ตรุษจีน : ชาวมุสลิมในมาเลเซียและอินโดนีเซียคิดอย่างไรกับสัญลักษณ์สัตว์ประจำปีกุน

  • 5 กุมภาพันธ์ 2019
Malay teachers in Kuala Lumpur pose at a Chinese calligraphy event in conjunction with the upcoming Year of the Pig Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ครูชาวมุสลิมร่วมงานเขียนอักษรจีนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ปีกุน

ผู้มีเชื้อสายจีนทั่วโลกกำลังเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญของปีอย่าง ตรุษจีน ซึ่งในปีนี้ตรงกับปีกุน ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของรอบปีนักษัตรจีน ที่มีสัญลักษณ์เป็นหมู

ในการเฉลิมฉลองตรุษจีนนั้น คนเชื้อสายจีนส่วนใหญ่มักใช้สัญลักษณ์ของสัตว์ประจำปีนักษัตรนั้น ๆ มาตกแต่งบ้านเรือน ทำเป็นของเล่น ของขวัญ และใช้ในการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงการก้าวเข้าสู่ปีใหม่

อย่างไรก็ตาม หมู เป็นสัตว์ที่คนมุสลิมมองว่า สกปรกและเป็นอาหารต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ความเชื่อนี้จะก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ที่เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในประเทศที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่

เช่นเดียวกับครอบครัวชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ ตรุษจีนถือเป็นเทศกาลที่ครอบครัวโชว ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองบาตู ปาฮัท อันเงียบสงบในรัฐยะโฮร์ ของมาเลเซีย ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และปีนี้ยังมีความพิเศษมากเพราะ นายโชว ยุน คี, สเตลลา ภรรยาของเขา รวมทั้งลูกสาวต่างก็เกิดในปีกุนเหมือนกัน

"เราจะตกแต่งบ้านให้เต็มไปด้วยของประดับรูปหมูนำโชค และแน่นอนว่าเราจะเชิญญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนบ้านมาที่บ้านเราไม่ว่าพวกเขาจะมีเชื้อสายหรือศาสนาใด การเฉลิมฉลองมีขึ้นสำหรับทุกคน" นายโชว ซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานบิสกิตแห่งหนึ่งกล่าว

นายโชว เล่าว่าไม่รู้สึกกังวลว่าการเฉลิมฉลองของเขาจะสร้างความไม่พอใจให้คนในชุมชน เพราะเขาเชื่อว่าไม่มีสัญญาณความขัดแย้งเรื่องการฉลองตรุษจีนปีนี้

"เมื่อปีก่อนมีกระแสต่อต้านมากทีเดียว" นายโชวเล่าถึงการฉลองตรุษจีนปีจอ ซึ่งชาวมุสลิมบางคนมองว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่ไม่สะอาด

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ทางการมาเลเซียย้ำให้ใช้ความระมัดระวัง ไม่ประดับตกแต่งสถานที่ด้วยรูปสุนัขมากเกินไปในช่วงตรุษจีนปีที่แล้ว

มาเลเซียมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่มีอิสลามเป็นศาสนาหลัก และที่ผ่านมาก็มีรายงานเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่อดทนอดกลั้น ต่อกิจกรรมหรือการกระทำที่มองว่าหมิ่นศาสนาอิสลาม

ด้วยเหตุนี้ บรรดาร้านค้าและผู้ประกอบการจึงหลีกเลี่ยงการใช้ภาพของสุนัข เพราะเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มชาวมุสลิม

ในทางกลับกัน นายโชว รู้สึกว่าทางการท้องถิ่นได้มองข้ามความรู้สึกของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งเฉลิมฉลองเทศกาลนี้

"มาเลเซียเป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ ไม่ใช่แค่ชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ เรายังมีชุมชนชาวจีนและอินเดียด้วย รวมทั้งศาสนาอื่น เช่น คริสต์ ฮินดู ลัทธิเต๋า และพุทธศาสนา ดังนั้นเราจึงควรเคารพศาสนาและการเฉลิมฉลองของกันและกัน" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นายโชว กล่าวเสริมว่า "กระแสการเซ็นเซอร์" ไม่ได้ดำเนินต่อมาในปีกุนนี้

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ย่านไชน่าทาวน์ในสิงค์โปร์ประดับประดาไปด้วยรูปหมูเป็นการต้อนรับเข้าสู่ปีกุน

ชาวจีนเชื่อว่าสัตว์ประจำปีนักษัตรจีนแต่ละชนิดมีลักษณะและคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันไป โดยคนที่เกิดในปีกุนนั้นเชื่อว่าเป็นคนฉลาด มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีความซื่อสัตย์จงรักภักดี

แล้วมันน่ากังวลไหม หากสัตว์ประจำปีนักษัตรบางชนิดไม่เป็นที่ต้อนรับจากคนในมาเลเซีย

"ไม่มีเหตุผลอะไรที่น่าเป็นห่วงเลย" นายโจอี ยับ ที่ปรึกษาด้านฮวงจุ้ยชื่อดังที่มีสำนักงานในกรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าว เขาให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่าดูเหมือนจะไม่มีกระแสต่อต้านการฉลองตรุษจีนปีนี้ในมาเลเซีย เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ย่านไชน่าทาวน์ในกรุงจาการ์ตาประดับประดาไปด้วยสีแดงก่อนถึงวันตรุษจีน

"หมูไม่น่ามีปัญหาอะไร" เขากล่าว พร้อมชี้ว่า ไม่ว่าคุณจะประดับสิ่งของหรือไม่ "จะไม่ส่งผลต่อโชคชะตาของคุณ"

"สี สัญลักษณ์ต่าง ๆ ล้วนไม่สำคัญ อันที่จริงโชคชะตาของคุณขึ้นอยู่กับการกระทำ ดังนั้นจงยึดถือสิ่งที่ดีงาม" นายยับ กล่าว

"หมูชนิดแรกที่คนมุสลิมกินได้"

แม้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก แต่ตรุษจีนถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดประจำชาติ มีการเฉลิมฉลองอย่างแพร่หลาย ตามเมืองต่าง ๆ มีการประดับโคมไฟ การจัดขบวนพาเหรด และการแสดงที่เต็มไปด้วยสีสัน

น.ส.เมอร์รี โอลิเวีย ที่อาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตาเล่าว่า เพื่อนชาวมุสลิมของเธอต่างยอมรับกับภาพหมู

Image copyright Dapur Mama Loe
คำบรรยายภาพ ขนมคุกกี้รูปหมูสอดใส้แยมสับปะรดต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ได้รับความสนใจทั้งจากลูกค้าเชื้อสายจีนและชาวมุสลิม

"ฉันโตมากับเพื่อนชาวมุสลิมหลายคน ฉันจึงรู้ดีว่าภาพหมูจะไม่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ" น.ส.โอลิเวีย กล่าว พร้อมชี้ว่า หมูสื่อถึง "งานฉลองรื่นเริง" มากกว่าสัตว์ประจำปีนักษัตรอื่น ๆ

"ถ้าคุณเปรียบหมูกับงู หมูจะดูน่ารักกว่า ดังนั้นผู้คนจึงนิยมซื้อของที่มีรูปหมูมากกว่า มีคนในจาการ์ตาไม่มากนักที่ชอบงู"

น.ส.วาเลเรีย ริตา เชฟทำขนม ก็ออกสินค้าใหม่รับเทศกาลตรุษจีนนี้เป็นคุกกี้รูปหมูสอดใส้แยมสับปะรด

เธอบอกว่าสินค้าตัวนี้ได้รับการตอบรับดีมาก "ส้มเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับความนิยมในเทศกาลตรุษจีน ปีนี้เราจึงตัดสินใจทำขนมรูปหมู และมียอดซื้อเต็มภายใน 2 สัปดาห์ที่เปิดให้สั่งจอง"

ลูกค้าหลายคนเป็นชาวมุสลิม

"พวกเขาซื้อคุกกี้ให้เพื่อนฝูงและเพื่อนร่วมงานเชื้อสายจีนที่ฉลองเทศกาลนี้ บางคนก็ซื้อให้ตัวเองเพราะชอบหมู" น.ส.ริตา กล่าว พร้อมเล่าเรื่องตลกของเพื่อนสนิทที่เป็นคนมุสลิมว่า "ขนมของฉันคือหมูชนิดแรกที่คนมุสลิมทานได้"

"ผมไม่อยากสร้างความขุ่นเคืองใจ"

แต่สถานการณ์กลับต่างออกไปสำหรับนายรังกา สัสตราจายา วัย 24 ปีจากเมืองโบกอร์ ในจังหวัดชวาตะวันตก

Image copyright AFP

เขาซื้อของเล่นและของประดับรูปหมู แต่ใช้ความระมัดระวังในการจัดแสดงมันอย่างเปิดเผย เพราะเขารู้สึกว่าชาวอินโดนีเซียหลายคนยังไม่ยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม

"ผมอาจใส่เสื้อรูปหมูหรือแต่งบ้านด้วยของตกแต่งรูปหมู แต่จะค่อนข้างระวังในการแสดงสิ่งเหล่านี้ในที่สาธารณะ เพราะผมไม่อยากสร้างความขุ่นเคืองใจให้ใคร" เขายอมรับ

ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มที่ต่อต้านเทศกาลตรุษจีน โดย Forum Muslim Bogor (FMB) ซึ่งเป็นองค์กรอิสลามที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมในจังหวัดชวาตะวันตก ได้ออกจดหมายเรียกร้องให้มีการยกเลิกเทศกาลต่าง ๆ โดยระบุว่าเป็น "สิ่งที่ไม่เหมาะสม" สำหรับชาวมุสลิม เพราะอาจ "ทำลายความเชื่อทางศาสนาอิสลาม"

ความเคลื่อนไหวของ FMB มีขึ้นหลังจากองค์กรเยาวชนปัญจศีล (PP) ซึ่งเป็นกลุ่มนิยมขวาจัดของอินโดนีเซีย และสมาคมเยาวชนมาเลย์ (Malayan Persatuan Forum Komunikasi Pemuda Melayu - PFKPM) ออกมาประณามการฉลองตรุษจีนของชุมชนชาวจีนในประเทศ

น.ส.ตุง จู-หลัน นักวิเคราะห์จากสถาบันวิทยาศาสตร์อินโดนีเซีย มองว่าความรู้สึกดังกล่าวเป็น "ผลมาจากความไม่ยอมรับความต่างและวาทกรรมทางการเมือง" ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในกรุงจาการ์ตาเมื่อ 2 ปีก่อน

ตอนนั้นมีการประท้วงใหญ่ต่อต้านนายบาสุกี จาฮาจา ปูร์นามา หรือ "อาฮก" อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาเชื้อสายจีนที่นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งต่อมาถูกตัดสินให้มีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม หลายฝ่ายมองว่าคดีนี้เป็นบททดสอบความเปิดกว้างทางด้านศาสนาของอินโดนีเซีย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อปี 2017 "อาฮก" อดีตผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาเชื้อสายจีนที่นับถือศาสนาคริสต์ ถูกตัดสินให้มีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนาอิสลาม

น.ส.ตุง จู-หลัน บอกว่า "ปัญหาความไม่อดทนอดกลั้นยังมีอยู่เพราะเรามีความรู้ความเข้าใจที่คับแคบเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งเราไม่เข้าใจมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งไม่อดทนอดกลั้นมากขึ้นเท่านั้น"

ในกรณีของการฉลองตรุษจีน ชาวอินโดนีเซียจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ามันเป็นเทศกาล "เกี่ยวกับศาสนามากกว่าวัฒนธรรม"

แต่ยังมีนักการเมืองคนหนึ่งที่ออกมากล่าวปกป้องชุมชนชาวจีน นั่นคือนายลุกมัน ฮาคิม ไซฟุดดิน รัฐมนตรีกิจการศาสนาของอินโดนีเซียที่ส่งเสริมให้คนในชาติเคารพความเชื่อของผู้คนจากต่างวัฒนธรรม ศาสนา และประเพณี

"ไม่ว่าผู้คนจะมีความเข้าใจอย่างไรเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองเช่นนี้ ผมขอให้ทุกคนเคารพขนบธรรมเนียมประเพณีนี้" รัฐมนตรีกิจการศาสนาของอินโดนีเซียกล่าว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม