คราฟท์เบียร์เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเบียร์ในจีนอย่างไร

  • 15 พฤษภาคม 2019
ผู้หญิงจีนดื่มเบียร์มากขึ้นเช่นกัน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้หญิงชาวจีนก็ดื่มเบียร์มากขึ้นเช่นกัน

พฤติกรรมการบริโภคเบียร์ของชาวจีนกำลังเปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งมาจากกระแสของคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ที่หันมาดื่ม "เบียร์ทำมือ" หรือ เรียกอีกอย่างว่า "คราฟท์เบียร์" มากขึ้น ส่งผลให้โรงกลั่นเบียร์รายย่อยและรายใหญ่ พยายามรังสรรค์รสชาติใหม่ แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจีน เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่งมีแนวโน้มนับวันยิ่งเติบโต

ภายในโรงกลั่นเบียร์ของ "จิง เอ" รายล้อมไปด้วยถังสแตนเลสขนาดใหญ่หลายใบ ขณะที่เครื่องจักรก็ทำงานเสียงดังก้อง คริสเตียน ลี ผู้ก่อตั้งคราฟท์เบียร์ยี่ห้อนี้ บรรจงบิดก๊อก ปล่อยให้เบียร์สีเหลืองอำพันรินไหลลงมาในแก้ว และชิมพร้อมกล่าวออกมาว่า "อืม รสชาติดี"

ลี เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่เข้ามาอาศัยในกรุงปักกิ่งของจีนตั้งแต่ปี 2000 งานอดิเรกของเขา คือ กลั่นคราฟท์เบียร์ให้เพื่อน ๆ ได้ลองชิมและสังสรรค์กัน จนกระทั่งในปี 2012 เขาและเพื่อน ๆ มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนกิจกรรมยามว่างให้กลายเป็นธุรกิจ ด้วยการ ก่อตั้งบริษัทคราฟท์เบียร์ขนาดย่อมในชื่อ "จิง เอ" (Jing A)

"เราแค่พยายามสร้างสรรค์เบียร์ที่ยอดเยี่ยม ดื่มสนุก และมีรสชาติโดดเด่น" ลี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ภายในบาร์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารโรงกลั่นเบียร์ของเขา

แม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ จิง เอ ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่น ด้วยจุดขายที่เป็นเบียร์ที่ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ข้าวแดง ขิง และพริกไทย เป็นต้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ "เราแค่พยายามสร้างสรรค์เบียร์ที่ยอดเยี่ยม" คริสเตียน ลี (ขวา)
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ปฏิวัติเบียร์เลือดมังกรกับตลาดแอลกอฮอล์ที่พุ่งทะยาน

"สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับจีนคือ ประวัติศาสตร์ด้านอาหารที่ยาวนาน มีวัตถุดิบให้เลือกสรรมากมาย ตั้งแต่ ชา เครื่องเทศ สมุนไพร เรายังทดลองผลิตเบียร์จากข้าวหลากชนิดอีกด้วย"

คราฟท์เบียร์แดนมังกร

ตลาดคราฟท์เบียร์ในจีน เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เป็นผลจากอัตราการบริโภคจากชนชั้นกลางและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้โรงกลั่นเบียร์รายย่อยและรายใหญ่หลายเจ้า พยายามแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาด ด้วยเบียร์ที่มีเอกลักษณ์ ทั้งสีสันและรสชาติที่หลากหลาย

บริษัท ไชน่า รีซอร์ส สโนว์ บริวเวอรี (CRSB) หนึ่งในผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของจีน ตอนนี้ มีผลิตภัณฑ์เบียร์ใหม่ที่เจาะกลุ่มชนชั้นกลาง-ชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ เบรฟ (Brave), เวิลด์ ซูเปอร์ เอ็กซ์ (World Super X) และ มาร์ส กรีน (Marrs Green) ในราคา 37-70 บาทต่อขวด

ไป่ จ้าวเจี้ย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาดของ CRSB ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีจีทีเอ็นว่า คราฟท์เบียร์เป็นกระแสที่บริษัทเบียร์ทุกเจ้าในจีนต้องเร่งปรับตัวตาม มิเช่นนั้น "จะกลายเป็นผู้แพ้ในศึกที่ดุเดือด"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สายการผลิตเบียร์ของ บริษัท ไชนา รีซอร์ส สโนว์ บริวเวอรี (CRSB)

"ยุทธศาสตร์เดิมของเรา คือ พยายามทำยอดขายให้สูงที่สุด เราจึงพยายามผลิตเบียร์ที่ตอบโจทย์นักดื่มส่วนใหญ่ในจีน" แต่ "มาวันนี้ คนรุ่นใหม่มีรสนิยมที่แตกต่าง เราจึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบความต้องการของพวกเขา"

การสร้างแบรนด์คราฟท์เบียร์ ช่วยให้รายได้ของทางบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบ 8% โดยยอดขายจากผู้บริโภคชนชั้นกลาง-สูง พุ่งขึ้นเกือบ 5% กลับกันยอดขายเบียร์ราคาถูกกว่า ลดต่ำลง 3-4% สะท้อนถึงพฤติกรรมการดื่มของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนไป

กลั่นเบียร์ = ปรุงอาหาร

อวิ๋น บริวอิง (Yun Brewing) อีกบริษัทคราฟท์เบียร์ขนาดย่อมของจีน ที่ผลิตเบียร์รสชาติติดปากหลายคน และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ คือ จาง จวินหยง ที่ตนเองก็เป็นนักกลั่นเบียร์ด้วย เขามองว่า การทำเบียร์ก็เหมือนการทำอาหารนั่นเอง

"คิดถึงตอนทำอาหารให้เพื่อน ๆ ทาน มันก็เหมือนกลั่นเบียร์ให้เพื่อน ๆ ได้ลิ้มลอง เป็นเบียร์กลั่นในบ้าน ตำรับเบียร์กลั่นในครัวเรือน"

แต่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่จีนทุกคนที่ชอบคราฟท์เบียร์เลือดมังกร แม้ว่าจะมีหลายยี่ห้อ หลากรสชาติให้เลือกดื่ม

Image copyright South China Morning Post
คำบรรยายภาพ แล้วคุณชอบคราฟท์เบียร์แบบไหน

"ส่วนตัวแล้ว ผมชอบดื่มเบียร์นำเข้ามากกว่า" วิลสัน คิม แสดงความเห็น ระหว่างสังสรรค์อยู่ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง "เพราะรสชาตินุ่นนวลไม่เปลี่ยน"

ขณะที่ จ้าง ฉางฉาง มองว่า ขึ้นอยู่กับรสชาติของแต่ละยี่ห้อ

"ฉันไม่ได้พูดว่าคราฟท์เบียร์นำเข้ารสชาติดีกว่า แต่ช่วง 2 ปีมานี้ คราฟท์เบียร์จีนทำออกมาได้ดีมากขึ้น"

ทั่วโลกดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น

จุลสารทางการแพทย์ เดอะ แลนเซ็ต (The Lancet) เปิดเผยผลสำรวจเมื่อเดือน พ.ค. 2019 พบว่า ประชากรโลกบริโภคแอลกอฮอล์มากขึ้นกว่าเมื่อ 30 ปีก่อน โดยในช่วงปี 1990-2017 ทั้งโลกดื่มเบียร์มากขึ้น 10% เป็นผลจากปริมาณการดื่มที่เพิ่มขึ้นของจีนและอินเดีย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนทั่วโลกดื่มเบียร์กันมากขึ้น

หากอัตราเพิ่มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรจะพุ่งสูงขึ้นอีก 17% ในอีก 1 ทศวรรษนับจากนี้ และภายในปี 2030 ผู้ใหญ่กว่าครึ่งจะเป็นผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และ 1 ใน 4 ของจำนวนนี้จะ "ดื่มอย่างหนัก" อย่างน้อยเดือนละครั้ง

สำหรับจีนนั้น ผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ย 11 ลิตรต่อปี ส่วนใหญ่เป็นเหล้าและเบียร์ ส่วนผู้หญิงดื่มราว 7 ลิตรต่อปี แม้ว่าจะถือว่าน้อยกว่าตัวเลขชาวอเมริกันมาก แต่ถือว่าชาวจีนบริโภคแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเกือบ 70% นับแต่ปี 1990

และในปี 2030 คาดการณ์ว่าผู้ใหญ่จีน ทั้งชายและหญิง จะดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยมากกว่า 10 ลิตรต่อปี แซงหน้าสหรัฐฯ ที่ ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 9.5 ลิตรต่อปี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม