เมื่อพ่อแม่ต้องฟ้องร้องให้ลูกเลี้ยงดู

  • 13 กุมภาพันธ์ 2019
ภาพวาดชายและหญิงชราถือเงิน และลูกชายของพวกเขา

อาบู ทาเฮอร์ บอกว่า ลูกชายของเขาเป็น "เด็กดี" มาโดยตลอด

นายทาเฮอร์ เคยเปิดร้านเสื้อผ้าเล็ก ๆ ในเมืองจิตตะกองของบังกลาเทศ มานานหลายปี ต่อมาเขาเกษียณตัวเอง ด้วยเงินติดตัวไม่มาก ทำให้ต้องพึ่งพาลูกชายและลูกสาว

"ผมกับเมียต้องลำบากมากมายเพื่อเลี้ยงดูลูกชาย" นายทาเฮอร์ เล่า "แต่หลังจากเขาแต่งงาน เขาก็เปลี่ยนไป และเลิกดูแลพ่อแม่"

แม้ยังได้รับความช่วยเหลือจากลูกสาว แต่นายทาเฮอร์ ก็ยังลำบาก ชายชราวัย 75 ปี เล่าว่า เขาไม่มีทางเลือก นอกจากการฟ้องนายโมฮัมหมัด ชาห์จาฮัน ลูกชายตัวเอง ให้เลี้ยงดู

"ผมลำบากใจมาก ทุกคนบอกให้ผมฟ้องตั้งนานแล้ว แต่ผมไม่อยากฟ้อง ผมฟ้องเพราะไม่มีทางเลือกอื่น"

ลูกชายของเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา ทั้งคู่ระหองระแหงกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่นายชาห์จาฮัน ซึ่งทำงานเป็นนายธนาคาร บอกว่า เขาช่วยเหลือพ่อแม่ เขาบอกว่า พ่อของเขาฟ้องเขาเพื่อต้องการ "ทำให้เขาอับอาย"

พ่อแม่ กับ ลูก

เรื่องนี้เป็นเรื่องของปัญหาในครอบครัวที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่การฟ้องร้องกันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

นายทาเฮอร์ฟ้องร้องตามกฎหมายดูแลเลี้ยงดูบิดามารดา ที่กำหนดให้พ่อแม่เรียกร้องความช่วยเหลือจากลูกที่ไม่ยอมเลี้ยงดูพวกเขาได้

หลายรัฐในสหรัฐฯ และหลายพื้นที่ในยุโรป มีกฎหมายที่เรียกว่า การช่วยเหลือของลูกต่อบิดามารดา เช่นกัน แต่ไม่ค่อยพบเห็นว่า มีการบังคับใช้

แต่ในเอเชีย มีการใช้กฎหมายนี้ในบางครั้ง

ดร.เรย์ เซอร์ราโน นักวิจัยด้านบริการสุขภาพ ของมหาวิทยาลัย เอโมรี (Emory University) ในสหรัฐฯ ศึกษากฎหมายหลายฉบับในเอเชีย ซึ่งมีคำสอนเกี่ยวกับ ความกตัญญูกตเวที หรือ เคารพญาติผู้ใหญ่

เขาเรียกกฎหมายเหล่านี้ว่า เป็น "การขยายค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือ การดูแลจากลูก" ในสังคมที่ให้คุณค่ากับค่านิยมครอบครัวและสังคม"

หน้าที่ในการดูแล

สิงคโปร์เป็นตัวอย่างหนึ่ง

พ่อแม่ที่สูงอายุ ซึ่งไม่สามารถดูแลตัวเองเอง สามารถขอความช่วยเหลือทางการเงินจากลูก ภายใต้กฎหมายเลี้ยงดูบุพการีของสิงคโปร์

พวกเขาสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ในกรณีที่ลูกสามารถเลี้ยงดูพวกเขาได้ แต่ไม่ยอมทำ

ศาลอาจจะตัดสินให้มอบเบี้ยเลี้ยงรายเดือน หรือให้เป็นเงินก้อน และอาจจะมีการไกล่เกลี่ยกันเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเลี้ยงดู

ส่วนใหญ่แล้วมักจะไกล่เกลี่ยกันสำเร็จ มีไม่กี่กรณีที่ต้องให้ศาลตัดสิน ในปี 2017 มีเพียง 20 คดีที่ศาลตัดสินใจให้ส่งเงินเลี้ยงดู

จารีตประเพณี

จีน, อินเดีย, และบังกลาเทศ มีระบบที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน ส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชากรผู้สูงอายุ ดร.เซอร์ราโน กล่าวว่า มันเป็นแนวคิดของ "การต่างตอบแทน"

"ถ้าคุณเป็นลูก และไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อย่างน้อยคุณควรให้ส่งเงินให้พวกเขา"

ผู้ที่เป็นลูกอาจถูกปรับหรือแม้แต่ถึงขั้นจำคุกในบางกรณี

อย่างเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในมณฑลเสฉวนของจีน มีรายงานว่า ลูก 5 คนถูกตัดสินจำคุกสูงสุด 2 ปี เพราะละทิ้งพ่อที่แก่เฒ่า หลังจากศาลพบว่า พวกเขาไม่ได้ทำหน้าที่ของลูกที่มีต่อพ่อแม่

บทบาทของรัฐ

โดยทั่วไป กฎหมายมุ่งเน้นไปที่ความยากจนของผู้สูงอายุ ไม่ใช่การดูแลในระยะยาวกว่านั้น แต่เมื่อสังคมมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น กฎหมายก็ควรจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความกดดันให้กับประเทศ

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ปี 2020 จำนวนคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะแซงหน้าจำนวนเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

และในปี 2050 ราว 80% ของผู้สูงอายุจะอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ

ดร.เซอร์ราโน กล่าวว่า ระบบอย่างในสิงคโปร์ อาจจะทำหน้าที่เหมือนกับ "ไม้ที่กระทุ้งเตือนคน" ให้ดูแลพ่อแม่ที่อายุมาก

แต่กระนั้น การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายจะเผชิญกับการต่อต้านในหลายประเทศอย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เจมส์ ซาบิน นักวิชาการจากฮาร์วาร์ด กล่าวว่า กฎหมายเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในสหรัฐฯ

ศ.ซาบินซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกการแพทย์ประชากรและจิตเวชศาสตร์ กล่าวว่า สหรัฐฯ อยู่ที่ "ปลายสุดของอีกด้าน" เมื่อเทียบกับ สิงคโปร์ ที่เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับส่วนรวมมากกว่า

เขากล่าวว่า "เราในฐานะสังคม ไม่น่าที่จะเหยียบย่ำสิทธิของปัจเจกบุคคล"

เขายังชี้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในหลายกรณีที่ ลูกแย้งว่า พ่อแม่ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการดูแล

ศ.ซาบิน กล่าวว่า "บางคนบอกว่า 'พ่อแม่ละเลยฉัน พ่อแม่ล่วงละเมิดฉัน'...ตรงกันข้ามกับคำสอนให้เคารพนับถือบุคคลที่อยู่ในรุ่นที่แก่กว่าของขงจื๊อ"

"ผมไม่คิดว่า เราอยากจะพึ่งศาลในการตัดสินเรื่องที่เกี่ยวกับทางสังคมและจิตวิทยาเหล่านี้"

แต่สำหรับนายทาเฮอร์ ระบบในบังกลาเทศมอบความช่วยเหลือให้แก่เขา

เขาตกลงกับลูกชายตัวเองได้โดยไม่ต้องขึ้นศาล นายชาห์จาฮัน ยอมจ่ายเงิน 10,000 ตากา (ประมาณ 3,700 บาท) ให้แก่พ่อทุกเดือน

จนถึงตอนนี้ เขายังทำตามสัญญา และนายทาเฮอร์ระบุว่า ถ้าลูกชายของเขายังจ่ายเงินให้แก่เขาอยู่ เขาจะถอนฟ้องจากศาลท้องถิ่นในเมืองจิตตะกอง

ภาพวาดประกอบโดย คาที ฮอริช

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม