เตือนผู้ชายใช้สเตียรอยด์เสริมหล่อ เสี่ยงเป็น "สิ่งชำรุดทางวิวัฒนาการ"

  • 28 พฤษภาคม 2019
ผู้ชายยกน้ำหนัก Image copyright Getty Images

นักวิทยาศาสตร์อังกฤษและสหรัฐฯ เผยถึงความย้อนแย้งทางวิวัฒนาการที่กำลังเกิดขึ้นในหมู่มนุษย์เพศชาย โดยชี้ว่าความพยายามที่จะเสริมหล่อด้วยการใช้สเตียรอยด์ เพื่อให้รูปลักษณ์ดึงดูดใจเพศตรงข้ามและหาคู่ได้ง่ายขึ้นนั้น กลับส่งผลข้างเคียงทำให้เป็นหมัน ซึ่งเท่ากับทำลายโอกาสในการดำรงเผ่าพันธุ์ อันเป็นจุดประสงค์หลักในการหาคู่ที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ดร.เจมส์ มอสส์แมน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ของสหรัฐฯ และศาสตราจารย์อัลลัน เพซีย์ จากมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์ของอังกฤษ เผยว่าพฤติกรรมย้อนแย้งดังกล่าวพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน และกำลังบั่นทอนความสามารถในการเจริญพันธุ์ของเพศชายในวงกว้าง

รายงานว่าด้วยพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อวิวัฒนาการของมนุษย์นี้ ได้รับการเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Journal of Internal Medicine โดยมีการเรียกชื่อพฤติกรรมดังกล่าวว่า "ความย้อนแย้งมอสส์แมน-เพซีย์" (Mossman-Pacey paradox) ตามชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบ

ความย้อนแย้งทางวิวัฒนาการนี้เกิดขึ้น เมื่อความตั้งใจของเพศชายที่จะหาคู่เพื่อขยายเผ่าพันธุ์และสืบทอดพันธุกรรมของตนเองไปยังลูกหลานนั้น กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถมีทายาทได้

ดร. มอสส์แมนอธิบายว่า "ผู้ชายที่ใช้สารสเตียรอยด์พยายามทำให้ตัวเองกล้ามโตและดูตัวใหญ่กว่าปกติ เหมือนกับลักษณะของเพศชายที่อยู่ในขั้นสุดยอดของวิวัฒนาการ แต่แท้ที่จริงแล้ว พวกเขากำลังทำให้ตัวเองกลายเป็นสิ่งชำรุดทางวิวัฒนาการมากกว่า เพราะแต่ละคนไม่มีเชื้ออสุจิเหลืออยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว"

การใช้สารจำพวกแอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ซึ่งเป็นที่นิยมกันในหมู่นักเพาะกาย ส่งผลเสียต่อความสามารถในการมีบุตรของผู้ชายอย่างมาก แม้ว่าสารดังกล่าวจะให้ผลเลียนแบบฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรน ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของกล้ามเนื้อได้ แต่ในขณะเดียวกัน สารนี้จะทำให้ต่อมพิทูอิทารีในสมองเข้าใจผิดว่าอัณฑะกำลังทำงานหนัก จนหยุดการผลิตฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยในการผลิตตัวอสุจิไปอย่างสิ้นเชิง

คำบรรยายภาพ ดร.เจมส์ มอสส์แมน (ซ้าย) และศ. อัลลัน เพซีย์ (ขวา)

การใช้สารแอนาบอลิกสเตียรอยด์ ยังพบได้มากในหมู่คนที่มีปัญหาเรื่องผมบางศีรษะล้านอีกด้วย โดย ศ.เพซีย์ บอกว่า "ปัญหานี้ยังพบได้น้อยกว่ากรณีการใช้สเตียรอยด์สร้างกล้ามเนื้อ แต่ปัจจุบันยอดขายยาป้องกันหรือรักษาศีรษะล้านกำลังเพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อได้ว่าจำนวนผู้ชายที่มีบุตรยากจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกในอนาคต"

"อัตราความเสี่ยงเป็นหมันของผู้ชายที่ใช้สเตียรอยด์นั้นมีมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน เรียกได้ว่าอาจมีความเสี่ยงสูงถึง 90% เลยทีเดียว" ศ. เพซีย์กล่าว

นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองกล่าวย้ำว่า พฤติกรรมย้อนแย้งทางวิวัฒนาการนี้น่าจะพบได้แต่ในมนุษย์เท่านั้น เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากสัตว์หลายชนิด เช่นนกยูงตัวผู้ซึ่งใช้การรำแพนขนหางที่สวยงามดึงดูดใจตัวเมีย ก็ยังมีโอกาสได้ผสมพันธุ์และมีลูกอย่างแน่นอนกว่า ส่วนนกบางชนิดที่บางตัวจะเสียสละไม่จับคู่ผสมพันธุ์ แต่ช่วยญาติใกล้ชิดเลี้ยงดูลูกหลาน ก็ยังมีโอกาสส่งต่อพันธุกรรมของตนไปยังรุ่นหลังในทางอ้อมได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม