แอนนา นักศึกษา ม. วอร์ริค ในอังกฤษ พบชื่อตัวเองในกลุ่มสนทนาเฟซบุ๊กที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทางเพศ

  • 31 พฤษภาคม 2019
Anna (not her real name) lodged a formal complaint to the university about her classmates behaviour por el comportamiento de sus compañeros.

คำเตือน : บทความมีเนื้อหาที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

"ข่มขืนให้หมดทั้งแฟลตเลย เป็นการสั่งสอนพวกมัน" คือข้อความในกลุ่มสนทนาเฟซบุ๊กกลุ่มหนึ่ง

"โอ้พระเจ้า ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นยังไงถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์นั้นและมีช่องคลอด" คืออีกข้อความหนึ่ง

แอนนา(นามสมมติ) กำลังไล่อ่านข้อความที่เต็มไปด้วยรุนแรงทางเพศนับร้อยในกลุ่มสนทนาเฟซบุ๊กกลุ่มนี้

เธอตกใจมากที่เห็นชื่อตัวเองและเพื่อนผู้หญิงของเธอถูกกล่าวถึงหลายสิบรอบ

เช่นเดียวกับแอนนา กลุ่มผู้ชายที่เขียนข้อความเหล่านี้เรียนอยู่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอร์ริค ในสหราชอาณาจักร

แต่พวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ

คำบรรยายภาพ คนเขียนข้อความไม่แค่เพื่อนร่วมชั้น แต่เป็นเพื่อนสนิทของแอนนา

หลังแอนนาค้นพบกลุ่มสนทนาลับนี้ เรื่องก็เป็นที่โจษจันไปทั่วมหาวิทยาลัย แอนนาและเพื่อนยื่นคำร้องไปยังมหาวิทยาลัย และจากการสอบสวนภายใน นักเรียนคนหนึ่งถูกไล่ออกและห้ามไม่ให้กลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยอีกตลอดชีวิต อีกสองคนโดนสั่งห้ามเป็นเวลา 10 ปี และอีกสองคนโดนสั่งพักการเรียนหนึ่งปี

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา เด็กนักเรียนชายที่ถูกสั่งห้ามเป็นเวลา 10 ปี ได้รับการลดโทษเหลือแค่ 12 เดือน

หนึ่งปีผ่านไป กรณีอื้อฉาวนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ นี่ทำให้เกิดคำถามถึงการรับมือกับกรณีเช่นนี้ของมหาวิทยาลัย

ไม่ใช่แค่การล้อเล่น

ต้นปีที่แล้ว แอนนา ซึ่งอายุ 19 ปีในตอนนั้น กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องพักนักศึกษา เธอเหลือบไปเห็นข้อความเนื้อหารุนแรงเด้งขึ้นในแล็ปท็อปของเพื่อน

ขณะที่มีข้อความส่งเข้ามาเรื่อย ๆ แอนนาถามเพื่อนผู้ชายเธอว่านั่นคืออะไร และเขาก็ขำ ก่อนจะเปิดข้อความที่มีเนื้อหาขู่ข่มขืนระหว่างเพื่อนผู้ชายที่ส่งต่อ ๆ กันมายาวนานเป็นปีครึ่งให้เธอดู

คำบรรยายภาพ "พวกเขากำลังพูดถึงเพื่อนร่วมชั้น พูดถึงการลักพาตัวเธอ ล่ามไว้กับเตียงและให้เธอฉี่รดตัวเอง และให้นอนทั้งอย่างนั้น"

เพื่อนผู้ชายคนนี้และเพื่อนของเขาเปลี่ยนชื่อตัวเองในเฟซบุ๊กเป็นชื่อฆาตกรและคนร้ายข่มขืนต่อเนื่องที่ฉาวโฉ่

"พวกเขากำลังพูดถึงเพื่อนร่วมชั้น พูดถึงการลักพาตัวเธอ ล่ามไว้กับเตียงและให้เธอฉี่รดตัวเอง และให้นอนทั้งอย่างนั้น"

เนื้อหาส่วนอื่น ๆ ยังมีความรุนแรงมากกว่านี้อีก

"นี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่น" แอนนา บอก "นี่เป็นกลุ่มสังคมออนไลน์ทั้งกลุ่ม และพวกเขาก็ภาคภูมิใจกับความเลวร้ายเช่นนี้"

เธอค้นหาชื่อที่อ้างอิงถึงตัวเธอเอง และพบว่ามีการพูดถึงเธอเป็นหลายร้อยครั้ง

เพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวพยายามจะบอกว่านี่เป็น "วิธีที่ผู้ชายเขาพูดกัน" บอกว่านี่เป็นแค่เรื่องล้อเล่น

ถึงจุดนั้นเธอก็ยังไล่อ่านข้อความต่อไปและบันทึกภาพไว้ด้วย

"เขาเห็นฉันรู้สึกแย่ขึ้น และแย่ขึ้นเรื่อย ๆ และฉันคิดว่าตอนนั้นเองเขาเริ่มเข้าใจว่านี่เป็นเรื่องร้ายแรงมากกว่าที่เขาคิด"

จากนั้นเพื่อนคนดังกล่าวก็เริ่มเปลี่ยนน้ำเสียง พยายามบอกเธอว่า เขารู้ว่าข้อความเหล่านี้แย่มาก และเขาให้ดูเพื่อเป็นการปกป้องเธอ

แต่เธอไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นข้อความที่พูดถึงการรุมข่มขืนและการขริบอวัยวะเพศหญิง

"ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะว่าคนเหล่านี้ [ที่อยู่ในกลุ่มสนทนา] เป็นส่วนสำคัญในชีวิตฉัน" แอนนา กล่าว

สองสามวันหลังจากนั้น เธอกลับไปที่บ้านพ่อแม่ระหว่างเทศกาลอีสเตอร์ แต่พอจะต้องกลับไปมหาวิทยาลัย เธอก็รู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องพบหน้าผู้ชายเหล่านี้ขึ้นมา และตัดสินใจยื่นคำร้องต่อมหาวิทยาลัยในที่สุด

ผลประโยชน์ทับซ้อน

หลังจากยื่นคำร้อง เธอและเพื่อนผู้หญิงอีกคนก็ไปให้คำให้การอย่างเป็นทางการ แต่คนที่สัมภาษณ์เธอ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สอบสวนกรณีนี้กลับไปเป็น ปีเตอร์ ดันน์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีหน้าที่รับมือกับสื่อและรักษาชื่อเสียงมหาวิทยาลัย

"ฉันรู้สึกว่าถูกละเมิดอย่างมาก" แอนนา กล่าว "คนที่มาเขียนแถลงการณ์มหาวิทยาลัยเป็นคนเดียวกันกับที่รู้ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับชีวิตฉันมากมาย เป็นประสบการณ์ที่เหนือจริงมาก ๆ"

ด้านมหาวิทยาลัยบอกกับบีบีซีว่า ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจที่มีการตั้งคำถามถึงการจัดการของมหาวิทยาลัยต่อกรณีที่อ่อนไหวนี้ "เรายังให้การสนับสนุน ปีเตอร์ ดันน์ ผู้ที่รับผิดชอบคดีนี้ ต่อไป"

หนึ่งเดือนหลังแอนนาและเพื่อนเข้าให้คำให้การ กลุ่มนักเรียนชายนี้ก็ถูกลงโทษ แต่แอนนาเพิ่งมารู้เรื่องนี้ผ่านสื่อ และเธอก็ไม่รู้เลยว่าคนไหนได้รับโทษอะไร

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น ชายสองคนที่ถูกสั่งห้ามเรียนเป็นเวลา 10 ปี ยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน และก็ได้ลดโทษลงเหลือ 1 ปี

"ฉันไม่เคยได้รับคำอธิบาย เขาบอกเราว่ามีหลักฐานชิ้นใหม่ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าหลักฐานนั้นคืออะไร ...ฉันรู้สึกว่ามีแค่ฉันกับเพื่อนที่ต้องต่อสู้กับสถาบันทั้งสถาบันที่ไม่เคยคิดจะฟังเราเลย"

แอนนาและเพื่อนพยายามจะเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยจัดการเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ ศ.สจ๊วต ครอฟต์ รองอธิการบดี เขียนมาบอกพวกเขาว่า ไม่พบความผิดปกติหรือความอคติใด ๆ ในการสอบสวน และบอกว่าคดีนี้สิ้นสุดลงแล้ว

สามสัปดาห์หลังจากนั้น แฮชแทก #ShameOnYouWarwick ซึ่งตั้งโดยนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ข้องเกี่ยวกับคดีเริ่มติดอันดับในทวิตเตอร์

ไม่นานหลังจากนั้น ศ.ครอฟต์ ออกแถลงการณ์ยาว 1000 คำ โดยบอกว่าเขารู้สึกขยะแขยงที่ต้องอ่านบทสนทนา อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเรียนก็ยังคิดว่าเขาไม่ใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้น

สามวันหลังจากนั้น เขาประกาศว่าชายสองคนที่ได้รับการลดโทษจะไม่กลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้อีก แต่ไม่แน่ชัดว่านี่เป็นการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยหรือตัวชายสองคนเอง

อย่างไรก็ตาม นักเรียนและบุคลากรมหาวิทยาลัยก็ยังไม่พอใจ สองวันให้หลัง นักเรียนและบุคลากรหลายร้อยเดินขบวนประท้วงไปยังฝ่ายผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ในวันเดียวกัน มหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์บอกว่ารู้สึกเสียใจมากที่ทำให้เหยื่อรู้สึกแย่

อย่างไรก็ดี ผู้หญิงที่เกี่ยวข้องในคดีไม่เคยได้รับคำขอโทษโดยส่วนตัวจากทางมหาวิทยาลัยเลย

ถึงวันนี้ ผู้หญิงที่เสียหายจากกรณีนี้ก็รู้สึกว่าเรื่องยังไม่สิ้นสุด

ตอนนี้ แอนนาเรียนอยู่ปี 3 แล้ว เธอกำลังทวนหนังสือสำหรับการสอบภาคปลายอยู่

"มหาวิทยาลัยทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดและเสียหาย และปีหนึ่งผ่านไปก็ยังรู้สึกอยู่" แอนนา เล่า "ที่แย่ที่สุดคือ การรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะออกมาเรียกร้องเรื่องนี้แต่ก็ต้องถูกลงโทษโดยมหาวิทยาลัยเสียเอง"

"ฉันไม่อยากไปงานรับปริญญา ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะไม่กลับไปที่วอร์ริคอีก"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม