เมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สิงคโปร์ ฮ่องกง ปารีส ครองอันดับ 1 ร่วม ส่วน กทม.อยู่ที่ 41

  • 19 มีนาคม 2019
The Marina Bay Sands hotel and resorts (L) and the ArtScience Museum (R) are illuminated under the evening sky in Singapore on March 8, 2019 Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ สิงคโปร์ครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก 5 ปีซ้อน

กรุงปารีสของฝรั่งเศส สิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ของจีน ได้รับการจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกประจำปี 2019 ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 41

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 30 ปีในการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit (EIU) หน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจของนิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ ที่มี 3 เมืองครองอันดับ 1 ร่วมกัน

โดยผลการจัดอันดับนี้ มาจากการสำรวจและเปรียบเทียบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่าง ๆ เช่น ราคาขนมปัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ค่าตัดผม ค่าเดินทาง และค่าที่พักอาศัย ใน 133 เมืองทั่วโลก แล้วเอาราคาดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับราคาในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของการจัดอันดับค่าครองชีพครั้งนี้

สำหรับสิงคโปร์นั้นครองอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อนแล้ว

Image copyright Reuters

ดัชนีค่าตัดผม

ส่วนกรุงปารีส เป็น 1 ใน 4 เมืองของยุโรปที่ติด 1 ใน 10 เมืองค่าครองชีพสูงสุด ของปีนี้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าตัดผมสตรีในกรุงปารีส มีราคา 119.04 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,690 บาท) เมื่อเทียบกับนครซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ที่ 73.97 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,293 บาท) และนครโอซากา ของญี่ปุ่น อยู่ที่ราคา 53.46 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,657 บาท)


10 เมืองค่าครองชีพแพงที่สุด ประจำปี 2019
อันดับ เมือง ประเทศ
1 สิงคโปร์ สิงคโปร์
1 ปารีส ฝรั่งเศส
1 ฮ่องกง จีน
4 ซูริก สวิตเซอร์แลนด์
5 เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
5 โอซากา ญี่ปุ่น
7 โซล เกาหลีใต้
7 โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก
7 นิวยอร์ก สหรัฐฯ
10 เทลอาวีฟ อิสราเอล
10 ลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ

ค่าครองชีพในอาเซียนพุ่งสูงขึ้น

EIU ชี้ว่า ข้อมูลที่น่าสนใจในปีนี้คือ ค่าครองชีพในหลายเมืองเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังพุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อปีที่แล้ว

โดยกรุงเทพฯ อยู่อันดับที่ 41 ร่วมกับนครบริสเบนของออสเตรเลีย และกรุงเวลลิงตันของนิวซีแลนด์ ขณะที่กรุงฮานอยของเวียดนามอยู่ในอันดับที่ 60 ตามด้วยกรุงพนมเปญของกัมพูชา ซึ่งอยู่อันดับที่ 76

นครโฮจิมินห์ของเวียดนามอยู่อันดับที่ 80 และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียมีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 88 ของโลก ขณะที่อันดับที่ 90 เป็นของกรุงบันดาร์เซอรีเบอกาวัน ประเทศบรูไน ส่วนกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย และกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ครองอันดับที่ 92 เท่ากัน

ส่วนเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกคือ กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา แม้กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ มีอัตราเงินเฟ้อเกือบแตะ 1,000,000% เมื่อปีที่แล้ว จนทำให้รัฐบาลต้องออกธนบัตรสกุลโบลิวาร์แบบใหม่ ที่มีการตัดจำนวนเลขศูนย์ออก 5 หลัก

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ราคากาแฟสะท้อนวิกฤตเงินเฟ้อในเวเนซุเอลา

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคากาแฟ 1 แก้วในกรุงการากัส เพิ่มขึ้นสองเท่าไปอยู่ที่ 400 โบลิวาร์ (ราว 19 บาท) ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

ส่วนกรุงดามัสกัส ของซีเรีย เป็นเมืองค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลกอันดับ 2 ตามด้วยกรุงทาชเคนต์ของอุซเบกิสถาน ซึ่งอันดับ 3 และอันดับ 4 เป็นของเมืองอัลมาตีของคาซัคสถาน ส่วนอันดับ 5 เป็นของเมืองบังคาลอร์ของอินเดีย


10 เมืองค่าครองชีพต่ำที่สุด ประจำปี 2019
อันดับ เมือง ประเทศ
1 การากัส เวเนซุเอลา
2 ดามัสกัส ซีเรีย
3 ทาชเคนต์ อุซเบกิสถาน
4 อัลมาตี คาซัคสถาน
5 บังคาลอร์ อินเดีย
6 การาจี ปากีสถาน
6 เลกอส ไนจีเรีย
7 บัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา
7 เจนไน อินเดีย
8 นิวเดลี อินเดีย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม