เพราะอะไรชายผิวขาวออสเตรเลียจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุถล่ม 2 มัสยิดในนิวซีแลนด์

  • 16 มีนาคม 2019
เบรนตัน Image copyright Reuters

ภาพที่น่าสยดสยองแสดงให้เห็นว่าเขาระดมกระสุนใส่ในระยะประชิดแบบไม่เลือกหน้าไปทั้งชาย หญิง และเด็กในมัสยิด อัล นูร์

ก่อนหน้านี้ ชายผู้นี้ โพสต์ทางออนไลน์เอกสารที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคาย ยกย่องลัทธิความรุนแรงแบบฝ่ายขวา

ต่อมา ชายผู้หนึ่งในวัย 20 ตอนปลาย ก็ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม

เมื่อวันศุกร์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สกอต มอร์ริสัน ออกมายืนยันว่า ชายผู้หนึ่งที่ถูกทางการนิวซีแลนด์คุมตัวไว้ เป็นพลเมืองสัญชาติออสเตรเลียแต่กำเนิด

นายมอร์ริสันเรียกชายผู้นี้ว่าเป็น "ผู้ก่อการร้ายที่นิยมลัทธิความรุนแรงแบบฝ่ายขวา" และประกาศว่า ทางการออสเตรเลียจะให้ความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ในการสอบสวนครั้งนี้

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพของชายผู้ต้องสงสัย

การถ่ายทอดสดการก่อเหตุร้าย

ดูเหมือนว่าชายในภาพผูกกล้องวิดีโอไว้กับศีรษะเพื่อถ่ายทอดสดเหตุร้ายที่เกิดในกลางเมืองไครสต์เชิร์ช

ภาพเหตุการณ์นี้ ที่เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว ถูกถ่ายทอดสดออกทางโลกออนไลน์ ในหลายช่องทาง รวมทั้งทางเฟซบุ๊กในช่วงสั้นๆ

เสียงเพลงที่มาจากรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย คือเพลงเพื่อการสวนสนามของหน่วยติดอาวุธชาตินิยมเซอร์เบียที่ชื่อ เชตนิกส์ ที่ปฏิบัติการในสงครามบอสเนียระหว่างปี 1992-1995 เนื้อหาของเพลงคือการเชิดชู นายราดอวาน คาราจิช ผู้นำชาวเซิร์บแห่งบอสเนีย ที่ต่อมาถูกตัดสินว่ามีความผิด ฐานเป็นอาชญากรสงคราม ก่อโศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในบอสเนีย ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ที่เมืองเซเบรนิกา กว่า 8,000 ราย ระหว่างเกิดสงครามในบอสเนีย ช่วงปี 2535-2538

ชื่อของชายหลายคนที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานสังหารชาวมุสลิมและผู้อพยพ ปรากฎอยู่บนอาวุธหลายชนิดของผู้ต้องสงสัยรายนี้

มีถ้อยคำว่า "เพื่อรอทเธอร์แฮม" ปรากฏอยู่บนอาวุธชิ้นหนึ่ง ซึ่งหมายความถึงเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดเด็กครั้งใหญ่ในอังกฤษ ส่วนอีกข้อความหนึ่ง อ้างอิงถึง สมรภูมิในประวัติศาสตร์ระหว่างชาติยุโรปกับจักรวรรดิออตโตมัน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชื่อของชายหลายคนที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานสังหารชาวมุสลิมและผู้อพยพ ปรากฎอยู่บนอาวุธหลายชนิดของผู้ต้องสงสัยรายนี้

ความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์

สื่อออสเตรเลียรายงานว่า เบรนตัน ทาร์แรนต์ มีพื้นเพมาจากเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ 600 กม. และเคยทำงานในยิมออกกำลังกายแห่งหนึ่ง อดีตนายจ้างของเขาบอกกับ ช่อง 7 ของ ออสเตรเลียว่า "เขาไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความคิดแบบสุดโต่ง หรือ พฤติกรรมเพี้ยน ๆ เลย"

เอกสารที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบคายที่เขาโพสต์นั้น มีความยาวถึง 16,500 คำ มีชื่อว่า "การแทนที่ครั้งใหญ่" (The Great Replacement) ซึ่งตรงกับชื่อของขบวนการเคลื่อนไหวระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์

เขาระบุว่าเขาเริ่มวางแผนก่อเหตุร้ายตั้งแต่กลับจากการเยือนยุโรปเมื่อปี 2017 เนื่องจากขุ่นเคืองใจจากหลายเหตุการณ์ที่นั่น โดยเฉพาะ เหตุผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสหรือรัฐอิสลามก่อเหตุโจมตีด้วยรถบรรทุกในสวีเดน และการที่ชาวฝรั่งเศสเลือกนายเอ็มมานูเอล มาครง นักการเมืองสายกลาง เป็นประธานาธิบดี อีกทั้งความหลากหลายทางเชื้อชาติในฝรั่งเศส

แม้เขาอ้างว่า สิ่งที่ทำไปไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เขาลงบันทึกอย่างละเอียดถึงกระบวนการ และวิธีคิดของเขาในหลายประเด็น และยอมรับว่าเขาตั้งใจว่าจะรอดชีวิตจากการก่อเหตุร้ายครั้งนี้ ซึ่งจะกระพือความสะพรึงกลัวออกไป

Image copyright EPA

ในเอกสารระบุว่า เขาเลือกมัสยิด อัล นูร์ เป็นเป้าหมายตั้งแต่ 3 เดือนก่อน แต่เว็บไซต์ข่าวสืบสวนสอบสวน เบลลิงแคท บอกว่า เอกสารนี้เป็นกับดักล่อนักข่าว เป็นรูปแบบการป่วนอย่างหนึ่ง "เพื่อเบี่ยงเบนการถกเถียงที่เป็นสาระและทำให้ผู้อ่านหลงประเด็น"

โดมินิก แคสสิอานิ ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า ความเชื่อหลักของทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดนี้ก็คือ "พลเมืองยุโรป" กำลังถูกปล่อยให้ตายและถูกแทนที่ด้วยผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่าง ต่ำต้อย และอันตรายกว่า

แนวคิดแบบนี้ก็คือ สัญญาณที่ส่งออกมาเพื่อความเกลียดชังหรือเกลียดกลัวชาวมุสลิม และส่วนหนึ่งของทฤษฏีนี้ก็คือ รัฐและบรรษัทจับมือกันเพื่อ"ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว" โดยการเพิ่มอัตราจำนวนคนเข้าเมืองให้สูงขึ้นเพื่อทำให้ทุนนิยมของโลกเดินหน้าต่อไปไม่หยุด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

แล้วผู้ต้องขังอื่นเล่า

นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ บอกว่า ผู้ต้องสงสัยอื่นๆที่ถูกคุมขังแล้ว ไม่มีใครที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของฝ่ายความมั่นคง

เธอแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า เหตุโจมตีครั้งนี้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าระดับหนึ่ง และเชื่อว่าจะได้ภาพชัดเจนขึ้น หลังการสอบปากคำของตำรวจ ที่ระบุว่า จะพาตัวชายวัย 28 ปีไปศาลในวันเสาร์

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ตำรวจยืนเฝ้าระวังพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม