บ้านเกิดฮิตเลอร์ และอีก 8 สถานที่ที่สร้างประเด็นถกเถียงมากที่สุดในโลก

  • 19 กุมภาพันธ์ 2019
Hitler's birthplace Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รัฐบาลออสเตรียต้องการรื้อถอนอาคารนี้

มองแวบแรก ไม่มีอะไรน่าสะดุดตาเกี่ยวกับอาคารบ้านเลขที่ 15 ถนน Salzburger Vorstadt ซึ่งเป็นหนึ่งในถนนสายหลักของเมืองเบราเนาอัมอินน์ ของออสเตรียซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนเยอรมนี จนกระทั่งคุณอ่านข้อความที่สลักอยู่บนหินบนทางเท้า ระบุถึงเหยื่อหลายล้านคนของลัทธิฟาสซิสต์

อาคารรูปร่างธรรมดานี้เป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซี ในปี 1889

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ฮิตเลอร์เข้าพิธีศีลล้างบาปที่โบสถ์เซนต์สตีเฟน ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15

ข้อพิพาททางกฎหมาย

กลุ่มนีโอนาซี (นาซีใหม่) เดินทางไปที่แห่งนี้ทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของฮิตเลอร์ แต่เมื่อปี 2016 รัฐบาลออสเตรียซื้ออาคารดังกล่าวด้วยเงินราว 3.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ และประกาศแผนรื้อถอนอาคารนี้

หลังจากนั้นนายแกลินเดอ ปอมเมอร์ เจ้าของเดิมของอาคารหลังนี้ยื่นฟ้องรัฐบาลและคดีความระหว่างสองฝ่ายก็ยืดเยื้อมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ขณะที่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ศาลแขวงในพื้นที่ได้มีคำสั่งให้รัฐบาลจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอ้างถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาอาคารสูงขึ้น

บ้านเลขที่ 15 นี้เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่าง และนี่คือสถานที่อีก 8 แห่งที่เป็นต้นตอของประเด็นถกเถียงที่ดำเนินไปอย่างกว้างขวางไม่แพ้กัน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นอกจากในวันเกิดของมุสโสลินีแล้ว (29 ก.ค. 1883) ผู้สนับสนุนเขายังเดินทางไปสถานที่นี้ในวันที่ตรงกับวันเสียชีวิตของเขาด้วย

หลุมศพ เบนิโต มุสโสลินี - เปรแดปปิโอ, อิตาลี

คล้ายกันกับกรณีของฮิตเลอร์ ผู้คนจำนวนมากเดินทางไปที่เมืองเปรแดปปิโอ ทางเหนือของอิตาลี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ เบนิโต มุสโสลินี ผู้นำฟาสซิสต์ของอิตาลี สถานที่ที่เป็นที่นิยมคือสุสานซาน คาสิอาโน (San Cassiano) ซึ่งเป็นที่ฝังศพของเขา

นอกจากในวันเกิดของมุสโสลินีแล้ว (29 ก.ค. 1883) ผู้สนับสนุนเขายังเดินทางไปสถานที่นี้ในวันที่ตรงกับวันเสียชีวิตของเขาด้วย (มุสโสลินีถูกรุมประชาทัณฑ์จนเสียชีวิตในวันที่ 28 เม.ย. 1945) และวันครบรอบเหตุการณ์ "March on Rome" อันฉาวโฉ่ในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่ลัทธิฟาสซิสต์ขึ้นสู่อำนาจในอิตาลี

อิตาลีต่างจากเยอรมนีตรงที่มีกฎหมายที่ค่อนข้างอ่อนข้อต่อมรดกตกทอดของ มุสโสลินี มากกว่าเรื่องของฮิตเลอร์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หลุมศพของพอล พต อยู่ที่พื้นที่ห่างไกลติดกับพรมแดนประเทศไทย

บ้านพอล พต - เสียมเรียบ, กัมพูชา

ในฐานะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) พอล พต อยู่เบื้องหลังการสังหารและบังคับใช้แรงงานซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ล้านคน เขาเสียชีวิตขณะถูกกักขังในบ้านพักเมื่อเดือน เม.ย. ปี 1998

มีการเปิดให้คนเข้าไปเยี่ยมชมที่อยู่ที่เรียบง่าย รวมถึงจุดที่ร่างเขาถูกนำไปเผาอย่างเร่งรีบหลังการเสียชีวิต

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ที่เมืองกอริ ในจอร์เจีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสตาลิน มีพิพิธภัณฑ์ของเขาโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ข้างบ้านหลังที่เขาเกิด

พิพิธภัณฑ์สตาลิน - กอริ, จอร์เจีย

ในปี 1961 ผู้นำโซเวียต นิกิตา ครุสชอฟ อนุมัติให้มีการขุดร่างของโจเซฟ สตาลิน อดีตผู้นำโซเวียต ออกจากหลุมศพซึ่งอยู่เคียงข้างร่างของวลาดิเมียร์ เลนิน ขณะนี้ ร่างของชายซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลเผด็จการที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางว่ากดขี่ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สังหาร และทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนอาหารซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน ถูกฝังอยู่ข้างกำแพงเครมลินในกรุงมอสโก

ที่เมืองกอริ ในจอร์เจีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสตาลิน มีพิพิธภัณฑ์ของเขาโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ข้างบ้านหลังที่เขาเกิดเมื่อปี 1878 สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชายผู้นำกองทัพแดงของโซเวียตบุกประเทศบ้านเกิดของเขาเองและนำไปสู่การนองเลือดในปี 1921

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนในพื้นที่ระบุว่าร่างของซัดดัม ฮุสเซน ถูกย้ายออกไปยังสถานที่ที่ไม่ถูกเปิดเผยตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

สุสานซัดดัม ฮุสเซน - ทิกริต, อิรัก

หลังจากถูกโค่นลงจากอำนาจเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2003 ซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรัก ถูกตัดสินประหารชีวิตและถูกแขวนคอเสียชีวิต 3 ปีหลังจากนั้น

ร่างของเขาถูกนำไปฝังที่ทิกริต เมืองเกิด เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ปี 2006 ในสุสานที่มีการป้องกันแน่นหนาจากศัตรูของเขา ทิกริตเป็นถิ่นของชาวมุสลิมซุนนี ในประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์

แต่ในปี 2015 บีบีซีรายงานว่าสุสานแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงในช่วงที่มีการต่อสู้ระหว่างกองกำลังอิรัก กองกำลังติดอาวุธชีอะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และกองกำลังไอเอส

อย่างไรก็ตาม คนในพื้นที่ระบุว่าร่างของซัดดัม ฮุสเซน ถูกย้ายออกไปยังสถานที่ที่ไม่ถูกเปิดเผยตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้นำเผด็จการ บอกว่า สถานที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของการ "ไถ่โทษและปรองดอง"

หุบเขาแห่งผู้ล่วงลับ - สเปน

หลังจากการก่อสร้างนาน 20 ปี Valley of the Fallen หรือ หุบเขาแห่งผู้ล่วงลับ ถูกเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 เม.ษ. ปี 1959 โดยนายพลฟรังโก ผู้นำเผด็จการ บอกว่า สถานที่นี้เป็นสัญลักษณ์ของการ "ไถ่โทษและปรองดอง" หลังสงครามกลางเมืองสเปนที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1936 ถึง 1939

แต่สถานที่นี้ซึ่งอยู่ชานกรุงมาดริดกลับก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงเมื่อกลายมาเป็นที่ฝังศพของนายพลฟรังโกเสียเอง ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้เสียชีวิตในการสู้รบช่วงที่เกิดสงครามกลางเมือง จากนั้นเป็นต้นมา สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดหมายของผู้สนับสนุนผู้นำฟาสซิสต์ผู้นี้ แม้ว่าจะมีกฎหมายห้ามเดินขบวนสนับสนุนนายพลฟรังโกก็ตาม

รัฐบาลสเปนพยายามหาทางออกอยู่หลายปีว่าจะจัดการกับร่างของนายพลผู้นี้อย่างไร แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติขั้นตอนที่จะขุดร่างของเขาออกจากหุบเขาแห่งผู้ล่วงลับเมื่อเดือน ก.ย. ที่แล้ว แต่ขั้นตอนดังกล่าวก็ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ไม่จบ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เชื่อกันว่า เอสโกบาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 พันคน กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีผู้คลั่งไคล้ชื่นชอบเขา

หลุมศพปาโบล เอสโกบาร์ - อิตากุย, โคลอมเบีย

สตีฟ ซิมมอนส์ ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่สนใจตำนานของคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นพ่อค้ายาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ชาวเวลส์ผู้นี้ก่อเรื่องหลังจากไปสูดผงโคเคนบริเวณหลุมศพของเอสโกบาร์ในเมืองอิตากุย นี่เป็นเหตุผลทำให้เขาถูกสั่งห้ามเข้าโคลอมเบียเป็นเวลา 5 ปี ไม่สามารถไปหาแฟนสาวและลูกสาวแฝดของเขาได้ นอกจากนี้ เขายังถูกขู่ฆ่าอีกด้วย

เชื่อกันว่า เอสโกบาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 พันคน กระนั้นก็ตาม ก็ยังมีผู้คลั่งไคล้ชื่นชอบเขา และยิ่งมากขึ้นอีกเมื่อชีวิตเขาถูกนำไปทำเป็นซีรีส์ "Narcos" ทางเน็ตฟลิกซ์

นอกจากนี้ ในเมืองก็ยังมีการจัดทัวร์นำเที่ยวสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเอสโกบาร์อีกด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ในปี 2010 แต็กบลองช์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้มีแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว AWB ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตโดยอดีตลูกจ้างในไร่ของเขานั่นเอง

ไร่ของยูจีน แต็กบลองช์ - เว็นเทอรส์ดอร์บ, แอฟริกาใต้

เมื่อการแบ่งแยกสีผิวและเชื้อชาติที่เรียกว่า "อพาร์ไทด์" (apartheid) ในแอฟริกาใต้สิ้นสุดลงกลางช่วงปี 1990 ยูจีน แต็กบลองช์ เจ้าของไร่ซึ่งเป็นคนผิวขาว เป็นคนหนึ่งที่พยายามต่อต้านไม่ให้การแบ่งแยกนี้สิ้นสุดลง

ในปี 2010 แต็กบลองช์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้มีแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว AWB ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตโดยอดีตลูกจ้างในไร่ของเขานั่นเอง

ในปี 2014 มีการเสนอต่อคณะกรรมการมรดกแห่งชาติแอฟริกาใต้ ให้กำหนดให้ฟาร์มแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกแต่ก็ถูกปฏิเสธตามคาด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อนุสรณ์สถานแห่งชาติเขารัชมอร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งลัทธิชาตินิยมอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง

เมานต์รัชมอร์ - คีส์สโตน, สหรัฐฯ

เมานต์รัชมอร์ หรือ อนุสรณ์สถานแห่งชาติเขารัชมอร์ เป็นสัญลักษณ์แห่งลัทธิชาตินิยมอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง การแกะสลักหินภูเขาเป็นรูปใบหน้าของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ 4 คน ได้แก่ จอร์จ วอชิงตัน, โทมัส เจฟเฟอร์สัน, ธีโอดอร์ รูสเวลต์ และอับราฮัม ลินคอร์น ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 2 ล้านคนต่อปี ให้มายังเมืองเล็ก ๆ อย่างคีส์สโตน

สถานที่ซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1927 ถึง 1941 ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงเรื่องสิทธิของชนพื้นเมือง ภูเขาแบลคฮิลลส์ ในรัฐเซาท์ดาโกตา ซึ่งถูกนำไปแกะสลัก ถือเป็นกรรมสิทธิ์ตลอดกาลของชาวลาโคตา ซูซ์ (Lakota Sioux) ตามสนธิสัญญาเมื่อปี 1868 และภูเขานี้ก็เป็นสถานที่ศักสิทธิ์ของพวกเขา

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม