เลือกตั้งอินโดนีเซีย 2019 : 5 เรื่องน่ารู้ของการเลือกตั้งวันเดียว "ที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก"

  • 15 เมษายน 2019
ผู้หญิงบาหลี หย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง 9 ธ.ค. 2015 Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวอินโดนีเซียจะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 17 เม.ย. นี้

ประชาชนราว 192 ล้านคนในอินโดนีเซียมีสิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะจัดขึ้นวันที่ 17 เม.ย. นี้

นี่เป็นครั้งแรกที่การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา, ประธานาธิบดี และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น จัดขึ้นในวันเดียวกัน

ถือเป็นกิจกรรมทางประชาธิปไตยครั้งมโหฬารที่จะกำหนดอนาคตของประเทศที่มีความหลากหลายและกว้างใหญ่ไพศาลอย่างอินโดนีเซีย

นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้

1. จะเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 17 เม.ย. นี้

มีผู้สมัครราว 245,000 คนจะลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อชิงที่นั่งสมาชิกสภานิติบัญญัติทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นกว่า 20,000 ที่นั่ง ทั่วอินโดนีเซีย ประเทศซึ่งมีเกาะน้อยใหญ่ราว 18,000 เกาะ และมีพื้นที่ราว 1.9 ล้านตารางกิโลเมตร

สถาบันโลวี (Lowy Institute) องค์กรคลังสมองของออสเตรเลีย เรียกการเลือกตั้งนี้ว่า เป็น "หนึ่งในการเลือกตั้งวันเดียวที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก"

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นจะทราบผลภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่จะต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์กว่าที่ผลเลือกตั้งขั้นสุดท้ายจะมีความชัดเจน

2. ใครลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีบ้าง

การเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นการชิงชัยกันระหว่างประธานาธิบดีโจโก วิโดโด และนายปราโบโว ซูบิอันโต อดีตนายพลของกองทัพ ซึ่งทั้งคู่เคยแข่งขันกันในการเลือกตั้งปี 2014 มาแล้ว

นายปราโบโว มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มชนชั้นนำทางการเมืองแบบดั้งเดิม เขาเคยแต่งงานกับบุตรสาวของพล.อ. ซูฮาร์โต อดีตเผด็จการ ซึ่งปกครองอินโดนีเซียมานาน 3 ทศวรรษ

เขาเคยเผชิญข้อกล่าวหาหลายข้อเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นภายในสมัย พล.อ. ซูฮาร์โต แต่เขายังไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิด

หลังจากอยู่ในต่างประเทศมานานหลายปี เขาได้กลับสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้งในปี 2009 โดยการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2014 เขาชูนโยบายต่อต้านความยากจน เขาบอกว่า ต้องการลดการว่างงานลง และสร้างงานใหม่

โจโก วิโดโด หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ โจโกวี มาจากพื้นเพที่สมถะ แต่กลายเป็นที่รู้จักจากนานาชาติ จากการได้เป็นผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาในปี 2012

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2014 เขาหาเสียงด้วยการบอกว่า เป็น "คนของประชาชน" และต่อต้านการทุจริต โดยรับปากว่า จะจัดการกับความยากจนและกำจัดระบบพวกพ้อง และการไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายวิโดโด (ขวา) และนายปราโบโว (ซ้าย) จะชิงชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง

ในช่วงที่เขาเป็นผู้นำ เศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ อัตราความยากจนลดต่ำลง และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหลายโครงการแล้วเสร็จ รวมถึง เครือข่ายรถไฟใต้ดินสายแรก ในกรุงจาการ์ตา

แต่เขาก็ได้สร้างความผิดหวังให้แก่ผู้สนับสนุนบางส่วน ด้วยการไม่ยอมทำตามคำสัญญาที่ระบุว่า จะแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เขายังพยายามดึงดูดการลงทุนต่างชาติจากหลายประเทศ เช่น จีน แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วย กล่าวหาเขาว่า ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ คู่ต้อสู้ของเขากล่าวหาเขาว่าขายประเทศให้แก่ชาวต่างชาติ

3. อะไรคือปัญหาสำคัญสำหรับชาวอินโดนีเซีย

โครงสร้างพื้นฐาน, การทุจริต, และเรื่องปากท้อง เป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งให้ความสำคัญ

แต่ปัญหาสำคัญคือ การเลือกตั้งนี้จะเป็นการบ่งบอกตัวตนระดับชาติของอินโดนีเซีย และเป็นการระบุว่า อินโดนีเซีย จะเลือกเส้นทางการเมืองแนวอิสลามหรือไม่

อินโดนีเซีย ไม่มีศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ แต่ประชากรมากกว่า 80% เป็นมุสลิม อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

กลุ่มศาสนาอนุรักษ์นิยม ได้แสดงออกเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในหลายกรณี เช่น การเอาผิด บาสุกี จาฮาจา หรือ อาฮก ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา (และพันธมิตรของโจโกวี) ในคดีดูหมิ่นศาสนาอิสลาม

ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจึงได้พยายามที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาให้การยอมรับศาสนาอิสลาม

นายโจโกวี ซึ่งเป็นกลุ่มสายกลางทางศาสนา ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการเลือก มารูฟ อามิน ลงสมัครคู่กับเขา นายมารูฟ เป็นครูสอนศาสนาที่ทรงอิทธิพล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประท้วงหลายครั้งที่ทำให้นายอาฮกต้องก้าวลงจากตำแหน่ง การเลือกนายมารูฟ จึงถูกมองว่าเป็นความพยายามในการดึงคะแนนเสียงผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งที่เป็นมุสลิมอนุรักษ์นิยม แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้เขาสูญเสียผู้สนับสนุนบางส่วนในกลุ่มเสรีนิยมและคนรุ่นใหม่

ส่วน นายปราโบโว สัญญาว่า จะคุ้มครองผู้นำศาสนาอิสลาม และเพิ่มเงินทุนสนับสนุนให้แก่โรงเรียนสอนศาสนาตามที่รัฐธรรมนูญอนุญาตให้ทำได้ เขาได้รับการยอมรับจากพรรคยุติธรรมรุ่งเรือง (Prosperous Justice Party) ซึ่งเป็นพรรคอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในสภา

ผู้สมัครที่เขาเลือกให้ลงเลือกตั้งคู่กับเขาคือ ซานดิอากา อูโน นักการเมืองที่มีความสามารถและอายุยังน้อย และยังเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุดของอินโดนีเซียอีกด้วย

นักวิเคราะห์ทำนายว่า จะมีผู้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งจำนวนมากตัดสินใจไม่ลงคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะรู้สึกผิดหวังกับนายโจโกวี แต่ก็ไม่ต้องการที่จะสนับสนุนการเมืองที่มุ่งเน้นศาสนาอิสลามอย่างเปิดเผยของนายปราโบโว

4. ใครคือผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งกลุ่มสำคัญ

จากข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า 40% ของผู้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง มีอายุระหว่าง 17- 35 ปี หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 80 ล้านคน

หลายพรรคการเมืองได้พยายามอย่างเต็มที่ในการดึงดูดฐานเสียงคนรุ่นใหม่ บางครั้งก็ได้ใช้วิธีการที่ไม่เคยทำมาก่อน

ปีที่แล้ว พรรคพีดีไอพีของนายโจโกวี ได้วางจำหน่ายสินค้า "แฟชั่น" รวมถึง เสื้อทีเชิ้ต, หมวก และเสื้อแจ็กเกต

รายงานของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (ISEAS) ระบุว่า นายปราโบโว ได้สร้างความสัมพันธ์กับบรรดา วล็อกเกอร์, ยูทิวเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์

ผู้สนับสนุนผู้สมัครทั้งสองคน ได้สร้างมิวสิกวิดีโอของตัวเองที่ทำให้ผู้คนจดจำได้ง่าย

5. ภัยข่าวปลอม

โซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลมากมาย ในอินโดนีเซีย ประเทศที่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก แต่เผชิญปัญหาข่าวปลอมแพร่ระบาดอย่างหนัก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ข้อมูลเท็จแพร่ระบาดในโซเชียลมีเดียของอินโดนีเซีย

มาฟินโด (Mafindo) ซึ่งเป็นองค์กรต่อต้านข่าวปลอมของอินโดนีเซีย ระบุว่า ข่าวปลอมและข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมือง เพิ่มขึ้น 61% ระหว่างเดือน ธ.ค. 2018 และ ม.ค. 2019

ผู้ร่วมก่อตั้งมาฟินโด กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ข้อมูลเท็จในสัดส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่นายโจโกวี กล่าวหาว่า นายโจโกวี เป็นผู้นับถือศาสนาคริสต์, มีบรรพบุรุษเป็นชาวจีน หรือเป็นคอมมิวนิสต์

สำหรับอินโดนีเซียซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ และมีความอ่อนไหวในเรื่องเชื้อชาติและอุดมการณ์ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ถือเป็นข้อกล่าวหารุนแรงมาก

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม