ทีวีซีรีส์อเมริกันเปลี่ยนมุมมองชาวเยอรมันต่อประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้อย่างไร

  • 31 มกราคม 2019
Still from Holocaust TV series Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ "Holocaust" เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวชาวยิวที่ชีวิตผกผันจากที่เคยร่ำรวยต้องดำดิ่งลงสู่ห้องรมแก๊สพิษ

ในปี 1979 "Holocaust" ทีวีซีรีส์ 4 ตอนที่มีนักแสดงชื่อดังอย่าง เมอรีล สตรีป แสดงนำ ได้ทำให้ชาวเยอรมันทั่วไปเข้าถึงประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของชาติตัวเองมากขึ้น และทำให้ "ฮอโลคอสต์" กลายเป็นคำพูดที่ใช้กันทั่วไปในภาษาเยอรมัน

ในเดือนนี้ มีการนำซีรีส์นี้กลับมาฉายอีกครั้งและมันก็สามารถเชื่อมโยงกับบริบท ณ ปัจจุบันได้ไม่น้อยไปกว่าเดิมเลย

ย้อนไปในปี 1979 คนเยอรมันจำนวน 1 ใน 3 หรือราว 20 ล้านคน ได้ดูซีรีส์นี้บางส่วนเป็นอย่างน้อย "Holocaust" เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวชาวยิวซึ่งประกอบไปด้วย โจเซฟ ไวส์ส แพทย์ผู้ประสบความสำเร็จในกรุงเบอร์ลิน ภรรยา และลูก ๆ ของเขา ที่ชีวิตผกผันจากที่เคยร่ำรวยต้องดำดิ่งลงสู่ห้องรมแก๊สพิษ

อีกเส้นเรื่องหนึ่งที่ดำเนินไปเป็นคู่ขนานคือตัวละครที่ชื่อ เอริค ดอร์ฟ ทนายว่างงานซึ่งไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่ในเวลาต่อมาได้เข้าร่วมทำงานให้กับหน่วยเอสเอส (SS) ของฮิตเลอร์ และกลายเป็นฟันเฟืองชิ้นหนึ่งของเครื่องจักรแห่งการสังหารของพรรคนาซีเยอรมนี

ผลกระทบของสังคมที่ได้เห็นเหยื่อของนาซี

ซีรีส์นี้ทำให้เกิดประเด็นสนทนาระดับชาติ แบบสำรวจพบว่าคนดูถึง 86 เปอร์เซ็นต์ พูดคุยเรื่องฮอโลคอสต์กับเพื่อนและครอบครัวหลังจากได้ดูซีรีส์

มีชาวเยอรมันหนึ่งหมื่นคนโทรหา WDR ช่องโทรทัศน์ที่เผยแพร่ซีรีส์นี้ หลายคนร่ำไห้และพูดถึงความตกใจและละอายใจ มีบางกรณีที่อดีตทหารติดต่อไปเพื่อยืนยันว่ารายละเอียดอาชญากรรมของนาซีที่ปรากฏในซีรีส์เป็นเรื่องจริง

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ เมอรีล สตรีป เล่นเป็นหญิงชาวคริสต์ซึ่งแต่งงานกับลูกชายในครอบครัวไวส์ส

นี่เป็นครั้งแรกที่ซีรีส์กระแสหลักบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่อนหน้านั้น มีแต่สารคดีที่พูดถึงข้อมูลตัวเลขและความจริงที่เกิดขึ้น ในช่วงปี 60 แต่เป็นการพูดคุยถกเถียงที่ให้ความสำคัญกับตัวผู้ก่อเหตุมากกว่า โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการกระแสของการพิจารณาคดีค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ตช่วงปี 1963 ถึง 1965

"ผู้รอดชีวิตได้มาฟังการพิจารณาคดีด้วย แต่นักข่าวไม่คิดแม้แต่จะสัมภาษณ์พวกเขา ไม่มีใครสนใจเหยื่อเลย และซีรีส์ Holocaust ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในจุดนั้น" แฟรงค์ บอส์ช ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์กล่าว

เขาเขียนหนังสือ Zeitenwende ในปี 1979 ซึ่งพูดถึงเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เปลี่ยนโลก และบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในนั้น เช่นเกี่ยวกับการปฏิวัติอิหร่านและการเลือกตั้งในสมัยนางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กองทัพโซเวียตปลดปล่อยผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันเอาชวิทซ์ให้เป็นอิสระ เมื่อเดือน ม.ค. ปี 1945

"Holocaust" บอกเล่าเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ของคนธรรมดาทั่วไป ซึ่งทำให้ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ซีรีส์นี้ต่างจากเดิมที่ผู้กระทำไม่ได้ถูกวาดภาพให้เป็นคนชั่วช้า แต่เป็นคนเยอรมันธรรมดา ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของนาซี ที่มีส่วนร่วมกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วยการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดจากความโหดร้ายหรือขี้ขลาด

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ เจมส์ วูดส์ (กลาง) แสดงเป็น คาร์ล ไวส์ส ลูกชายในครอบครับไวส์ส

ซีรีส์นี้สร้างโดยช่องโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐฯ โดยมีผู้ชมชาวอเมริกันถึง 120 ล้านคน กลายเป็นประเด็นถกเถียงมากจนเกือบจะไม่ได้ฉายในเยอรมนี และนักวิจารณ์ในเยอรมนีในตอนนั้นก็บอกว่าเป็นละครน้ำเน่าที่ทำให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นประเด็นที่เล็กน้อยไป

ผู้มีแนวความคิดฝ่ายซ้ายบอกว่าช่องโทรทัศน์อเมริกันถือโอกาสใช้อาชญากรรมของนาซีในการสร้างเรตติ้ง ส่วนผู้มีแนวความคิดชาตินิยมฝ่ายขวาบอกว่าเหยื่อสงครามชาวเยอรมันถูกหลงลืมไป

กลุ่มนีโอนาซีถึงขั้นวางระเบิดเครื่องส่งสัญญาณสองเครื่องของสถานีโทรทัศน์เพื่อพยายามจะหยุดการเผยแพร่ซีรีส์นี้ในเยอรมนี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ฉากหนึ่งในซีรีส์

จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ซีรีส์นี้อยู่ ผู้รอดชีวิตจากฮอโลคอสต์บางคนบอกว่าซีรีส์ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นดู "'ง่ายเกินไป" และ "รุนแรงน้อยกว่าเดิม" อย่างไรก็ตาม ซีรีส์นี้ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เยอรมนีจัดการกับอดีตของตัวเอง

ศ. บอส์ช บอกว่า ทางการเยอรมนีกลัวว่าซีรีส์จะทำให้เกิดกระแสต่อต้านชาวเยอรมันในต่างประเทศ แต่การย้อนทบทวนตัวเองจากการดูซีรีส์นี้ก็ทำให้เกิดความนับถือต่อประเทศเยอรมนีในการเผชิญหน้ากับอาชญากรรมในอดีตของตัวเอง

ไม่กี่เดือนหลังจากซีรีส์ออกอากาศ เยอรมนีมีคำสั่งยกเลิกการกำหนดอายุความสำหรับการฆาตกรรม เพื่อทำให้สามารถนำสมาชิกพรรคนาซีมาดำเนินคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้

ประเด็นถกเถียงระดับชาติก็นำไปสู่ความกระหายรู้ในที่สุด ระหว่างยุค 80 โรงเรียนต่าง ๆ เรียกร้องให้มีการสอนเนื้อหาสาระเรื่องนี้มากขึ้น นักประวัติศาสตร์เยอรมันเริ่มให้ความสนใจฮอโลคอสต์มากขึ้น และมีการเปิดนิทรรศการและสถานที่รำลึกที่ค่ายกักกันเป็นครั้งแรก

เข้ากับบริบทปัจจุบัน

เยอรมนีกำลังหันมามองว่าซีรีส์นี้มีผลอย่างไรต่อประเทศเมื่อ 40 ปีก่อน การรำลึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และคำกล่าวที่ว่า "ไม่อีกแล้ว" กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์ทางการเมืองสมัยใหม่ของเยอรมนี

อย่างไรก็ตาม พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (Alternative for Germany -- AfD) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา บอกว่าเยอรมนีควรจะเดินหน้าต่อไปได้แล้ว และกำหนดขอบเขตวัฒนธรรมของการรำลึก

เมื่อปีที่แล้ว เล็กซานเดอร์ กอแลนด์ ผู้นำพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี บอกว่า ระบอบนาซีเป็นเพียง "เรื่องขี้ประติ๋ว" ของประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จของเยอรมนีนานกว่า 1 พันปี

ตามแบบสำรวจโดย Körber Foundation มีเด็กนักเรียนเยอรมันน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่รู้ว่าค่ายกักกันเอาชวิทซ์คืออะไร

40 ปีหลัง Holocaust ออกอากาศครั้งแรกในเยอรมนี ยังจำเป็นต้องมีละครที่พูดถึงอาชญากรรมของพรรคนาซีที่คนสามารถเข้าถึงได้อยู่

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม