บริษัทที่ห้ามพนักงานทำงานวันพุธ

  • 8 พฤษภาคม 2019
ริมทะเล Image copyright Getty Images

โดย เซลินา ริเบโร

ทุกวันพุธ ขณะที่เพื่อนส่วนใหญ่กำลังทำงาน ทิฟฟานี ชโรเว็น อยู่ที่สนามเทนนิสเพื่อฝึกซ้อมการตีท่าแบคแฮนด์ให้ดีขึ้น

ชโรเว็น ไม่ได้อู้งาน เกือบปีแล้วที่ Versa บริษัทการตลาดด้านดิจิทัลในออสเตรเลียที่เธอทำงานอยู่ เลิกให้พนักงานมาทำงานในวันพุธ พนักงานทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ด้วยจำนวนชั่วโมงปกติ แต่ยังได้เงินเดือนเท่าเดิมอยู่

ไม่มีการทำงานหรือนัดประชุมในวันพุธ พนักงานต้องรับโทรศัพท์ก็แต่ในกรณีที่ลูกค้ามีธุระด่วนเท่านั้น

ชโรเว็น ตื่นเต้นเมื่อได้ยินแผนนี้ครั้งแรก แต่ก็ตั้งคำถามด้วยว่าตารางงานดังกล่าวจะดำเนินไปด้วยดีหรือไม่ ในฐานะผู้จัดการโครงการในบริษัท เธอต้องเป็นผู้ประสานระหว่างพนักงานและลูกค้า ต้องเป็นผู้รับหน้าหากงานไม่เสร็จตามกำหนด หรือเกิดความผิดพลาดด้านการสื่อสาร

สิ่งที่เกิดขึ้นคือพนักงานบริษัทปรับแผนเพื่อให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชโรเว็นพยายามให้งานบางชิ้นเสร็จก่อนวันพุธ พนักงานมีสมาธิในการประชุมมากขึ้นและก็คุยเล่นกันน้อยลง

"ทุกคนอยากให้แผนนี้ดำเนินไปได้ด้วยดีเพราะพวกเราชอบความยืดหยุ่นในการทำงาน หากฉันอยากให้วันพุธเป็นวันหยุดต่อไป ฉันก็วางแผนงานในแต่ละสัปดาห์ให้ดีขึ้น"

บริษัทเริ่มต้นนโยบายนี้เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว และ แคธ แบลคแฮม ผู้ก่อตั้งบริษัทและซีอีโอ บอกว่า จากนั้นเป็นต้นมา บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 46 เปอร์เซ็นต์ โดยได้กำไรมากขึ้นเกือบ 3 เท่า อย่างไรก็ดี แบลคแฮม ไม่ได้บอกว่านี่เป็นเพราะลดวันทำงานเพียงอย่างเดียว บริษัทได้งานเพราะบริษัทของเธอเป้นที่รู้จักว่าทำงานได้ดีเยี่ยมด้วย

Image copyright Getty Images

นับเป็นความสำเร็จสำหรับแบลคแฮมหลังจากที่เธอโน้มน้าวทีมผู้บริหารจนสำเร็จ และสัญญาว่าให้พนักงานกลับไปทำงาน 5 วันหากแผนนี้ไม่สำเร็จ แบลคแฮมก่อตั้งบริษัทขณะมีลูกเล็ก ๆ สองคน และตั้งใจจะเป็นผู้นำบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อตารางงานที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม

การพักกลางสัปดาห์เปิดโอกาสให้พนักงานได้ไปออกกำลังกาย ทำงานบ้าน ดูแลลูกเล็ก ๆ มุ่งความสนใจไปที่ธุรกิจส่วนตัว หรือไม่ก็แค่ดูเน็ตฟลิกซ์อยู่บ้าน แบลคแฮมบอกว่า พนักงานลาหยุดน้อยลง และก็พอใจกับงานมากขึ้น

ทำไมต้องวันพุธ

แบลคแฮมพบว่า การให้พนักงานเลือกวันหยุดเองทำให้เพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าไม่แน่ใจว่าพนักงานคนนั้น ๆ มาทำงานเมื่อไหร่ และนี่ก็ส่งผลต่อความสามารถในการผลิตงานไปด้วย

จาร์ร็อด ฮาร์ ศาสตราจารย์ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ บอกว่าเขาไม่แปลกใจเลย ในงานวิจัยของเขาเองที่ศึกษาพนักงานที่ทำงาน 4 วัน ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ชอบหยุดงานวันพุธที่สุด

"การได้พักวันพุธเท่ากับคุณกลับไปทำงานวันพฤหัสบดีด้วยความสดชื่น และนี่เป็นตอนที่คุณรู้สึกว่าผลิตงานได้มากที่สุด" ศ.ฮาร์ กล่าว

บริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์ Perpetual Guardian ทดลองให้พนักงานทำงานเพียง 4 วันตั้งแต่ปีที่แล้ว และไม่พบว่าความสามารถในการผลิตลดน้อยลงเลย พนักงานลาป่วยน้อยลง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่บริษัทก็ต้องเสียพนักงานบางคนที่ไม่สามารถทำงานแบบยืดหยุ่นและเข้มข้นกว่าเดิมได้

ในขณะที่แบลคแฮมจาก Versa อยากให้ที่ชีวิตของพนักงานมีความยืดหยุ่นและมีความสมดุลมากขึ้น แอนดรูว์ บาร์นส์ ซีอีโอและเจ้าของ Perpetual Guardian เริ่มต้นแผนทำงานนี้หลังอ่านงานวิจัยที่พบว่า พนักงานมีความสามารถในการผลิตงานวันละแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น และเขาคิดว่าต้องมีวิธีจัดการเวลาได้ดีกว่าเก่า

การทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ไม่ได้มีมาแต่โบราณ เฮนรี ฟอร์ด ผู้ผลิตรถยนต์ เป็นผู้ริเริ่มให้พนักงานได้หยุดช่วงสุดสัปดาห์ในปี 1926 โดยคิดว่าพนักงานจะมีความสามารถในการผลิตงานได้มากกว่าเก่า นักเศรษฐศาสตร์ จอห์น เมนาร์ด เคย์นส์ เคยทำนายในปี 1930 ไว้ว่า ที่สุดแล้ว เวลาทำงานในแต่ละสัปดาห์จะลดเหลือแค่ 15 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี การทดลองให้คนทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเสียหมด บ้านพักคนชราแห่งหนึ่งในเมืองโกเธนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ทดลองให้พนักงานทำงานวันละ 6 ชั่วโมงและพบว่า แม้ว่าคนจะลาป่วยน้อยลงและความสามารถในการผลิตงานมากขึ้น แต่บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างพนักงานมาทำงานช่วงที่ขาดคนมากขึ้น

ธุรกิจสตาร์ทอัพหลายแห่งในสหรัฐฯ กลับไปให้พนักงานทำงาน 5 วันเหมือนเดิมหลังจากพบว่าบริษัททำงานสู้เจ้าอื่นไม่ได้และพนักงานก็เคร่งเครียดมากขึ้น

Image copyright Getty Images

ไม่ใช่แค่เรื่องงาน

แอนดรูว์ บาร์นส์ บอกว่า การเปลี่ยนตารางงานสามารถช่วยแก้ปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ได้ด้วย เขาบอกว่า ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง 1 ใน 5 ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของเขาจะกำลังเผชิญกับความเครียด และการทำงาน 4 วันก็เป็นการแก้ปัญหานี้ ซึ่งก็ส่งผลต่องบสำหรับค่ารักษาพยาบาลอีกต่อ

"หากพ่อแม่สามารถใช้เวลากับลูกได้มากขึ้น ก็จะส่งผลต่อผลการศึกษาของเด็ก หากไม่ต้องขับรถออกไปติดอยู่ในชั่วโมงเร่งด่วน มันจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร"

เร คูเพอร์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพศและการว่าจ้างงาน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า การทำงาน 4 วันยังแก้ปัญหาที่ออสเตรเลียมีผู้หญิงที่มีความสามารถทำงานน้อยลง

เธอบอกว่า โดยเฉลี่ยผู้หญิงออสเตรเลียจะมีลูกคนแรกตอนอายุ 30 ต้น ๆ และนั่นเป็นช่วงที่คนกำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เงินเดือนมากขึ้น พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น "และเราก็ต้องเสียผู้หญิงเหล่านั้นไปเพราะเราไม่ให้ทางเลือกให้พวกเธอเป็นทั้งแม่และผู้ทำงานที่มีประสิทธิภาพ"

และนี่เป็นสิ่งที่ แบลคแฮม จากบริษัท Versa ต้องการจะเปลี่ยนแปลง เธออยากให้ลูกสาวตัวเองสามารถมีทั้งชีวิตครอบครัวและการงานที่ดีได้

"ไม่ควรมีใครที่ต้องมาต่อสู้เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงาน"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม