'ผมขโมยเงินแม่ไปสามหมื่นปอนด์ไปทำเงินต่อหลายสิบล้าน'

  • 14 กุมภาพันธ์ 2019
แอนดรูว์ ไมเคิล Image copyright Andrew Fosker/PinPep
คำบรรยายภาพ แอนดรูว์บอกว่า แม้ทำเงินได้แล้วหลายล้านปอนด์ แต่เขาก็ยังคงอยากจะทำเงินให้ได้เพิ่มขึ้น

The Boss รายการโทรทัศน์รายสัปดาห์ของบีบีซี นำเสนอเรื่องราวของผู้นำธุรกิจจำนวนมากทั่วโลก สัปดาห์นี้ เป็นเรื่องราวของ แอนดรูว์ ไมเคิล ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี

ตอน แอนดรูว์ ไมเคิล อายุ 17 ปี เขาแอบใช้บัตรเครดิตของแม่เป็นเงิน 30,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท มาเดิมพันเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง

ในปี 1997 เขาอยู่กับแม่ที่บ้านในเมืองเชลต์แนม ทางตะวันตกของอังกฤษ ช่วงนั้นเองที่เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

เขาต้องการตั้งเว็บไซต์ของตัวเองกับเพื่อนร่วมโรงเรียน เขาเห็นว่า บริษัทที่รับฝากเว็บ (web-hosting company) ที่มีอยู่ในขณะนั้นไม่ค่อยสนใจธุรกิจขนาดเล็ก หรือว่าคนทั่วไป

"บริษัทรับฝากเว็บทุกแห่งในสหราชอาณาจักรในตอนนั้น สนใจแต่บริษัทขนาดใหญ่ ๆ" แอนดรูว์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 39 ปี กล่าว "แต่เราเห็นว่า ธุรกิจขนาดเล็ก และบุคคลทั่วไป ต้องการสิ่งที่ทำได้เองและใช้ง่าย"

Image copyright Grant Triplow
คำบรรยายภาพ ความสำเร็จในการทำธรุกิจครั้งแรกของแอนดรูว์ ทำให้เขามีฐานะร่ำรวย

เขาและเพื่อนจึงตัดสินใจอุดช่องว่างนี้ในตลาด และตั้งบริษัทรับฝากเว็บของตัวเองชื่อ ฟาสต์โฮสต์ส (Fasthosts)

"สิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ตอนนั้นคือ คอมพิวเตอร์หลายเครื่องในห้องนอนของผมที่บ้านแม่ แล้วเราก็ได้คิดค้นซอฟต์แวร์ของเราเองขึ้น" แอนดรูว์ กล่าว

"แต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีคือ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งในสมัยนั้นต้องขุดถนน โดยต้องใช้เงินราว 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท) แต่เราไม่มีเงิน"

เขาคิดว่า ไม่มีทางเลือกอื่น จึงตัดสินใจแอบนำบัตรเครดิตของแม่ไปใช้จ่ายเป็นค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ต "เราแอบใช้มันทางโทรศัพท์" เขาเล่า

นอกจากนี้ เขายังจองลงโฆษณาทางนิตยสารไว้ด้วย และต้องติดโมเด็มคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องใหม่ ด้วยเดิมพันนี้คือ ธุรกิจทำเงินได้มากพอในเดือนแรก เพื่อที่เขาจะได้นำไปจ่ายหนี้บัตรเครดิต เมื่อถูกทวง

น่าทึ่งมาก เขาทำได้ "ในช่วงสิ้นเดือน เรามีลูกค้าและเงินมากพอที่จะจ่ายค่าสายอินเทอร์เน็ตและโฆษณา" แอนดรูว์ เล่า

ที่สำคัญคือ แม่ของเขาให้อภัยที่แอบนำบัตรเครดิตของเธอไปใช้

Image copyright Andrew Fosker/PinPep
คำบรรยายภาพ ธุรกิจใหม่ล่าสุดของแอนดรูว์คือ Bark โดยมี ไค เฟลเลอร์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

ขณะที่เพื่อนของเขาเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แต่แอนดรูว์ล้มเลิกแผนการเรียนต่อ และหันมาขยาย Fasthosts อย่างเต็มเวลาแทน

สุดท้าย เขาก็ขายมันไปในอีก 9 ปีต่อไป ด้วยราคา 61.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,486 ล้านบาท

2 ปีต่อมา แอนดรูว์ ได้ตั้งบริษัทเก็บข้อมูลโดยใช้พื้นที่แบบออนไลน์หรือที่เรียกว่า cloud storage ชื่อ ไลฟ์ไดรฟ์ (Livedrive) ซึ่งต่อมาเขาได้ขายออกไปโดยไม่ได้เปิดเผยราคา แต่เชื่อว่า มีมูลค่าหลายสิบล้านปอนด์ หรือร่วมพันล้านบาท

ขณะที่ ทั้งสองธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ แอนดรูว์ ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายแห่งจากการจัดงานปาร์ตี้อย่างฟุ่มเฟือย ทุ่มไม่อั้น

มีรายงานว่า ปาร์ตี้คริสต์มาสของเขาที่ Fasthosts มีการแสดงของนักร้องวงหญิงล้วนอย่าง Girls Aloud และ Sugababes นอกจากนี้ ยังมีนักร้องวงร็อกอย่าง The Darkness และมีโจนาธาน รอสส์ พิธีกรรายการสนทนา มาเป็นพิธีกร"

เขายอมรับว่า เขาเคยจ้าง อัชเชอร์ (Usher) นักร้องอาร์แอนด์บีของสหรัฐฯ ให้มาแสดงในงานเลี้ยงวันเกิดของแฟนสาวด้วย

"ผมชอบปาร์ตี้ ผมชอบทำให้คนสนุกสนาน" เขากล่าว "และผมไม่ทำอะไรแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แอนดรูว์ จ้างให้ อัชเชอร์ (Usher) นักร้องจากสหรัฐฯ บินมาสหราชอาณาจักรเพื่อแสดงในงานเลี้ยงวันเกิดของแฟนสาว

แอนดรูว์เกิดในไซปรัส แต่เติบโตในเมืองเชลต์แนม เขาคิดว่า ความสนใจในการทำธุรกิจของเขามาจากพ่อ

"พ่อของผมมาจากไซปรัส และทำธุรกิจเล็ก ๆ" เขาเล่า

"เหมือนกับชาวไซปรัสคนอื่น ๆ เขาเปิดร้านฟิชแอนด์ชิปและร้านกาแฟ ตอนเป็นเด็กผมก็เลยได้ใช้ชีวิตอยู่วนเวียนอยู่กับ การเก็บเงิน และพูดคุยเรื่องแนวคิดทำธุรกิจ"

"ตั้งแต่อายุยังน้อย ผมคิดแต่เรื่องค้าขาย หาเงิน และออกไปทำอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา"

มองย้อนกลับไปถึงวิธีการที่เขาขยายธุรกิจ Fasthosts เขาบอกว่า เขาเป็น "พวกจดจ่อ" และ "ไม่ใส่ใจเรื่องอื่น"

ขณะที่การขายธุรกิจในปี 2006 แม้ว่าจะทำให้เขาร่ำรวยขึ้น แต่ก็ทำให้เขารู้สึกว่า ยังขาดอะไรไปอยู่

"ผมจำได้ว่า ตอนที่เงินโอนเข้ามาในบัญชีธนาคาร ผมอยู่ที่สำนักงาน แล้วก็คิดว่า มันคงจะทำให้ผมมีความสุขมาก" เขาเล่า

"แต่จริง ๆ แล้ว ผมรู้สึกว่า ผมอาจจะคิดผิด ตอนที่ผมเดินผ่านสำนักงานแล้วรู้ว่า ได้ขายมันไปแล้ว มันก็แค่ตัวเลขในบัญชี"

Image copyright Andrew Michael
คำบรรยายภาพ แอนดรูว์พบกับคนดังและไอดอลจำนวนมากในช่วงวัย 20 ปีเศษ รวมถึง เซอร์ริชาร์ดสัน แบรนสัน

หลังจากนั้น แอนดรูว์ ยอมรับว่า เขา "เบื่อและเอาแต่กิน ดื่ม เที่ยวมากเกินไป" สักพักหนึ่ง เขาอยากจะกลับไปทำธุรกิจมาก สองปีต่อมาเขาจึงทำ Livedrive

โชคไม่ดี ตอนแรกบริษัทต้องแย่งชิงลูกค้าในตลาด

"เราพบว่า คนอื่น ๆ ก็คิดแบบเดียวกันในเวลานั้น เพราะฉะนั้น การโฆษณาอย่างเดียวไม่ได้ผล" เขากล่าว "ผมรู้สึกเป็นครั้งแรกว่า อาจจะล้มเหลว และกังวลว่า ผมจะกลายเป็นแบบดังครั้งเดียวแล้วหาย"

มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะคืนนั้นที่ผมไปผับ

"ผมรู้จักกับคนคนหนึ่งจาก [บริษัทค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์] Dixons ซึ่งผมได้พบตอนออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนที่รู้จักเราทั้งสองคน" แอนดรูว์ เล่า "จากนั้นเราก็เริ่มร่วมงานกับพวกเขา"

Dixons ตัดสินใจช่วย Livedrive พัฒนาผลิตภัณฑ์ของทางบริษัท และนำไปขายพ่วงกับแล็ปท็อปและแท็บเล็ต ที่ทางบริษัทขาย

"ผลตอบรับดีมาก" แอนดรูว์ กล่าว "แล้วเราก็เอาโมเดลนี้ไปใช้กับบริษัทค้าปลีกแห่งอื่น ๆ อีก จนในที่สุด ธุรกิจนี้ก็มีขนาดใหญ่กว่า Fasthosts"

หลังจากที่เขาขาย Livedrive ในปี 2014 ธุรกิจใหม่ล่าสุดที่แอนดรูว์ทำก็คือ Bark.com เว็บไซต์ที่ให้คนมาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญอาชีพต่าง ๆ ตั้งแต่ช่างประปาไปจนถึงครูสอนกีตาร์ คนพาสุนัขเดินเล่นไปจนถึงครูฝึกสอนออกกำลังส่วนตัว

Image copyright Bark
คำบรรยายภาพ Bark ให้คนว่าจ้างได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ช่างประปา ไปจนถึงครูสอนกีตาร์

คริส กรีน นักวิเคราะห์เทคโนโลยีอิสระ กล่าวว่า "Fasthosts เป็นตัวอย่างคลาสสิกของนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ในห้องนอน ที่สหราชอาณาจักรทำได้ดีในช่วงยุค 80 และ 90"

"มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จอย่างรวดเร็วของ แอนดรูว์ ไมเคิล วัย 17 ปี เท่านัน แต่มันยังทำให้คนจำนวนมากลงทะเบียนโดเมนเนม และเข้าถึงการรับฝากเว็บได้ง่ายขึ้นด้วย"

"ขณะที่ Livedrive เป็นผู้บุกเบิกการเก็บข้อมูลโดยใช้พื้นที่แบบออนไลน์ (cloud storage) สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและส่วนบุคคลอย่างไม่ต้องสงสัย รวมถึงตลาดการสำรองข้อมูล"

ในอนาคต แอนดรูว์บอกว่า เขายังอยากทำอีกหลายอย่าง

"ผมเป็นคนประเภทที่ยิ่งมีก็ยิ่งอยากได้มากขึ้น แม้ว่าสองธุรกิจแรกของผมจะทำได้ดี ผมก็ไม่ถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อะไร"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาจากเว็บไซต์ภายนอก