างระมัดระวังว่า ควรเลือกกินอาหารกระป๋องแบบไหน

เครื่องปรุงอย่างเกลือ, น้ำตาล และไขมัน บางครั้งก็ถูกเติมลงในอาหารแปรรูปต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มรสชาติให้น่าดึงดูดใจมากขึ้น

นั่นหมายความว่า คุณอาจจะได้อาหารมากกว่าปริมาณที่แนะนำ และรับแคลอรีเข้าไปมากกว่าที่ต้องการ "นี่คือจุดที่คุณอาจจะล้มเหลวในแง่ของโภชนาการ" แฟรงกี กล่าว

Image copyright Getty Images

ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้บรรจุกระป๋องที่แช่ในน้ำเชื่อมจะมีน้ำตาลมาก ส่วนผักในน้ำเกลือมักเค็ม

แต่น้ำผักและน้ำผลไม้บรรจุกระป๋องถือเป็นรายการอาหารที่ควรบริโภคทุกวัน

แฟรงกี กล่าวว่า "อาหารหมู่หลักส่วนใหญ่ อย่าง โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ควรจะหาซื้อได้ง่าย ผลิตภัณฑ์นมอาจจะยากขึ้นสักหน่อย"

"เรื่องที่ผมกังวลเรื่องหนึ่งคือ เนื้อกระป๋อง ที่ค่อนข้างเค็ม จากวิธีที่ใช้ในการเก็บรักษา"

แฟรงกี กล่าวว่า "ฉลากสารอาหารบนกระป๋องจะช่วยบอกคุณ" คำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ

  • ไขมันรวม - สูง: ไขมันมากกว่า 17.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม, ต่ำ: ไขมัน 3 กรัม หรือน้อยกว่า ต่อปริมาณ 100 กรัม
  • ไขมันอิ่มตัว - สูง: ไขมันอิ่มตัวมากกว่า 5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม, ต่ำ: ไขมันอิ่มตัว 1.5 กรัม หรือน้อยกว่า ต่อปริมาณ 100 กรัม
  • น้ำตาล - สูง: น้ำตาลรวมมากกว่า 22.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม, ต่ำ: น้ำตาลรวม 5 กรัม หรือน้อยกว่า ต่อปริมาณ 100 กรัม
  • เกลือ - สูง: เกลือมากกว่า 1.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม (หรือโซเดียม 0.6 กรัม), ต่ำ: เกลือ 0.3 กรัม หรือน้อยกว่า ต่อปริมาณ 100 กรัม (หรือโซเดียม 0.1 กรัม)

แต่ยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ อีก รวมถึงความปลอดภัยด้านอาหาร

เก็บอาหารเหลือไว้ในตู้เย็นดีไหม?

กระป๋องทำมาจากเหล็ก เคลือบด้วยดีบุกหรือโครเมียมออกไซด์ เพื่อกันไม่ให้เป็นสนิม ส่วนการบรรจุอาหารที่มีความเป็นกรดอย่าง มะเขือเทศ ต้องมีการเคลือบบาง ๆ ที่ด้านในกระป๋องด้วย

ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านอาหารแนะนะว่า เมื่อเปิดอาหารกระป๋อง แล้วใช้ไม่หมดในคราวเดียว ควรเทอาหารใส่ชาม หรือภาชนะอื่น แล้วนำเข้าตู้เย็น

Image copyright Getty Images

ไม่ควรเก็บอาหารไว้ในกระป๋องที่เปิดแล้ว หรือนำกระป๋องนั้นไปใช้เก็บอาหารหรือปรุงอาหารอื่น ๆ ต่อ เพราะว่าเมื่อกระป๋องถูกเปิดแล้ว อาหารจะสัมผัสกับอากาศ ดีบุกจากกระป๋องอาจจะซึมเข้าอาหารในกระป๋องได้เร็วกว่าเดิม

คำแนะนำนี้ไม่ได้ใช้กับอาหารกระป๋องที่มีฝาปิด อย่าง น้ำเชื่อม และโกโก้ เพราะอาหารประเภทนี้ไม่ทำปฏิกิริยากับกระป๋อง

หน่วยงานกำกับความปลอดภัยด้านอาหารของสหรัฐฯ มีคำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ใส่ใจวันหมดอายุ - ตรวจสอบครัวทุก ๆ 2-3 สัปดาห์ และใช้อาหารกระป๋องที่มีก่อน อาหารที่มีความเป็นกรดสูงอย่าง มะเขือเทศ, สับปะรด และของดอง จะเก็บไว้ได้นาน 12-18 เดือน อาหารที่มีความเป็นกรดต่ำอย่าง สปาเกตตี, มันฝรั่ง และถั่ว จะเก็บได้ 2-5 ปี
  • ระวังกระป๋องที่เสียหาย - ถ้ากระป๋องที่บรรจุอาหารมีรอยบุ๋ม แต่ไม่พบความผิดปกติอื่น อาหารน่าจะปลอดภัยสำหรับรับประทาน ส่วนกระป๋องที่ฝาบวม, หรือมีรอยบุ๋ม และรั่ว เป็นสัญญาณของการเน่าเสีย เมื่อเปิดกระป๋อง ให้ตรวจดูว่ามีความผิดปกติอื่น ๆ หรือไม่ อย่างเช่น ของเหลวที่ทะลักออกมา, กลิ่นเหม็น หรือเชื้อรา อย่าชิมหรือใช้อาหารกระป๋องเหล่านี้ ให้นำไปทิ้งทันที
  • เวลาเปิดกระป๋อง ได้ยินเสียง "ฟู่" ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่? - กระป๋องบางอย่างอาจมีเสียงฟู่ เพราะว่าถูกบรรจุในสุญญากาศ และเสียงนั้นเกิดจากแรงกดอากาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ถ้ากระป๋องมีเสียงดังผิดปกติเวลาเปิด หรือสิ่งที่อยู่ภายในทะลักออกมาอย่างแรงเวลาเปิด อาจจะเป็นข้อบ่งชี้ว่า อาหารนั้นเน่าเสีย และควรทิ้ง

แล้วเรื่องสารเคมีล่ะ

ผู้คนบางส่วนกังวลว่า กระป๋องอาจมีสารเคมีอันตรายอยู่ รวมถึงสารที่ชื่อว่า บิสฟีนอล เอ (Bisphenol A) หรือ BPA

BPA ถูกใช้ผลิตพลาสติกเป็นหลัก รวมถึงภาชนะหลายชนิดที่ใช้ใส่อาหาร แต่มันยังถูกใช้เคลือบด้านในกระป๋องบรรจุอาหารและเครื่องดื่มด้วย

หน่วยงานมาตรฐานอาหารของสหราชอาณาจักร ได้ตรวจสอบสาร BPA และระบุว่า ระดับของสาร BPA ที่คนบริโภคเข้าไปไม่ถึงขั้นที่เป็นอันตราย

หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของยุโรป ยังได้ประเมินเรื่องนี้ และระบุว่า การรับสาร BPA จากการกินอาหารกระป๋อง "ไม่ได้ทำให้เกิดข้อกังวลด้านสุขภาพต่อคนทุกกลุ่มอายุ"

โครงการพิษวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (US National Toxicology Programme) กำลังทำการศึกษาระยะยาวเกี่ยวกับ BPA อยู่ โดยศึกษาผลกระทบในหนูที่รับสารนี้ ก่อนและหลังออกลูก เพื่อดูว่า มีความเชื่อมโยงกับโรคต่าง ๆ อย่างมะเร็ง หรือไม่ คาดว่า จะมีการออกรายงานฉบับสุดท้ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาหารกระป๋อง

ว่ากันว่า ประวัติศาสตร์ของการบรรจุกระป๋องเริ่มต้นจากจักรพรรดินโปเลียน เชื่อกันว่า พระองค์ทรงเสนอพระราชทานเงิน 12,000 ฟรังก์ให้แก่ผู้ใดก็ตามที่สามารถหาวิธีป้องกันเสบียงอาหารของกองทัพจากการเน่าเสีย จักรพรรดินโปเลียนพระราชทานเงินรางวัลนี้ให้แก่ นิโคลาส์ อัปเพิร์ต ซึ่งคิดค้นกระบวนการบรรจุเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกในขวดแก้ว แล้วปิดด้วยจุกไม้ก๊อก จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเดือด

ต่อมาไม่นาน อังกฤษรู้ความลับทางทหารนี้ ปีเตอร์ ดูแรนด์ ได้จดสิทธิบัตรการใช้ภาชนะโลหะสำหรับบรรจุกระป๋องในปี 1810

ปัจจุบัน ผู้คนในสหราชอาณาจักรยังคงชื่นชอบอาหารกระป๋อง จากข้อมูลของ Kantar Worldpanel กลุ่มวิจัยผู้บริโภค ระบุว่า ผู้คนในสหราชอาณาจักรใช้เงินซื้ออาหารกระป๋องมากกว่า 500 ล้านปอนด์ หรือราว 2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 12 สัปดาห์ก่อนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2018 ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะคนในสหราชอาณาจักรมักซื้อผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องในช่วงฤดูหนาวมากกว่าในฤดูร้อน

การศึกษาผู้ใหญ่ 2,000 คน ซึ่งจัดทำโดยสมาคมผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะ พบว่า โดยเฉลี่ย ผู้ใหญ่ 1 คน มีอาหารกระป๋องเก็บไว้ 16 กระป๋อง และกินอาหารกระป๋องอย่างน้อย 3 มื้อใน 1 สัปดาห์

ถั่วอบได้ชื่อว่าเป็นอาหารกระป๋องยอดนิยมที่สุดที่มีการใช้ในการประกอบอาหาร ตามมาด้วยมะเขือเทศกระป๋อง, ซุป, ปลา อย่างทูนาและแซลมอน และผักอื่น ๆ อย่างข้าวโพดหวาน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม

รอบรั้วบีบีซี

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาจากเว็บไซต์ภายนอก