กำจัดสุนัขและแมวนักล่าเพื่อคุ้มครองสัตว์ประจำถิ่นจะดีไหม

  • 28 มีนาคม 2019
แมวจรจัดมักจับสัตว์ป่าอื่นกินเป็นอาหาร Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แมวจรจัดมักจับสัตว์ป่าชนิดอื่นกินเป็นอาหาร

นักวิทยาศาสตร์นานาชาติเรียกร้องให้กำจัดแมว สุนัข หมู แพะ และหนูที่จับสัตว์อื่นกินเป็นอาหารเพื่อช่วยชีวิตสัตว์สายพันธุ์อื่นให้อยู่รอด

คณะนักวิทยาศาสตร์จากหลายประเทศเห็นตรงกันว่าการกำจัดสัตว์เหล่านั้นที่ไม่เคยได้รับการเลี้ยงดูโดยคน และใช้ชีวิตกึ่งสัตว์ป่าอยู่บนเกาะต่าง ๆ มากกว่า 100 เกาะ จะช่วยพิทักษ์สัตว์พันธุ์หายากที่สุดเอาไว้ได้

โดยในช่วง 500 ปีมานี้ สัตว์ อย่าง นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน ราว 75% ที่อาศัยอยู่บนเกาะหลายแห่งได้สูญพันธุ์ไปแล้ว และจำนวนมากเกิดจากการล่าของสัตว์ที่มนุษย์เป็นผู้นำไปสู่เกาะ

"การกำจัดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นผู้รุกรานเป็นวิธีการที่ดีในการนำสิ่งที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ที่เป็นสายพันธุ์ประจำถิ่นออกไปจากเกาะ ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญพันธุ์และยังปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพด้วย" ดร.นิก โฮล์ม แห่งกลุ่มพิทักษ์เกาะ (Island Conservation) กล่าว

ในรายงานศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ PLOS ONE ระบุว่ามีเกาะราว 107 แห่ง ที่โครงการกำจัดสัตว์ต่างถิ่นเหล่านี้จะช่วยปกป้องสัตว์ประจำถิ่นที่ถูกรุกรานได้ราว 9.4%

Image copyright ANDY SCHOFIELD (RSPB-IMAGES.COM)
คำบรรยายภาพ เกาะโกฟ หนึ่งในเกาะที่ทำโครงการพิทักษ์สัตว์ประจำถิ่น อย่าง นกอัลบาทรอส จากการรุกรานของสัตว์ต่างถิ่น
Image copyright JONATHAN HALL (RSPB-IMAGES.COM)
คำบรรยายภาพ นกอัลบาทรอส บนเกาะโกฟ

ที่ผ่านมามีเกาะหลายแห่งที่ทำโครงการกำจัดสัตว์ต่างถิ่นที่เข้าไปรุกรานและประสบความสำเร็จ อย่าง เกาะเซาท์จอร์เจีย ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ที่เพิ่งปลอดจากหนูเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ฝูงแพะจรจัดพี่พบเห็นในออสเตรเลียสามารถสร้างความเสียหายแก่ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติได้

นอกจากนี้ยังมีเกาะโพ้นทะเลอื่น ๆ ของสหราชอาณาจักรอีกราว 20 เกาะ ที่เข้าร่วมโครงการ เช่น เกาะโกฟ (Gough Island) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กกลางมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ มีแผนกำจัดหนูที่ล่าไก่ และนกทะเลกินเป็นอาหาร

ส่วนโครงการกำจัดหนูที่เกาะเฮนเดอร์สัน ในมหาสมุทรแปซิฟิก จะช่วยพิทักษ์นกทะเลประจำเกาะที่กำลังจะสูญพันธุ์เอาไว้ได้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม