โทษประหารช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดทั่วโลกได้หรือ

  • 12 กุมภาพันธ์ 2019
ผู้ติดยาเสพติดชาวปากีสถานฉีดเฮโรอีนให้กับผู้ติดยาอีกคนหนึ่ง Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ องค์การอนามัยโลกระบุว่า คาดว่าผู้คน 275 ล้านคนเคยใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2016

สองประเทศที่อยู่ห่างไกลกันหลายพันกิโลเมตร แต่กำลังมีข้อสรุปอย่างเดียวกัน

รัฐบาลศรีลังการะบุว่า กำลังจะนำโทษประหารกลับมาบังคับใช้กับผู้ค้ายาเสพติด ส่วนคณะรัฐมนตรีอียิปต์มีมติให้ใช้โทษประหารกับความผิดอาญาหลายประเภทรวมถึงคดีค้ายาเสพติด

ร่างกฎหมายของอียิปต์ ระบุว่า ผู้ใดที่ "นำเข้ามาหรือส่งออกสารสังเคราะห์ที่มีผลทำให้หมดสติ หรือเป็นอันตรายต่อจิตใจ, ร่างกาย, หรืออาการทางประสาทและจิต ต้องถูกลงโทษประหารชีวิต"

'ตัวอย่างที่ดี'

ขณะเยือนฟิลิปปินส์เมื่อเดือน ม.ค. ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ของศรีลังกา ได้ยกย่องการปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ว่า เป็น "แบบอย่างของโลก"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีศรีลังกาบอกว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิธีการที่ฟิลิปปินส์ใช้จัดการกับการค้ายาเสพติด

ในศรีลังกา มีนักโทษที่กำลังเผชิญโทษประหารชีวิต 1,299 คน ในจำนวนนี้ 48 คน มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเป็นผู้รอรับโทษประหาร 18 คน ส่วนอีก 30 คน กำลังรอยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

การประหารชีวิตครั้งล่าสุดของศรีลังกา เกิดขึ้นในปี 1976

ประธานาธิบดีศรีลังกา ไม่ได้ระบุว่า จะยกเลิกการพักใช้โทษประหารชีวิตเมื่อใด

สนับสนุน

รูกี เฟอร์นันโด นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในกรุงโคลอมโบ ศรีลังกา ยอมรับว่า การใช้ยาเสพติดกำลังเพิ่มมากขึ้นในประเทศ และรัฐต้องดำเนินการมากกว่านี้เพื่อยุติการค้ายาเสพติด

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ยาเสพติดราว 1 ตัน ถูกยึดได้ในปี 2017 ในกรุงโคลอมโบ

"ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลกำลังมุ่งไปสู่ทิศทางนี้ บางภาคส่วนของสังคมคิดว่า โทษประหารชีวิตจะช่วยยับยั้งอาชญากรรม"

"แต่การใช้โทษประหาร จะทำให้มีปัญหาใหม่เพิ่มเติม ตำรวจต้องได้รับการฝึกหัดและได้รับการสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นเพื่อสืบสวน และขัดขวางขบวนการยาเสพติดภายในกรอบของกฎหมาย" เขากล่าว

สงครามยาเสพติด

ในฟิลิปปินส์ โทษประหารถูกยกเลิกไปในปี 2006 และจนถึงตอนนี้ ความพยายามในการนำโทษประหารกลับมาใช้ใหม่ก็ยังล้มเหลว แต่ตำรวจได้รับอนุญาตให้ยิงและสังหารผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดได้

Image copyright Getty/AFP
คำบรรยายภาพ สงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ถูกประณามจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม

นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2016 ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ได้ทำ "สงครามยาเสพติด" ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน เขามั่นใจว่า กลยุทธ์ที่ใช้ความรุนแรงนี้ได้ผล

หลังจากการปราบปรามที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปี 2017 ซึ่งมีอยู่คืนหนึ่งที่มีผู้เสียชีวิต 32 คนภายในคืนเดียว ประธานาธิบดีดูแตร์เต ได้บอกกับองค์การต่อต้านอาชญากรรมแห่งหนึ่งว่า เขาสนับสนุนสงครามยาเสพติด "ถ้าเราฆ่าอีก 32 คนได้, บางทีเราอาจลดปัญหาของประเทศนี้ลงก็ได้"

ตัวเลขของรัฐบาลฟิลิปปินส์ระหว่าง 1 ก.ค. 2016 ถึง 30 พ.ย. 2018 ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการต่อต้านผู้ค้ายาเสพติดรวม 5,050 คน แต่ฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้มาก โดยอยู่ที่ประมาณ 12,000 คน

จากรายงานของรอยเตอร์ การใช้ความรุนแรงไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น อย่างน้อยก็ในเรื่องราคายาเสพติด

ราคาของยาไอซ์ เป็นยาเสพติดที่ทำให้มีการเสพติดสูง หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ชาบู' ราคาซื้อขายของมันในกรุงมะนิลาไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่คาดไว้ เมื่อพิจารณาจากอันตรายของการเข้ามาข้องเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดนี้

รอยเตอร์ระบุว่า ในเดือน ก.ค. 2016 ยาไอซ์ 1 กรัม มีราคา 1,200-11,000 เปโซ (ราว 750-6,900) บาท อีก 1 ปีต่อมา ยาไอซ์ 1 กรัม ขายกันที่ 1,000-15,000 เปโซ (ราว 628-9,400)

นี่บ่งชี้ว่า ปริมาณยาเสพติดไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรจากปฏิบัติการที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

โทษประหาร

มีอย่างน้อย 35 ประเทศในโลก ที่มีโทษประหารชีวิตในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมถึง 2 ชาติประชาธิปไตยขนาดใหญ่ อย่าง อินเดียและสหรัฐฯ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ระหว่างปี 2015 และ 2017 มีผู้ถูกประหารชีวิตในอิหร่านกว่า 1,000 คน จากการก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ระหว่างปี 2015 และ 2017 มีการประหารชีวิตจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเกิดขึ้นในอย่างน้อย 5 ประเทศ ได้แก่ จีน, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

จากรายงานยาเสพติดโลก (World Drug Report -- WDR) ปี 2018 ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime --UNODC) ระหว่างเดือน ม.ค. 2015 และ ธ.ค. 2017 มีผู้ถูกประหารชีวิตจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างน้อย 1,320 คน

โดยอิหร่านเพียงชาติเดียวประหารชีวิตไป 1,176 ครั้ง

จำนวนประหารชีวิตนี้ไม่รวมจีน เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

รายงานยาเสพติดโลก 2018 ระบุว่า แต่แม้ว่าจะมีการลงโทษที่รุนแรง ขนาดของอุตสาหกรรมยาเสพติดก็กำลังขยายตัว และหลายประเทศก็กำลังพยายามรับมือกับวิกฤตนี้

วิกฤตโลก

องค์การอนามัยโลก (World Health Organisation--WHO) ระบุว่า ผู้คน 275 ล้านคนทั่วโลก หรือประมาณ 5.6% ของประชากรที่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี เคยใช้ยาเสพติดอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปี 2016

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ อัฟกานิสถานเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโก

ผู้คนราว 31 ล้านคนที่ใช้ยาเสพติด เผชิญกับความทุกข์ทรมานจากผลของการใช้ยา โดยมีผู้เสียชีวิจจากการใช้ยาราว 450,000 คนในปี 2015

รายงานยาเสพติดโลก 2018 ระบุว่า ปริมาณการผลิตฝิ่นและโคเคนอยู่ที่ระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ตามการคาดการณ์ของ UNODC การผลิตรวมของฝิ่นทั่วโลกในปี 2017 เพิ่มขึ้นราว 65% จากปี 2016 มาอยู่ที่ 9,500 ตัน เนื่องจาก มีการผลิตเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในอัฟกานิสถาน ซึ่งประเทศนี้ประเทศเดียวผลิตฝิ่นอยู่ที่กว่า 8,100 ตันของปริมาณฝิ่นทั่วโลก

ยับยั้งไม่ได้

นักเคลื่อนไหว ระบุว่า หลังจากมีการลงโทษประหารชีวิตในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมานานหลายสิบปี ยังไม่พบหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีที่ว่า โทษประหารชีวิตจะช่วยยับยั้งได้

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้คนหลายพันคน รวมถึงเด็กจำนวนมาก เสียชีวิตจากสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์

"ถ้าเราดูคนที่ถูกลงโทษหรือถูกสังหารจากอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนใหญ่พวกเขาคือคนส่งยา ซึ่งถูกจับขณะขายยาเสพติดตามท้องถนนและลักลอบขนยาเสพติดในปริมาณไม่มาก"

ในฟิลิปปินส์ ผู้ที่ถูกสังหารส่วนใหญ่ในสิ่งที่เรียกว่าเป็นสงครามยาเสพติดมาจากครอบครัวที่ยากจน

"เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า โทษประหารไม่ได้เป็นมาตรการที่มีอยู่เพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการกดขี่ที่กว้างกว่านั้น"

อันตรายที่เพิ่มขึ้น

เธอเตือนว่า การใช้โทษประหารไม่มีความสร้างสรรค์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นักเคลื่อนไหวระบุว่า โทษที่รุนแรงขึ้น จะทำให้ผู้ใช้ยาเสพติดแอบเสพยา

"ยกตัวอย่าง มาเลเซีย, เวียดนาม, และอิหร่าน ซึ่งลงโทษประหารชีวิตหลายสิบชีวิตจากความผิดยาเสพติดในแต่ละปี มีประชากรที่ฉีดยาเสพติดมากกว่า หลายประเทศที่ล้มเลิกโทษประหารจากความผิดยาเสพติดทั้งในทางกฎหมายหรือทางปฏิบัติ"

"คล้ายคลึงกัน ไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย และจีน มีสถิติการแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบซีในกลุ่มคนที่ฉีดยาเสพติด สูงกว่าประเทศในภูมิภาคที่รณรงค์ให้ยกเลิกโทษประหารทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ อย่าง ศรีลังกา ซึ่งตอนนี้ยังถือว่าใช่อยู่, กัมพูชา และเนปาล" เธอกล่าว

UNODC ระบุด้วยว่า ทางสำนักงานฯ ต่อต้านโทษประหารในทุกกรณี

"UNODC จะสนับสนุนทุกประเทศให้สกัดกั้นการค้ายาเสพติดต่อไป นำผู้ลักลอบค้ายาเสพติดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยมีความคุ้มครองทางกฎหมายที่เหมาะสม และส่งเสริมให้มีการป้องกันการใช้ยาเสพติด การรักษา และการบำบัด โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพ, ความปลอดภัย และสวัสดิภาพของคนและชุมชนทุกแห่ง"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม